16 กรกฎาคม, 2558

ความจริงน่าที่ประหลาดใจ 10 ข้อเกี่ยวกับนิยายโรมานซ์?!!



 (ให้ทายกันดูว่าในรูปข้างบน มีนักเขียนท่านใดบ้าง)

มีคลิปสารคดีบางส่วนจากงาน #RWA (Romance Writers of America ) ที่ผ่านมานี้ด้วย ในคลิป(คลิปจะอยู่ในคอมเม้น)จะเห็นนักเขียนหลายๆคนที่นักอ่านชาวไทยคุ้นเคยกันดีอย่าง นอร่า โรเบิร์ตส์ (หรือ เจ.ดี ร็อบ จากอินเดธ) / เอลอยซ่า เจมส์ /JAK  หรือ ‘เจย์น แอนน์ เครนทซ์’  และอีกสองนามปากกาของเธอ ‘เจย์น คาสเซิล’ “อแมนด้า ควิก” / ซูซาน บรอคแมน  
Love Between the Covers สารคดีเกี่ยวกับแวดวงโรมานซ์
หลังจากดูคลิปแล้วก็มาลองดูสิบข้อที่ว่านี้ดูนะคะ ว่าเห็นด้วยเหมือนกันมั้ย  อ่านแล้วกรี๊ดดดด เห็นด้วยมากๆ และ อันนี้ขอพูดถึงแค่ในส่วนของนิยายโรมานซ์ฝั่งตะวันตกนะคะ เพราะเราอ่านและเน้นแค่ฝั่งตะวันตกเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับนิยายไทยใดๆทั้งสิ้น
ความจริงน่าที่ประหลาดใจ 10 ข้อเกี่ยวกับนิยายโรมานซ์?!!


1.นิยายโรมานซ์ขายได้เกินปีละพันล้านดอลล่าร์ ยอดขายมากกว่าแนว sci-fi + mystery + fantasy รวมกันซะอีก

2.แค่ในอเมริกาก็มีนักอ่านโรมานซ์มากกว่า 70 ล้านคนเข้าไปแล้ว แต่ในไทยไม่รู้ ที่แน่นอนก็คือเราเป็นหนึ่งในคนที่บ้าคลั่งนิยายโรมานซ์คนหนึ่งแน่นอน ^^

3.นิยายโรมานซ์ครอบคลุมหลากหลายแนว มีสารพัด (ครอบคลุมสารพัดจริงๆอย่างแนว พารานอมอลที่คุ้นเคยกันก็ยกมาแทบไม่หมดแล้ว ทั้งแวมไพร์/หมาป่า / เสือ /มังกร/หรือจะข้ามเวลา ทะลุมิติมีหมด)

หรือเป็นย้อนยุคก็ไม่แพ้กัน ยุคไหนมีหมดไม่ว่าจะเป็นยุคอัศวิน / สก็อต / รีเจนซี่ / วิคตอเรีย / จอร์เจี้ยน
แม้แต่แนวคอนเทม(ร่วมสมัย)จากอดีตมาจนถึงปัจจุบัน แทบจะเรียกได้ว่ามีครอบคลุมแทบจะทุกอาชีพ พระเอกหล่อลากดิน ขี้เหร่สุดๆ มีแผลเต็มตัว เต็มหน้า เป็นคนมีแผลพ่อแม่ไม่รัก พิการ ชาวไร่เลี้ยงวัว เลี้ยงม้า ชาวนา คาวบอย นักฆ่า หมอ ทนายความ นักธุรกิจ รวยโคตรๆ จนโคตรๆ ก็มีทั้งนั้น

4.ใครๆก็เขียนโรมานซ์ ทั้งด็อกเตอร์ ศาสตราจารย์ ทนายความ อย่างนอร่า โรเบิร์ตส ที่เรียนไม่จบมหาวิทยาลัยแต่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นราชินีของวงการนิยายโรมานซ์ (อันนี้คงไม่มีใครปฏิเสธแน่ๆ)

หรือเอลอยซ่า เจมส์ ที่มีตำแหน่งเป็นถึงศาสตราจารย์ดอกเตอร์แห่งมหาวิทยาลัยฟอร์ดแฮมในนครนิวยอร์ค และมีความเชี่ยวชาญในสาขาวรรณกรรมของเชกสเปียร์เป็นพิเศษ

5.อย่าเชื่อข่าวลือลมๆแล้งๆว่าในแวดวงโรมานซ์มีแต่สาวโสดขึ้นคาน ส่วนใหญ่เค้ามีครอบครัวแล้วนะจ๊ะ

6.นักเขียนกับคนอ่านคบหากันกลมเกลียวมาก นักอ่านหลายคนได้เพื่อนสนิทมิตรสหายจากแวดวงนิยาย

7.นักเขียนหนุนหลังกันมากๆ อย่างซิลเวียเดย์และนอร่า
โรเบิร์ตส เองก็สนิทกันมากๆ (ในชุดครอสไฟร์ของซิลเวีย เดย์ ถ้าใครอ่านแล้วคงจำพระเอกจากนิยายที่นางเอกอย่างเอวาชอบมากจนกิเดียนหึง มีใครเดาออกไหม ว่าพระเอกคนนั้นมาจากนิยายชุดไหนของนอร่า)
 หรือแม้แต่เครสลีย์ โคล และ จีน่า โชวอลเตอร์  ก็เป็นเพื่อนรักกันมากๆ ในนิยายของเครสลีย์ชุด "ชีวิตอันเป็นนิรันดร์"เองก็มีกล่าวถึงชุด "นักรบเทพปิศาจ" ของจีน่าด้วยเหมือนกัน
 
8.วงการโรมานซ์ช่วยเปิดตลาดนำร่องธุรกิจหลายแขนง ทั้งอีบุ๊ค ทั้งแต่งเอง ขายเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 5 ปีมานี้จะเห็นชัดมากๆนักเขียนขายงานเองโดยไม่ผ่านสำนักพิมพ์เยอะมากๆ

9.มีเปิดสอนแต่งโรมานซ์ในมหาลัยชั้นนำที่มหาวิทยาลัย พรินซ์ตัน ฮาร์วาร์ด

10.การเขียนนิยายโรมานซ์ไม่ใช่เรื่องง่าย และเขียนให้ดียิ่งไม่ง่ายเลย อันนี้เห็นด้วยสุดๆ

****************************************************************

เดี๋ยวนี้เวลาเห็นใครเหยียด ยี้ นิยายโรมานซ์หรือบอกว่าเป็นแค่หนังสือประโลมโลกไม่มีแก่นสารอะไร อยากเข้าลูบไปหัวเบาๆแล้วบอกว่าลองอ่านดูก่อนมั้ยยูวววววว T_T บางเล่มมันก็ให้อะไรมากกว่าที่คุณคิดนะ แล้วคุณอาจจะเปลี่ยนความคิดไปเลยก็ได้ หึ หึ แต่....คุณต้องวาง "อคติลงก่อนและเปิดใจ" ที่จะอ่าน ก็น่าจะทำให้ความคิดคุณเปลี่ยนไปก็ได้ 
หรือบางคนอ่านแนวพาราฯแต่ถามหาเหตุผลคือมันเป็นแนว "เหนือจริง" ที่เน้นจินตนาการที่ไม่อยู่ในกรอบเดิมๆของเขียนมากกว่ามั้ย? สำหรับเราคิดว่าเหตุผลต้องรับได้ในบริบทของโลกที่คนแต่งสร้างมาและต้องอิงตามโลกในนิยายของเรื่องนั้นๆ 
บางคนอ่านแนว erotic แต่บ่นว่าเลิฟซีนเยอะจัง เอิ่ม!!! ก่อนอ่านโปรดทำความเข้าใจกับหนังสือนิดนึงก็น่าจะดีนะคะ ลองดูลิงก์นี้ค่ะ What Is Erotic Romance อะไรที่เรียกว่า"อีโรติกโรมานซ์" และอะไรที่เรียกว่า "อีโรติก้า" บล็อกนี้มีคำตอบค่ะ บล็อกนี้จะจำแนกให้คุณเห็นภาพและเข้าใจมากขึ้นว่าเราเหมาะกับแนวไหนและเล่มไหนคืออีโรติกเล่มไหนไม่ใช่อีโรติก จะได้ไม่สับสนเวลาอ่านเนอะ
สำหรับเราแนวโปรดสุดๆคือ historical romace หรือแนวย้อนยุคมาเป็นอันดับแรก ต่อมาก็ต้อง erotic romance ตามมาติดๆ อ่านโรมานซ์มาจนคิดว่าไม่สามารถเลิกได้แล้วล่ะชีวิตนี้ แนวอื่นเคยลองอ่านนะ แต่แทบหลับคาหนังสือไปเลย พับเพียบกราบกันเลยทีเดียว และเราก็จะอยู่คู่โรมานซ์ต่อปายยยย เฮ้!!!
อันนี้เป็นอีกคลิปที่จะทำให้คุณเข้าใจนิยายโรมานซ์มากขึ้น



ข้อมูลจากลิงก์นี้ http://www.huffingtonpost.ca/laurie-kahn/romance-novels_b_7109458.html
ถ้าสนใจข้อมูลเกี่ยวกับนิยายโรมานซ์เรื่องอื่นๆที่เคยรวบรวมไว้ตามไปดูได้จากลิงก์นี้ค่ะ สาระ(แน)เกี่ยวกับนิยายโรมานซ์

02 กรกฎาคม, 2558

Key Lime Bars





 อยากกินอะไรเปรี้ยวๆแก้เลี่ยนบ้าง Key Lime Bars นี่แหละเหมาะสุดๆ จริงๆมันต้องเป็นเลม่อนบาร์ใช่มั้ย แต่เรามีเลม่อนเหลือแค่ลูกเดียว นอกนั้นเป็นมะนาวเขียวเปรี้ยวปรี๊ดทั้งหมด เป็นสูตรของป้ามาร์ธ่า Lemon Squares สูตรนี้ทำมาสามรอบแล้ว อร่อยทุกรอบจริงๆค่ะ ^^ แป้งครัชบางๆฟิลลิ่งเยอะๆ เปรี้ยวๆหวานๆเข้ากันมากๆ ยิ่งถ้าใครชอบขนมที่มีรสเปรี้ยวๆอยู่แล้วเมนูนี้เหมาะมาก

 แล้วที่เห็นขนมออกสีส้มแบบนี้ไม่ได้เติมสีส้ม หรือใช้น้ำส้มทำนะฮะ แต่เป็นไข่แดง ที่แบบว่าแดงได้ใจมากจริงๆ เลยออกมาเป็นสีออกส้มๆแบบนี้แล แทนที่จะเป็นสีเหลืองแบบทุกที แต่ความอร่อยยังเหมือนเดิมค่ะ


สูตร Key Lime Bars

For the Crust 

- แป้งเอนกประสงค์.................190 กรัม
- เนย (เย็นจัดๆ).................150 กรัม
- น้ำตาลไอซิ่ง...............75 กรัม
- เกลือ.................1/4 ช้อนชา
- ผิวมะนาว .......... 1 ช้อนโต๊ะ

ส่วนของฟิลลิ่ง

- ไข่ ..................4
- นม.....................1/4 ถ้วย
- แป้งเอนกฯ..................3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย...................245 กรัม
- น้ำเลม่อน หรือมะนาวเขียว...................3/4 ถ้วย(มะนาวเขียวจะเปรี้ยวกว่าเลม่อน ลดปริมาณลงมานิดหน่อยได้ค่ะ)
- เกลือ..........1/4 ช้อนชา


- เปิดเตาที่ 180 ํc เตรียมพิมพ์แล้วรองกระดาษไข

-ร่อนแป้งกับเกลือรวมกัน ตัดเนยเป็นชิ้นเล็กๆ ผสมกับแป้ง + น้ำตาลไอซิ่ง ใช้ช้อนไม้หรือที่ตัดแป้งผสมให้เข้ากัน จนเป็นเม็ดร่วนๆ

- นำครัชที่ได้ไปกรุลงในพิมพ์ นำเข้าอบประมาณ 15 นาที 

- ระหว่างนี้ก็มาทำส่วนของฟิลลิ่ง โดยการผสม ไข่ +  น้ำตาล และแป้ง ตีให้เข้ากันด้วยตะกร้อมือ จากนั้นเติม นม  + น้ำมะนาวและผิวมะนาวลงไป  คนให้เข้ากันอีกรอบ

- เทใส่พิมพ์ของครัช เอาเข้าเตาอบอีกรอบ และลดอุณภูมิลงเหลือ 165 ํc อบต่อไปประมาณ 18 นาที เอาออกจากเตาพักให้เย็นก่อนเสิร์ฟ แล้วค่อยตัดเป็นชิ้นโดรยด้วยน้ำตาลไอซิ่ง








ส่วนของฟิลลิ่ง

บอกแล้วว่าไข่แดง แดงดีจริงๆ





  



















01 กรกฎาคม, 2558

Apple Roses (tart and Pie)








อันนี้ทำไปเมื่อคราวที่แล้ว



ทำApple Rose Tartไปเมื่อคราวที่แล้ว แล้วเกิดติดใจในความเก๋เบาๆของแอปเปิ้ลที่วางเรียงกันเป็นกุหลาบ มารอบนี้ทำแบบม้วนๆรวมกับแป้งทาร์ตบ้าง กลายเป็นกุหลาบดอกน้อยๆแบบนี้ ถ้าใช้แอปเปิ้ลที่มีเปลือกสีแดงเข้มกว่านี้จะสวยมากๆ พอดีเราเหลือแอปเปิ้ลฟูจิอยู่แค่สองสามลูกเลยเอามาทำซะ

สีอาจจะซีดไปหน่อย แต่สกิลความอร่อยไม่ลดลงนะฮะ สูตรต้นฉบับมาจากที่นี่ ส่วนแป้งทาร์ตก็เอาของที่เหลือๆในตู้มาใช้ ใครจะใช้เป็นแป้งทาร์ตก็ตามนี้ ส่วนของแป้งทาร์ต หรือใครจะชอบแบบแป้งพายชั้นก็ได้เลยค่ะ ใครอยากลองสูตรแป้งพายชั้นที่รวดเร็วใน 15 นาทีก็ตามลิงก์นี้ พัฟเพสตรี้แบบเร่งด่วนภายใน 15 นาที ทำง่ายมากๆ



ส่วนของแอปเปิ้ลฟิลลิ่ง

  - แป้งพาย หรือแป้งทาร์ต

- แอปเปิ้ล 2 - 3 ลูก

- น้ำมะนาว 1 ลูก

- น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ

- แยมแอ๊ปปริคอต 3 ช้อนโต๊ะ (เราใช้แยมราสเบอร์รี่ผสมกับน้ำนิดหน่อยเข้าไมโครเวฟแป๊บนึง)

- ซินนาม่อน 1 ช้อนชา

- น้ำตาลไอซิ่งสำหรับโรยหน้า


- แอปเปิ้ลล้างให้สะอาดสไลด์เป็นชิ้นบางๆเท่าๆกัน ผสมกับน้ำมะนาว น้ำตาลทรายซักหนึ่งช้อนโต๊ะคลุกๆกับแอปเปิ้ลให้พอเข้ากันพักไว้ประมาณ 10 นาที เทน้ำที่อยู่ในชามออกแล้วโรยซินนม่อนเคล้าเบาๆให้ทั่ว

- โรยแป้งลงบนเคาเตอร์ รีดแป้งทาร์ต หรือแป้งพายออกให้บางๆ ตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมยาวๆ ทาแยมลงไปให้ทั่วๆ แล้ววางชิ้นแอปเปิ้ลลงไป

- จากนั้นพับส่วนของแป้งด้านล่างขึ้นมา แล้วก็เริ่มม้วนได้เลย เสร็จแล้วก็วางลงในพิมพ์รออบ ทำจนแอปเปิ้ลหมด ระหว่างนี้ก็เปิดเตาที่ 190 ํC นำเข้าอบประมาณ 40 - 45 นาที











เปิดเตาที่ 190 ํC นำเข้าอบประมาณ 40 - 45 นาที


เสร็จแล้วพร้อมเสิร์ฟ





 





17 มิถุนายน, 2558

The Best Brownies recipe






เชื่อว่าขนมสุดโปรดและทำง่ายในอันดับต้นๆของหลายๆคน ต้องมีบราวนี่อยู่ในลิสต์ด้วยอย่างแน่นอน รวมทั้งเราด้วย ส่วนตัวเราชอบบราวนี่เนื้อหนึบๆ ฉ่ำๆ เข้มข้นไปด้วยรสสัมผัสของช็อกโกแลต ยิ่งกินยิ่งเพลินชอบที่สุดคือเอาแช่ตู้เย็นแล้วเอาออกมากัด หืมมมม เคลิ้มมาก สูตรนี้เป็นอีกสูตรที่ลองแล้ว กรี๊ดดดดมาก ใครที่ชอบบราวนี่ขนมง่ายๆ แต่ความอร่อยไม่ธรรมดาลองดูๆนะคะจากที่นี่


สูตร The Best Brownies 

- เนย..............100 กรัม
- ดาร์กช็อกโกแลต.................65 กรัม
- น้ำตาลทราย.............(1 ถ้วย)เราใส่แค่ 150 กรัม
- ไข่................2
- แป้งเอนกฯ............1/4 cup
- ช็อกโกแลตชิฟ...............1/2 cup
- วนิลลา.................1/2 ช้อนชา
- เกลือ..............1/4 ช้อนชา

- เปิดเตาที่ 165 ํc - 170 ํ c เตรียมพิมพ์รองกระดาษไข

- ละลายเนย + ดาร์กช็อกโกแลตให้เข้ากัน พักไว้พออุ่นๆเติมน้ำตาลทราย คนให้เข้ากัน

- ใส่ไข่ลงไปทีละฟอง ตีให้เข้ากัน ค่อยเติมวนิลลา เพิ่มช็อกโกแลตชิฟลงไป แล้วค่อยเติมแป้ง + เกลือ คนให้เข้ากันอีกรอบ เทลงพิมพ์ อบประมาณ 35 - 40 นาที







เราโรยช็อกชิฟโปะหน้าลงไปอีกรอบ 











LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...