25 สิงหาคม, 2557

Whole Wheat Bread ขนมปังโฮลวีทธัญพืช









ทำขนมปังโฮลวีทแบบคลีนๆกันค่ะ อยากใส่ธัญพืชอะไรก็ใส่ลงไปได้เลยตามใจคนกิน เครื่องแน่นๆเยอะๆ เวลาเคี้ยวแล้วมันอร่อยมากกกกกก

แป้งโฮลวีตเต็มพิกัด ข้าวโอ๊ต งาขาว งาดำ งาขี้ม่อน เมล็ดทานตะวัน(แค่เอาโรยหน้าเท่านั้น) นวดง่ายดี หอมธัญพืช รอชิมอีกทีตอนอบเสร็จ ^^

มันอร่อยอ่ะ ใส่ข้าวโอ๊ตปั่น งาดำ งาขี้ม่อน ปั่นหยาบๆแบบปรื๊ดเดียว แต่งาขาวไม่บด ใส่น้ำผึ้ง ไปนิดนึง ใช้น้ำมันมะกอกแทนเนย จริงๆเราไม่น่าเติมแป้งขนมปังเข้าไปเลยเราเติมแป้งขนมปังไป 1/4 ถ้วย ซึ่งแทบไม่มีผลอะไรเลย เสียดายไม่งั้นคงคลีนกว่านี้แล้ว 5555

ขอบอกว่านวดง่ายดีค่ะ เราทำได้สองโลฟพอดี เนื้อขนมปังโอเคเลยนะไม่แข็งกระด้าง เวลาเคี้ยวได้รสธัญพืชเต็มๆ เคี้ยวเพลิน เคี้ยวมันด้วยความกรุบๆปุดๆของงาเวลาเคี้ยว อร่อยดี

ขอบคุณแป้งโฮลวีทจากพี่นก Noklim Lim ค่ะ ^^

และ คนเน้ นางคือคนที่ทำให้อยากอบโฮลวีทแบบคลีนๆกินบ้างไรบ้าง วี วัน 5555555




แปะส่วนผสมมั่วๆของเราไว้เผื่อใครอยากคลีนบ้างนะคะ สำหรับเรานวดมือค่ะชิลๆ

- แป้งโฮลวีท 3 ถ้วย
- แป้งขนมปัง 1/4 ถ้วย (ไม่ต้องใส่ก็ได้ค่ะ)
- ยีส 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำอุ่น 1 1/3 ถ้วย
- น้ำผึ้ง 2 - 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันมะกอก 2 - 3 ช้อนโต๊ะ
- เกลือ 1/2 ช้อนชา

- ข้าวโอ๊ตปั่นหยาบๆ 100 กรัม

- งาขาว 3 ช้อนโต๊ะ(อันนี้เราไม่ได้ปั่น)
- งาดำ 3 - 4 ช้อนโต๊ะ(ปั่นหยาบๆปื๊ดเดียวพอ)
- งาขี้ม่อน 4 ช้อนโต๊ะ (ปั่นหยาบๆเหมือนกัน)

**(งาทั้งสามชนิดคั่วก่อนนำมาใช้ค่ะจะได้หอมๆ)**

- ผสมน้ำอุ่นกับยีสพักไว้จนเกิดฟอง
- ส่วนผสมทุกอย่างใส่ชามผสม เทยีสที่ผสมกับน้ำอุ่นลงไป นวด จนเนียน
- พักไว้ให้ขึ้นเป็นสองเท่า ชกไล่ลม ขึ้นรูปตามชอบ พักอีกประมาณ 30 นาที
- เปิดเตาที่ 200 ํC ก่อนอบทาหน้าขนมปังด้วยไข่ขาว โรยธัญพืชเอาตามใจเลยค่ะ แล้วนำเข้าอบประมาณ 45 นาที จบปิ้งเลยยย  






















 

28 กรกฎาคม, 2557

บาปที่แสนหวาน / Sweet as Sin - by.....Inez Kelley



- บาปที่แสนหวาน / Sweet as Sin - by.....Inez Kelley 

- สำนักพิมพ์ แก้วกานต์

- หนังสือแนว contemporary Romance

- ผู้แปล ปริศนา

- จำนวนหน้า 364 หน้า

- ราคาจากปก 285 บาท




บาปที่แสนหวาน / Sweet as Sin - by.....Inez Kelley 



จบลงไปอย่างรวดเร็วสำหรับเล่มนี้ อ่านแล้วคือแบบ เฮ้ยยยยย จริงๆแล้วชั้นคือลิฟป่าววะ กับการอยู่กับแป้ง เนย และน้ำตาลทั้งวันเนี่ย 55555 (ก็มโนกันไป) คือตั้งแต่บทแรกก็เอาอยู่แล้วกับฉากเก็บชิ้นส่วนเล็กๆของชั้นในลงกระเป๋าของจอห์น – นี่ถ้ามียกขึ้นสูดดมก่อนเก็บนี่จะทำให้พระเอกจิตยิ่งกว่านี้ไปเลย 5555 ชอบอ่ะ


การอ่านจบในเวลาอันรวดเร็วสำหรับเราแล้วนั่นย่อมไม่ธรรมดาของหนังสือเล่มนี้ หลักๆเลย คือพระเอกเป็นสิ่งมีชีวิตที่โคตรๆบัดซบ ดราม่า ในอดีตนี่แหละทำให้ไม่รอช้าต้องรีบอ่านรัวๆ เราปลาบปลื้มพระเอกแบบนี้อยู่แล้ว ภายใต้ความสมบูรณ์แบบในฉากหน้าของความเป็นพระเอก แต่ในส่วนลึกๆของชีวิตแล้วเขามีปีศาจที่คอยหลอกหลอนอยู่ไม่เคยจางหาย นี่ล่ะที่น่าค้นหาอย่างยิ่ง!

การมองจอห์นเป็นตัวละคร ที่เป็นแค่พระเอกเฉยๆ และไม่ได้มองลึกลงไปว่าทำไมมันถึงบ้าได้ขนาดนั้นจะเกลียดจอห์นแน่นอน และแม้ความจริงแล้วตอนเราอ่านอยู่ยังอยากตบบ้องหู แถมกระโดดขาคู่สู่ยอดอกมันเลย แต่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันมีสาเหตุ และเหตุผลว่าทำไมจอห์นถึงได้ทำแบบนั้น 

การเริ่มต้นทำความรู้จักกับเพื่อนบ้านของจอห์นกับลิฟวี่ทำให้เขารู้ว่าเธอถูกส้างขึ้นมาเพื่อบาป และบาปเป็นสิ่งที่เขารู้จักเป็นอย่างดี สิ่งที่เขาต้องการก็คือความสัมพันธ์ช่วงสั้นๆกับเพื่อนบ้านอย่างลิฟวี่เท่านั้น ไม่มีคำสัญญาและความเสียใจ และเมื่อถึงเวลาจอห์นจะยุติมัน ถึงแม้เขาจะรู้ดีว่ากับลิฟวี่แล้วระยะเวลาสั้นๆ จะไม่มีวันเพียงพอ การได้พบกับลิฟวี่เป็นสิ่งที่จอห์นไม่คาดคิด สำหรับเธอแล้วมันแตกต่างออกไป และเขาแตกต่างออกไปเมื่ออยู่กับเธอ ลิฟวี่ที่เย้ายวนใจ ไม่ใช่ด้วยเซ็ก แต่ด้วยความหวัง

แม้จอห์นจะรู้ดีว่า ความหวังเป็นสิ่งอันตราย แต่เขาก็ต้องการลิฟวี่เหมือนยาเสพติด และยิ่งไปกว่านั้นจอห์นเปิดเผยความลับดำมืดบางส่วนของเขาในอดีต ความลับที่จอห์นคิดว่าเธอจะวิ่งหนีเขาเมื่อได้รู้ แต่เธอกลับเชื่อใจเขา เธอเข้าถึงความโหยหาลึกๆที่ซ่อนอยู่ในตัวเขา อย่างที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน แต่....ลิฟวี่ต้องจ่ายด้วยอะไร เมื่อจอห์นหยิบยื่นวิญญาณดำมืดในชีวิตเขาให้เธอ ลิฟวี่ควรได้รับสิ่งที่คู่ควรมากกว่าและแปดเปื้อนน้อยกว่าเขา

**(และหลังจากนี้ไป โหมดอยากตบบ้องหูและกระโดดขาคู่ใส่อิจอห์นก็จะตามมาเป็นลำดับครัช 55555)**

สำหรับลิฟวี่แล้วการที่เธอได้พบกับจอห์นช่างเย้ายวนใจเหมือนช็อคโกแลต ปลุกความรู้สึกกระหายในตัวที่ทำให้เธอแทบช็อค แต่ไม่ว่าเขาจะเย้ายวนใจสักแค่ไหนสิ่งที่เขาต้องการ เป็นแค่เพียงความสัมพันธ์ระยะสั้นในช่วงหน้าร้อน และมันจะไม่มีวันยั่งยืน แต่สิ่งที่เธอมองผ่านเข้าไปในดวงตาของจอ์น แล้วลิฟรู้ดีว่าเขามีความอันตราย และ ลึกลับมืดหม่นซุกซ่อนอยู่ 

และเธอต้องการที่จะกระเทาะเปลือกอันแข็งกระด้างของเขาออกไปทีละนิ้ว จนกว่าเขาจะยอมให้เธอเข้าไป แม้ว่าหลังจากนั้นจอห์นจะเปิดเผยเรื่องราวบางเสี้ยวในอดีตของเขาให้เธอรู้ แม้มันจะไม่ใช่ทั้งหมด แต่ลิฟก็รู้ว่ามันคือการเริ่มต้นที่ดีและเธอเจ็บปวดไปกับเขา ลิฟพร้อมจะรับมือกับทุกอย่างยกเว้นการสูญเสียจอห์นไป 

เอาจริงๆเราเริ่มดราม่าน้ำตาแตกตั้งแต่ตอนที่จอห์นเอารูปแม่ของเขาให้น้องสาวดูแล้วล่ะ และก็ตามมาด้วยช่วงที่ลิฟอ่านแฟ้มประวัติในอดีตของจอห์น และตอนที่น้องสาวของจอห์นบอกลิฟว่า ไม่ว่าเขาจะทำตัวเลวร้ายังไง (ซึ่งเขาจะทำแน่)....อย่าทิ้งเขา....คือแบบจอห์นมันเจอมาเยอะ เจ็บมาเยอะจริงๆ สมควรที่จะบ้าได้เลย

แต่ตอนที่ก๊อกน้ำตาแตกนี่สิ เป็นช่วงที่ลิฟโดนอิบ้าจอห์นกระทำหลังจากนั้น คือแบบเกลียดมาก แต่สุดท้ายก็เกลียดมันไม่ลง เคยมีความรู้สึกแบบนี้กันมั้ยคะ 555555 ทำไมมันบ้า มันโหดร้าย และ ทำกับลิฟได้แบบนั้น เราร้องไห้ไปกับลิฟ คือมันบีบคั้นอ่ะ บอกเลยอยากโดดขาคู่ใส่อิจอห์นมากกกกกก

แต่ก็เข้าใจในสิ่งที่จอห์นทำ มันเลยเกลียดไม่ลง เพราะเข้าใจว่าทำไมถึงทำ เพราะชีวิตมันโดนทำร้าย แต่ที่สุดมันต้องไม่โดนทำลายยยยย (คุ้นๆมั้ย) เพราะจอห์นไม่ปกติและป่วยจากเรื่องในอดีตที่ตามมาหลอกหลอน

แม้แต่ในนิยาย YA ทั้ง จอนดี ธอร์น โวรี่ มันเชื่อมโยงและสื่อถึงชีวิตของพระเอกออกมาหมด เราไม่ชอบอ่าน YA แต่ในนิยายเรื่องนี้ เราต้องอ่านแบบพลาดไม่ได้เลย และชอบด้วย และตอนจบแม้จะพอเดาได้แหละว่ามันจะจบยังไง แต่รู้สึกว่า ไม่จุใจเลยฮะ อยากอ่านต่อ 5555 อิจอห์นยังไม่โดนแบบสาสมเลย! อยากอ่านแนวบีบคั้นเยี่ยงนี้อีกกกกกกก

((((( ใครยังไม่ได้อ่านเล่มนี้บอกเลยว่าให้ไวๆค่ะ ความฮอต เค้กฟรอสติ้ง ช็อคโกแลต และ น้ำตาล! รอคุณพิสูจน์อยู่นะฮะ ฮ่าๆ )))))

และชอบสำนวน คุณ ปริศนา อ่า รออ่านเล่มต่อไปอยู่นะคะ

เรื่องนี้จะติดหนึ่งในสิบ นิยายที่ชอบที่สุดของปีนี้ในทำเนียบของเราแน่นอน ^^



สำหรับคะแนนขอจัดเน้นๆแบบรัวๆเลย ที่ 4.5 / 5 ดาว เลยค่ะ

✮ ✮ ✮ ✮ ✮ 

(อยากให้ 5 ดาวอ่ะ แต่ตัดตรงอิจอห์นโดนน้อยไปนิดนึง อยากให้ลิฟจัดหนักๆกว่านี้ ก้ากกกกกกก)

จอมโจรแห่งรัตติกาล / Lord of Darkness เล่ม 5 ชุด ทางสายปรารถนา - by..... Elizabeth Hoyt






จอมโจรแห่งรัตติกาล / Lord of Darkness เล่ม 5 ชุด ทางสายปรารถนา - by..... Elizabeth Hoyt 



เล่มที่ห้าของชุดทางสายปรารถนา ต้องบอกว่าจริงๆเราชอบงานของฮอยต์นะ เพียงแต่เล่มที่ผ่านมายังไม่ทำให้ติดหนึบเท่าไหร่ ก่อนอ่านเล่มนี้เลยออกแนวเฉยๆ และเล่มที่ผ่านมาพระเอก นางเอกในเล่มนี้ แบบหมกมุ่นในความรักครั้งเก่ามากๆ เลยแบบ เฮ้ย มันจะมีอะไรในเล่มของตัวเองวะ!!


แต่พอเปิดอ่านเล่มนี้เราดันชอบแฮะ อ่านจบรวดเดียวภายในหนึ่งวัน เฮ้ย ไม่ธรรมดา ฮ่าๆๆ อ่านแล้วโคตรน่ารัก ทั้งนางเอกที่พยายามยั่วยวนสามี ที่ขึ้นชื่อว่าได้แต่งงานกันแล้ว แต่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน นั่นเพราะสองปีที่แล้วทั้งคู่แต่งงานกันเพื่อความสะดวกบางอย่าง เพราะตอนนั้นเม็กกำลังตั้งครรภ์กับคู่รักที่โดนผีร้ายแห่งเซนไจลซ์ฆ่า

และโกดริคพระเอกเนี่ยโดนพี่ชายของเม็กแบล็คเมล์เรื่องความลับบางอย่างของโกดริค และนั่นเป็นที่มาของการแต่งงานเพื่อความจำเป็นบางอย่าง แต่หลังจากนั้นเม็กก็แท้งลูกไป และตอนนี้เธอกลับมายังลอนดอนเพื่อตามหาสามี ที่ไม่เคยเจอหน้ากันเลยหลังแต่งงาน มีเพียงจดหมายที่เม็กเขียนถึงพระเอก และเล่าเรื่องราวต่างๆเท่านั้น (คือตอนท้ายที่อิพระเอกพูดเรื่องจดหมายนี่แอบกรี๊ดอ่ะ 5555555 แหม เว้ยยย)

แต่การกลับมายังลอนดอนของเม็กในครั้งนี้เธอมีแผนบางอย่าง ก็คือยั่วยวนสามีของตัวเองเพื่อการตั้งครรรภ์อีกครั้ง หลังจากที่เธอสูญเสียทารกไป และเม็กสัญญากับตัวเองว่าหลังจากที่รู้แน่ชัดว่าตัวเองตั้งครรภ์เธอจะกลับไปอยู่ในที่ของเธอตามเดิมและการเดินทางมายังลอนดอนครั้งนี้ สิ่งหนึ่งที่เม็กต้องการนั่นก็คือฆ่าผีร้ายแห่งเซนไจลซ์ เพราะเขาคือคนที่ฆ่าอดีตคู่รักของเธอ แต่โชคร้ายที่เม็กไม่รู้ว่าผีร้ายแห่งเซนไจลซ์คือสามีของเธอเอง!

แม้แต่โกดริคเองก็สัญญากับตัวเองไว้ว่าหลังจากที่ภรรยาเขาจากไปแล้ว เขาจะกลับไปทำงานในฐานะของผีร้ายแห่งเซนไจลซ์ได้ตามปกติและลืมการที่เม็กเข้ามาวุ่นวายกับชีวิตอันเดียวดายของเขา เพราะสำหรับโกดริคแล้วอดีตภรรยาที่เสียชีวิตไปของเขาเท่านั้นที่ยึดครองหัวใจเขาไว้ได้ แต่แน่นอนมันไม่ง่ายแบบนั้นเมื่อเขาเห็นความสดใส มีชีวิตของภรรยาตัวเองแค่คิดว่าเธอมีคู่รักหรือเธอไปหว่านเสน่ห์ให้กับผู้ชายคนอื่นก็แทบทำให้เขาคลั่งแล้ว ฮ่าๆ (อิตอนขี้หึงนี่มันน่ารักอ่ะ โกดริค อิ อิ) 

ส่วนเม็กหลังจากที่เธอพยายามลั่นไกปืนใส่ผีร้ายในเขตเซนไจลซ์และใช้มีดแทงในขณะที่เขาทำให้เธอเงียบระหว่างอยู่ในอันตราย เธอเองก็ได้รับรู้ว่าแท้จริงแล้วผีร้ายแห่งเซนไจลซ์นั่นคือสามีของเธอเอง แต่หลังจากนั้นเม็กก็รู้ว่าแท้จริงแล้วผีร้ายแห่งเซนไจลซ์ไม่ใช่คนที่ฆ่าอดีตคนรักของเธอ 

และเม็กเองก็จะออกตามหาตัวคนที่เป็นคนลงมือตัวจริง แน่นอนโกดริคไม่มีทางยอมอยู่แล้ว เขาจึงเสนอว่าจะเป็นคนที่ตามหาตัวคนที่ลงมือฆ่าผู้ชายที่เม็กรักจนหมดหัวใจให้เอง แลกกับการที่โกดริคจะนอนร่วมเตียงกับเม็กทุกคืนและทำให้เธอท้องอย่างที่เธอต้องการ แต่เมื่อไหร่ที่เม็กท้อง เม็กต้องลูกของเขาเธอต้องไปจากลอนดอนไม่ว่าจะพบตัวของฆาตรกรหรือไม่ก็ตาม

แต่ตอนหลังนางเอกก็มาคิดได้แหละว่าตัวเองละทิ้งผู้ชายคนหนึ่งเพื่อผู้ชายที่ตายไปแล้ว อย่างที่บอกว่าชอบพระเอกมีอายุ ฮ่าๆ จริงๆก้ไม่เห็นจะแก่เลยโกดริคเพิ่งจะ 37 เท่านั้นเอ๊ง เวลาขี้หึงมันน่ารักอ่ะ 55555 ชั้นเชิงการอ้อนเมียไม่ธรรมดา ฮ่าๆ 

แต่เหนือสิ่งอื่นใดในเล่มนี้อ่านเรื่องของแมกซิมัสกับอาร์ทิมิสแล้วอยากจะคลั่ง อยากอ่านไวๆอ่ะ เป็นเล่มแรกในชุดนี้ของฮอยต์ที่เรารออ่านอย่างใจจดใจจ่อมาก โคตรน่าสนใจทั้งคู่ แก้วกานต์จะออกเมื่อไหร่ ร๊ออออออรอ 

แค่โผล่มาไม่กี่ฉากเล่นเอาความอยากอ่านมันกระหน่ำซัดมาก พระเอกพูดไม่ดีถึงนางเอก แล้วนางเอกเดินมาได้ยินพอดีนี่ มันชวนใจให้ติดตามตอนต่อไปซะจริงๆแฮะ 55555


 ✮ ✮  ✮ ✮ ✮

สำหรับเล่มนี้จัดไปที่ 3.5 / 5 ดาว เลยค่ะ

05 มิถุนายน, 2557

kaffir lime ice cream / ไอศกรีมมะกรูดที่รสชาติลงตัวมากๆค่ะ









อยากลองมานานแล้วค่ะ สำหรับไอศครีมมะกรูดเนี่ย คือปกติจะเฉยๆมากกับมะกรูด ก็ใช้ใบหรือผลของเขามาทำอาหารคาวเป็นปกติ แต่สำหรับรอบนี้อยากลองเอาเจ้ามะกรูดที่มีบนต้น มาลองทำเป็นเมนูของหวานกันบ้าง พอดีกับเห็นสูตรไอศครีมมะกรูดจากบล็อกนี้ Creamy kaffir lime ice cream พอดี เลยไม่รอช้าเดินไปเด็ดทั้งใบและลูกจากต้นมาลงมือทำทันทีค่ะ 

แล้วพอทำเสร็จก็แบบว่า โอ้ยยย โดนอ่ะ ชอบมากกกกกกกกก มันจะมีกลิ่นหอมอ่อนๆของมะกรูดอยู่ในเนื้อไอศครีมเวลาที่ตักเข้าปาก ลงตัวมากๆ กลับกลายเป็นว่าตอนนี้เราชอบไอศครีมมะกรูดเพิ่มขึ้นมาอีกอย่างแล้วล่ะ แล้ววิธีทำก็ง่ายแสนง่าย เหมือนการทำเบสไอศครีมทั่วไปล่ะค่ะ แล้วที่เราทำนี่ไม่ได้ใช้เครื่องทำไอติมเลยน๊า ผลที่ออกมาก็ได้เนื้อไอศครีมที่น่าพอใจสุดๆ ^^ เลยอยากให้ทุกคนได้ลองไอศครีมมะกรูดโฮมเมดกันดูนะคะ  แต่ตอนถ่ายรูป มันจะละลายเร็วมากๆ เพราะอากาศระอุเหลือเกิน เยิ้มสสุดๆ (>_<)



สูตร ไอศกรีมมะกรูด

- นม......................500 ml

- วิปปิ้งครีม...................250 ml

- น้ำตาล.....................140 กรัม

- ไข่แดง...........6 ฟอง (เราใช้แค่ 5)

- ผิวมะกรูด.................1/2 ช้อนชา

- ใบมะกรูด....................... 4 - 5 ใบ

- เกลือ ............1/4 ช้อนชา

- ใบมะกรูด หั่น ใส่ลงไปในหม้อที่มีครีมและนม ขูดผิวมะกรูดใส่ตามลงไป นำไปตั้งไฟให้ร้อน

- ระหว่างนี้ตีไข่แดงกับน้ำตาลให้สีอ่อนลง เทส่วนของนมกับครีมที่ต้มไว้ลงไปในไข่แดง ใช้ตะกร้อมมือคนตลอดเวลา แล้วเทส่วนคัสตาร์ดนี้กลับลงไปในหม้อ (ตอนที่เทคัสตาร์ดกลับลงไปในหม้อนี้ ใช้กระชอนกรองเอาส่วนของใบกับผิวมะกรูดออกไปค่ะ)

- นำขึ้นตั้งไฟอีกครั้ง ระหว่างนี้ใช้ช้อนไม้หรือพายซิลิโคนคนตลอดเวลา ให้ส่วนผสมข้นขึ้น เช็คโดยเวลาคว่ำช้อนไม้ลงแล้วใช้นิ้วปาดหลังช้อนจะเห็นเป็นรอยชัดเจนค่ะ

- เสร็จแล้วก็ยกลงจากเตาเทใส่ภาชนะ ตั้งทิ้งไว้ให้เย็นแล้วค่อยเอาเข้าช่องฟรีศ 8 ชั่วโมง หรือข้ามคืน ก็เอาเข้าปั่นในเครื่องทำไอศครีมได้เลย

*** - ส่วนเราไม่ได้ใช้เครื่อง ก็ทำโดย เอาลงในแบรนเดอร์ ประมาณ 2 - 3 รอบ ปั่นๆๆๆๆให้เนียนๆเลยค่ะ โดยรอบสุดท้ายที่ปั่น เราจะเติมครีมลงไปปั่นด้วย ประมาณ 1/2 ถ้วย ก็จะทำให้เนื้อไอศครีมเนียน เด้งแล้วค่ะ ง่ายเนอะ! 5555 ***



ต้นมะกรูดที่บ้าน ออกลูกเต็มเลย ใบก็หนาแน่นมาก ใช้ไม่หมดทั้งปีทั้งชาติ ยิ่งเจอฝน ยิ่งงามค่ะ






















11 พฤษภาคม, 2557

Rose Macarons by Pierre Hermé recipe I Love It





ได้มีโอกาสชิมมาการองต้นตำรับจาก Pierre Herme เพราะเพื่อนใจดีหอบหิ้วมาฝากค่ะ แบบว่าแค่กัดคำแรกก็แทบอยากจะกรี๊ด ปลื้มปริ่มอร่อยน้ำตาจะไหล! โดยเฉพาะรสกุหลาบ ซึ่งโดยปกติแล้วส่วนตัวเป็นไม่ค่อยชอบกลิ่นกุหลาบเลยค่ะ ไม่ว่าจะในรูปแบบไหนก็ตาม แต่ขอบอกว่าพอได้ชิมมาการองของปิแอร์เท่านั้นแหละ  ลืมหมดสิ้นว่าไม่ชอบ ตอนกิน กัดแล้วค่อยๆละเลียดซึมซับรสชาติไปเบาๆ ฮ่าาาๆๆๆ มันมีความสุข และ ฟินจริงๆ

พอทีนี้อยากจะฟินต่อของปิแอร์ก็หมดแล้ว เลยต้องทำเอง จริงๆเราเคยทำรสกุหลาบไป สองถึงสามครั้งแล้วค่ะ ทั้งแบบเฟรนและอิตาเลี่ยน แต่ตอนนั้นใส่กลิ่นเยอะไปแหลกแทบไม่ได้ 55555555 แต่ให้เพื่อนชิม เพื่อนดันบอกไม่เห็นได้กลิ่นเลย อั๊ยย่ะ!!!!!! ฮ่าาาาๆ รอบนี้เลยใส่กลิ่นไปนิดเดียวเอาแค่ให้ได้กลิ่นอ่อนๆพอ โอเคพอแหลกร่ายแล้วค่ะ แม้จะไม่เท่าปิแอร์ก็เถอะ แต่เอาพอให้หายคิดถึงเนอะ อิ อิ

สูตร  Rose Macaron (สำหรับ 1/2 สูตร)

- อัลมอนต์มีล..........150 กรัม
- ไอซิ่ง................150 กรัม
- ไข่ขาว..............55 กรัม
- สีแดง (แต่เราใช้ แดง + ชมพู นิดหน่อย)

+ 

- ไข่ขาว.............55 กรัม
- น้ำตาล...................150 กรัม
- น้ำเปล่า...............38 กรัม

- ปั่นอัลมอนต์ + น้ำตาลไอซิ่ง ให้ละเอียด แล้วร่อนรวมกันในอ่างผสม  เทไข่ขาวเลงไป เติมสีแดง หรือ ชมพูลงไป ใช้ที่ตัดแป้งหรือพายยางคนให้เข้ากัน พักไว้

 - น้ำตาล+ น้ำเปล่า ใส่หม้อตั้งไฟ วางเทอร์โมมิเตอร์ พอน้ำตาลมีอุณภูมิได้ 115 ํc ให้เริ่มตีไข่ขาวจนเริ่มตั้งยอดอ่อน ซีรัปมีอุณภูมิ 118 ํc ยกลงจากเตาแล้วค่อยๆเทลงในไข่ขาวจนหมด ระหว่างเทซีรัปก็ตีไข่ขาวไปเรื่อยๆจนเมอร์แรงค์เริ่มเย็นอุณหภูมิประมาณ 50 ํ c

- แล้วน้ำส่วนของเมอร์แรงค์ไปผสมกับส่วนของอัลมอนต์แบ่งผสมสองครั้ง ส่วนผสมที่ได้จะไม่ข้นมาก เวลายกพายยางขึ้นแลททเทอร์จะค่อยๆไหลลงไปค่ะ

- เสร็จแล้วก็นำใส่ถุงบีบ บีบลงบนกระดาษรองอบ หลังจากบีบเสร็จจับถาดกระแทกลงบนโต๊ะแรงๆเลยค่ะเพื่อไล่ฟองอากาศ และ พักไว้อย่างน้อย 30 นาที จนผิวหน้าของมาการองเริ่มแห้ง แล้วจึงนำเข้าอบ ด้วยอุณหภูมิ 180 ํc ประมาณ 10 - 12 นาที แล้วแต่เตาใครเตามันนะคะ 

ส่วนของ Rose ButterCream

- น้ำตาล...................100 กรัม
- น้ำแร่................35 กรัม
-ไข่ ......................75 กรัม
-ไข่แดง................45 กรัม(เราใช้ 2 ฟอง)
- เนยจืด นิ่ม...............200 กรัม
- rose syrup...................25 กรัม (เราไม่มีเลยทำโดยการต้มไซรัป แล้วเติมกลิ่นกุหลาบลงไปค่ะ)
โดยการ นำ น้ำตาล 100 กรัม + น้ำเปล่า 100 กรัม ต้มรวมกันจนเดือดแล้วยกลงเติมกลิ่นกุหลาบลงไป แล้วแบ่งออกมาใช้ ที่เหลือเก็บใส่ขวดไว้ใช้คราวต่อไปค่ะ
- กลิ่นกุหลาบ

- ต้มไซรัปกับน้ำแร่ ให้เดือดอุณหภูมิประมาณ 120 ํองศาซี  ระหว่างนั้นก็ตีไข่ + ไข่แดงให้ขึ้นฟูและสีอ่อนลง
- พอไซรัปได้ที่ก็นำมาเทลงในไข่ ค่อยๆเทลงไปตีไปเรื่อยๆให้ส่วนผสมเย็นตัวลง 
- ตีเนยให้เนียนๆแล้วนำมาตะล่อมลงในส่วนผสมของไข่ ตีให้เข้ากัน เติมกลิ่นกุหลาบ แล้วก็เตรียมนำไปบีบเป็นไส้มาการองได้เลยค่ะ ถ้าอากาศร้อนแช่ในตู้เย็นก่อนบีบไส้นะคะ
























LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...