10 กุมภาพันธ์, 2555

Coffee Macaron with White Chocolate Coffee & Caramel Ganache




ครั้งแรกกับอิตาเลี่ยนมาการองค่ะ ตื่นเต้นจริง กร๊ากกกกก ก่อนหน้านี้เคยทำนะคะสำหรับอิตาเลี่ยนเมอร์แรงค์เนี่ย แต่ไม่รอดอ่ะ ชีช้ำมาก(เพราะหลายรอบ)ไม่ใช่รอบเดียวนี่สิ 555+ ได้แต่หวังอยู่ในใจว่าซักวันเราคงจะหากันจนเจอบ้างล่ะน่า ที่จะทำออกมาแล้วมันได้ดั่งใจไม่แป๊กตกม้าตาย แล้ววันนั้นก็มาถึง เมื่อได้หนังสือมาจากอิป้า ณ เชียงใหม่ แต้งๆนะป้า^^! เพราะงั้นเลยไม่รอช้ารีบคว้าไข่(ออกมาจากตู้เย็น)วัดดวงกันอีกซักรอบดิ๊ ว่ามันจะกินแห้วอีกมั้ย ขนมบ้าไรไม่รู้เอาใจยากขนาดนี้ แต่ก็ไม่เลิกยุ่งกะมันทำๆไปจนกว่าจะตายกันไปข้างนึงเอาเซร่!! กร๊ากกกก ให้มันรู้กันไป

สำหรับรอบนี้อินเลือกทำรสกาแฟค่ะ กาแฟเวลาเอามาทำมาการองนี่มันอร่อยจังเลย หอมมากๆยิ่งเวลากัดเข้าไปพร้อมกับไส้กานาชแล้วมันยิ่งสวดยอดดดดอ่ะ เข้ากันมากกก ไม่ได้เว่อร์นะคะท่านผู้โช้มมม ขนาดปกติเราไม่กินกาแฟนะ (และจะบอกว่าหลงเสน่ห์กลิ่นหอมๆของกาแฟมากๆเช่นกัน) แต่สำหรับเจ้ามาการองนี้ต้องยอมเลยถูกใจมากๆ กลิ่นกาแฟตลบอบอวนพร้อมกับไส้คาราเมล ไวท์ช็อคฯ และ กาแฟร 3 in 1 ขนาดเน้ ใครจะปฏิเสธได้ลง

สำหรับไส้ที่ทำวันนี้เป็นการจับทุกอย่างมารวมกัน ทั้ง คาราเมล กาแฟ และ ไวท์ช็อคโกแลต ค่ะ ถึงทำให้ถูกใจเรามากๆ และ มาการอง รอบนี้อินทำไปแค่ 1/3 ของสูตรนะคะ แค่ 1/3 สูตรนี่ก็หลายหลายคู่แล้วค่ะยี่สิบกว่าคู่กันเลยนะ  Coffee Macarons by Pierre Herme' เล่มนี้ค่ะ

ส่วนผสม (สำหรับ 1/3 สูตร) 

- ground almonds............................ 75 g
- icing sugar.............................75 g
- egg whites.....................45 g
- coffee powder.......................8 g

+

- caster sugar.......................125 g
- water....................32 g
- egg whites.....................35 g


- ปั่นอัลมอนต์ + น้ำตาลไอซิ่ง ให้ละเอียด แล้วร่อนรวมกันในอ่างผสม  เทไข่ขาวและผงกาแฟลงไป ใช้ที่ตัดแป้งหรือพายยางคนให้เข้ากัน พักไว้



- น้ำตาล+ น้ำเปล่า ใส่หม้อตั้งไฟ วางเทอร์โมมิเตอร์ พอน้ำตาลมีอุณภูมิได้ 115 ํc ให้เริ่มตีไข่ขาวจนเริ่มตั้งยอดอ่อน ซีรัปมีอุณภูมิ 118 ํc ยกลงจากเตาแล้วค่อยๆเทลงในไข่ขาวจนหมด ระหว่างเทซีรัปก็ตีไข่ขาวไปเรื่อยๆจนเมอร์แรงค์เริ่มเย็นอุณหภูมิประมาณ 50 ํ c







- แล้วน้ำส่วนของเมอร์แรงค์ไปผสมกับส่วนของอัลมอนต์แบ่งผสมสองครั้ง ส่วนผสมที่ได้จะไม่ข้นมาก



- เสร็จแล้วก็นำใส่ถุงบีบ บีบลงบนกระดาษรองอบ หลังจากบีบเสร็จจับถาดกระแทกลงบนโต๊ะแรงๆเลยค่ะเพื่อไล่ฟองอากาศ และ พักไว้อย่างน้อย 30 นาที จนผิวหน้าของมาการองเริ่มแห้งแล้วจึงนำเข้าอบ ด้วยอุณหภูมิ 180 ํc ประมาณ 10 - 12 นาที แล้วแต่เตาใครเตามันนะคะ 






- ก่อนนำเข้าอบโดรยผงกาแฟลงไปอีกนิดค่ะ หอมมากกกกกแล้วก็ส่งเข้าเตาอบเลยค่ะ



 









05 กุมภาพันธ์, 2555

เชลยศึกเสน่หา THE PRIZE – by.....Julie Garwood




เชลยศึกเสน่หา THE PRIZE – by Julie Garwood

รีวิวนี้ก็หนีไม่พ้นจูลี่ย์ การ์วูดอีกแล้วค่ะช่วงนี้อ่านงานของเธอเยอะจริงๆจนเกือบครบทุกเล่มแล้ว(เฉพาะแนวย้อนยุคน่ะค่ะ)สนุกโดนใจบ้าง อืดบ้างก็ว่ากันไป เล่มไหนอ่านอืดๆก็ทรมานนะกว่าจะจบ อิ อิ แต่เล่มไหนที่ชอบๆกับรู้สึกว่าอ่านแป๊บเดียวเองก็จบซะแล้ว ไม่รู้คนอื่นเป็นเหมือนกันไหมนะแต่เรานิสัยเสียถ้าเล่มไหนอ่านไม่หนุกนี่ทรมานอยากเปิดข้ามๆอ่านให้จบไวๆซะจริง 55555+

แล้วก็มาถึงเล่มนี้ THE PRIZE ที่กว่าจะได้หนังสือต้องกลั้นใจรอกันเลยทีเดียวพอได้มาปุ๊บรีบอ่านเลยใจร้อนค่ะ เล่มนี้พล็อตไม่ใช่ย้อนยุคแนวสก็อตอย่างที่เราชอบแต่ขอบอกว่าพอได้อ่านแล้วก็ยังชอบอยู่แม้ว่าช่วงแรกๆ(สำหรับเรา)แล้วออกจะอืดๆพอควรแต่นั่นม่ทำให้เราหยุดอ่านได้ค่ะ ยังคงอ่านต่อไปใครที่อ่านงานย้อนยุคของจูลี่ย์มาแล้วก็คงพอเดาๆพล็อตได้แระว่าจะเป็นยังไงต่อไป เพราะนางเอกมักจะรู้ตัวก่อนเสมอเลยว่ารักพระเอก แต่สำหรับพระเอกต้องใช้เวลาในการที่จะทำให้เขาคิดได้ว่ารักไม่แพ้กันเรียกว่าความรู้สึกช้าจะได้ไหม อิ อิ กว่าจะรู้ตัวก็แทบจบเล่มแล้วแต่ถึงกระนั้นเราก็ยังชอบอ่านอยู่ดีน้ำเน่าใช้ไหม 5555+เพราะแค่เริ่มเรื่องมานางเอกก็แสบมากเล่นเอาเล่นเอาท่านบารอนอย่างพระเอกหงายหลังตึงเลยทีเดียว

หลังจากที่กองทัพนอร์มันบุกเข้ายึดปราสาทและที่ดินของนิโคลา ไม่เธอจะไม่ยอมตกเป็นเชลยของพวกนอร์มันอย่างเด็ดขาด และตอนนี้เธออยากสั่งสอนบารอนรอยซ์ผู้นำทัพในครั้งนี้ก็แค่สั่งสอนนิโคลาไม่หมายจะเอาชีวิตเขาดังนั้นเธอจึงใช้หนังสติ๊กยิงไปที่หน้าผากเขาแทนที่จะเล็งเป้าไปที่ขมับเพื่อปลิดชีวิตและผลของการที่นิโคลายิงได้ไม่เคยพลาดเป้าเลยซักครั้งทำให้บารอนรอยซ์กระเด็นหงายหลังเพราะแรงกระสุนลูกหินจากหนังสติ๊กหลังจากนั้นเมื่อรอยซ์รวบรวมสติคืนมาได้เขาก็ก็หวังไว้ว้าจะหาตัวคนที่ทำกับเขาแบบนี้แล้วเอาคืนให้สาสม!

แต่ตอนนี้เขาต้องหาตัวเลดี้นิโคลาและพากลับลอนดอนแต่รอยซ์ค้นทั่วปราสาทก็ยังไม่มีวี่แววของเลดี้นิโคลา จะมีก็แต่เพียงแม่ชีหรือซิสเตอร์แดเนียลฝาแฝดของนิโคลาเท่านั้นและแม่ชีก็แจ้งกับเขาว่านิโคลาเชลยศึกของเขาได้หนีไปแล้วและแม่ชีได้ขอให้รอยซ์กล่าวคำสัญญาว่าต้องเป็นเขาเท่านั้นที่จะต้องเป็นคนไปตามหานิโคลา แต่หลังจากที่รอยซ์กล่าวคำสัญญากับแม่ชีไปแล้วรอยก็ได้รู้ว่าเลดี้นิโคลาไม่เคยมีฝาแฝดและแม่ชีที่ให้เขากล่าวคำสัญญานั้นก็คือเลดี้นิโคลาเชลยศึกของเขานั่นเองและตอนนี้รอยซ์ก็รู้ว่าจะต้องไปตามหาตัวเชลยของเขาได้ที่ไหน การที่รอยซ์พบว่านิโคลาไม่ใช่แม่ชีนั่นทำให้เขารู้สึกโล่งอกอย่างมากแต่แน่นอนรอยซ์ย่อมไม่เข้าใจตัวเองนั่นแหละว่าทำไมถึงได้รู้สึกมีปฏิกิริยาแบบนี้

หลังจากที่รอยซ์ตามหาเชลยของเขาพบเพื่อนำตัวกลับไปลอนดอนให้เร็วที่สุดซึ่งแน่นอนว่านิโคลาไม่ยอมง่ายๆแน่ แต่รอยซ์ก็คิดแผนเตรียมรับมือกับนิโคลาไว้แล้วอย่างแน่นอน และเขาก็จะเป็นคนทำให้นางต้องยอมเดินออกมาจากที่กำแพงที่ซ่อนด้วยตัวของนางเองและวันนั้นก็มาถึงเมื่อนิโคลาเป็นคนวิ่งออกมาจากกำแพงที่ซ่อนในโบสถ์ภายหลังจากที่รอยซ์ใช้ข้อต่อรองที่ทำให้นิโคลาออกมาแต่โดยดี การตกเป็นเชลยของพวกนอร์มันทำให้นางคิดว่าจะทำให้การเดินทางเข้าลอนดอนครั้งนี้ของพวกนอร์มันเหมือนตกอยู่ในนรกตลอดการเดินทางเชียวล่ะ หลังจากไปถึงลอนดอนกษัติรย์เพียงแค่วิลเลี่ยมได้ตัดสินใจให้นิโคลาแต่งงานโดยการที่นางจะต้องเป็นคนเลือกเจ้าบ่าวด้วยตัวเอง  แน่นอนอยู่แล้วว่าต้องเป็นรอยซ์ที่นิโคลาตัดสินใจเลือกมาเป็นเจ้าบ่าวแต่เพียงแค่คืนที่สองของการแต่งงานนิโคลาก็ได้รับรับรู้จากคนส่งสารจากผู้นำกลุ่มต่อต้านที่ไม่เปิดเผยตัวให้นิโคลาทำการฆ่ารอยซ์ซะถ้านางไม่ทำทั้งนางและสามีจะต้องตายทั้งคู่

ถึงแม้จะบอกว่าอาจะมีบางช่วงที่เรารู้สึกว่าอาจจะมีอืดๆไปบ้างงบางช่วงแต่สิ่งที่ทำให้เรายังคงไม่เบื่อและเวลาอ่านแอบขำไปด้วยซะอย่างนั้นแหละเพราะพระเอกจะน่ารักไปไหน 5555+ เราชอบจริงเวลาที่พระเอกเทศนานางเอกแต่นางเอกมัวแต่ฝันกลางวันซะงั้นรอยซ์รู้ว่าการที่นิโคลาได้เก้าวเข้ามาในชีวิตเขานับตั้งแต่วันแรกชีวิตเขาก็ไม่เหมือนเดิมอีกเลยแม้เขาจะวางกฏ ระเบียบให้ถรรยาของเขาปฏิบัติตาม เขาคือคนออกคำสั่งไม่ใช่นิโคลานางต้องเป็นคนทำตามคำสั่งของเขา แต่เมื่อภรรยาของเขายอมที่จะเชื่อฟังและทำตามทุกอย่างที่เขาเสนอรอยซ์กลับพบว่าเขาได้ไม่ได้ต้องการภรรยาที่เชื่อฟังแม้แต่น้อยเขาต้องการภรรยาที่ช่างโต้เถียงกับเขาทุกเรื่องต่างหาก

มีหลายช่วงที่เราแอบฮานางเอกมากคือ(สปอยล์)นางเอกคิดจะมอมเหล้าสามีเพื่อยั่วยวน แต่สุดท้ายตัวเองนั่นแระที่เมาซะเอง พอเมาแล้วความลับทุกอย่างก็พรั่งพรูออกมาจนหมด ไม่รู้ว่าคนอื่นอ่านเล่มนี้แล้วเป็นยังไงกันบ้างนะคะ แต่สำหรับเราถือว่าไม่ผิดหวังแม้บางช่วง บางตอนจะอืดๆไปบ้าง


02 กุมภาพันธ์, 2555

ชุดจอมใจอัศวิน by....Julie Garwood


จอมใจอัศวิน  The Lion’s Lady - by…..Julie Garwood

หลังจากได้อ่านงานแนวสก็อตขแงจูลี่ย์ การ์วูด ไปก็ทำให้เราอยากอ่านงานของจูลี่ย์แบบต่อเนื่องกันไปเลยมาที่ชุดนี้ จอมใจอัศวิน เล่มนี้เป็นเล่มแรกของชุดค่ะ อย่างที่บอกว่าช่วงนี้อยากอ่านงานของจูลี่เยอะ(แม้ใครจะบอกว่าอ่านต่อๆกันแล้วเอียนแต่เราไม่ 555+)แม้จะบอกว่าชอบจูลีย์ แต่อ่านเล่มนี้แล้วความสนุกเราคิดว่าต่างกันกับแนวสก็อตพอสมควรเลยล่ะชุดนี้จะเป็นแนวยุครีเจนซี่ในสังคมอังกฤษซะเต็มที่ ซึ่งต้องบอกว่าเราชอบแนวสก็อตของเธอมากกว่านะคะแต่นั่นก็ไม่ทำให้เราหยุดอ่านงานของเธอ
คริสติน่า เบนเนต ถูกเลี้ยงดูโดยชนเผ่าดาโกตา ในอเมริกา ภายหลังจากการที่แม่ของคริสติน่าเสียชีวิตลงบัดนี้เธอได้เข้าสู่สังคมลอนดอนอย่างฮือฮาและเธอได้เก็บงำอดีตอันลึกลับพร้อมด้วยสมุดบันทึกเล่มเก่าของแม่ที่บอกเล่าเรื่องราวในอดีต เรื่องนี้จะบอกว่าอ่านไปก็แอบฮานางเอกเหมือนกันนะเธอขว้างมีดได้เก่งพอกับนินจาเลยแหละหลังจากที่ได้รับการฝึกมาตั้งแต่เด็กจากพ่อกับพี่ชายในผ่าดาโกตาทำเอาพระเอกยัง งง ว่ามีดมาจากไหน  และ ใช่ว่านางเอกเราจะมีอดีตเก็บงำอยู่คนเดียว พระเอก ลีออง ก็ไม่น้อยหน้ามีอดีตฝังใจและตามมาหลอกหลอนเหมือนกัน แต่เพียงแค่เจอนางเอกครั้งแรกก็ก้าวย่างลงหลุมรัก ตั้งแต่ครั้งแรกแล้วล่ะ
อารมณ์เล่มนี้ประมาณอ่านได้เรื่อยๆมากกว่านะคะ(สำหรับเรา) เดี๋ยวลองต่อเล่มอื่นในชุดว่าจะสามารถดึงเราออกมาจากแนวสก้อตของเธอได้หรือเปล่า




นางฟ้าจำแลง GuarDian Angel

มาถึงเล่มที่สองในชุดแล้วค่ะเนื้อเรื่องไม่เกี่ยวเนื่องกันโดยสิ้นเชิง เพียงแต่ตัวละครจะกี่ยวเนื่องกันมา พระเอก – นางเอกในเล่มแรกจะมาโผล่ในเล่มนี้ด้วย เล่มนี้จะเป็นเรื่องของ เคนมาร์ควิสแห่งเคนวูดที่ออกตามรอยของจอมสลัดเพื่อแก้แค้นให้กับน้องชายเขา และเขาก็ได้สวมรอยเป็นพาแกนจอมสลัดคนนั้นและในคืนที่เคนรอให้พาแกนตัวจริงปรากฏตัว ผู้หญิงลึกลับอย่างเจดก็ได้ปรากฎตัวและพร้อมกับจ่ายค่าจ้างให้เคนหรือจอมโจรพาแกนตัวปลอมทำการฆ่าเธอซะ!! เพราะเธอไปเห็นการฆาตรกรรมขุนนางคนหนึ่งและตอนนี้พวกโจรเหล่านั้นกำลังตามล่าตัวเธอ

เจดพบว่าการที่อยู่ใกล้ผู้ชายอย่างเคนเขาช่างดึงดูดใจและมีเสน่ห์เหลือเกินเหตุนี้เจจึงป้องกันตัวเองด้วยการแกล้งทำทุกอย่างที่เขาไม่ชอบแม้เจดจะพยายามทำทุกอย่างที่บอกตัวเองไว้ นั่นกลับทำให้เคนเห็นใจเธอมากขึ้น(ซะงั้นน่ะ) และเขาพบว่าเขาต้องการที่ปกป้องเจดให้ปลอดภัยและเขาก็บอกตัวเองว่าจะไม่มีวันปล่อยเธอไปและเธอจะต้องเป็นของเขาตลอดไป โดยที่เคนยังไม่รู้ว่าจอมโจรพาแกนคือตัวจริงก็คือผู้หญิงที่อยู่ต่อหน้าเขาตอนนี้นั่นเองเรื่องนี้เหมือนเรื่องต่างๆจะซับซ้อน แต่ไม่ไม่น่าปวดหัวขนาดนั้นอ่านได้เรื่อยๆพระเอกที่ช่างปกป้องและแสดงความรู้สึกกับนางเอกแบบไหนไม่มีปิดบัง แต่เห็นพระเอกแมนๆเข้มแข็งอย่างนี้ตอนสุดท้ายนี่แอบฮาอ่ะ ตัวใหญ่เข้มแข็งแต่เวลาตื่นต้นๆนี่ก็เป็นลมล้มตึงได้เหมือนกัน อิ อิ





เจ้าสาวจอมสลัด THE GIFT


เจ้าสาวจอมสลัดเป็นเล่มที่สามในชุดแล้วค่ะ และเล่มนี้เป็นเล่มที่เราอ่านแล้วอืดที่สุดในสามเล่มที่ผ่านมา โดยส่วนตัวเราเบื่อนางเอกแนวนี้น่ะค่ะ หลายคนคงชอบเพราะพล็อตมันก็น่ารักแหละ แต่บางทีเราก็เอือม และ เบื่อ กับนางเอกน่ะ จริงๆแล้วนางเอกเธอน่ารักนะคะ แต่เราเบื่อกับความโก๊ะในแบบน่ารักๆ(ในสายตาพระเอก)ของเธอ  อิ อิ ซึ่งเราขอเรียกว่างี่เง่าละกัน
ในวัยเพียงสิบสี่ปีนาธาน มาร์ควิสแห่งเซนเจมส์ต้องเข้าพิธีวิวาห์กับเจ้าสาวของเขาซึ่งเพิ่งมารู้ตอนหลังว่าเธอมีอายุเพียงสี่ขวบ เพื่อลดความขัดแย้งของทั้งสองตระกูลตามบัญชาของกษัตริย์และสิบสี่ปีต่อมานาธานหรือฉายาของเขาก็คือโจรสลัดพาแกนได้ออกตามหาเจ้าสาวของเขาอีกครั้งเพื่อเรียกร้องสิทธิ์ในตัวซาร่าภรรยาของเขาโดยการลักพาตัว!!แต่ในคืนที่เขากำลังจะจัดการเรื่องทุกอย่างตามแผนเขากลับพบว่าเจ้าสาวของเขากำลังปีนหน้าต่างหนีออกจากบ้าน และนั่นทำให้นาธานต้องสะกดรอยตามด้วยความอยากรู้ว่าเธอกำลังจะทำอะไร และสิ่งที่ซาร่าทำก็คือเธอไปช่วยน้าของเธอให้พ้นจากความโหดร้ายของลุงเธอเอง

ซาร่าต้องการจะพาน้าของเธอกลับบ้านซึ่งอยู่ที่เกาะแห่งหนึ่งเพราะงั้นเลยต้องนั่งเรือซึ่งก็คือเรือของพระเอก นาธานได้แสดงว่าเขาคือสามีของเธอ และซาร่าก็คิดว่าเขาช่างตรงข้ามจากสามีที่เธอเคยวาดไว้ในใจซะเหลือเกิน และความโก๊ะของซาร่าแต่น่ารักไปหมด(ในสายตาพระเอก)ก็เริ่มขึ้นบนเรือลำนี้ซึ่งนั่นทำให้เราแอบรำคาญนางเอกจริงๆ 555+(อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวล้วนๆนะคะ) บางทีเราอาจจะไม่ชอบนางเอกคาแร็คเตอร์แบบนี้มั้งที่ โก๊ะๆ ไร้เดียงสา ทำอะไรผิดแล้วก็ไม่รู้ตัวเท่าไหร่เนี่ยแล้วก็ยังคิดไม่ได้ว่าตัวนางทำอะไรผิด ไปหรือ อ่านเล่มนี้แล้วทำให้เรานึกถึงเรื่อง นิมิตแห่งรัก ของ จิลล์ บาร์เนต ขึ้นมาทันทีเลยค่ะ หลายคนชอบเรื่องนี้นะ แต่เราอ่านแล้วแฮ่ๆรำคาญยังไงบอกไม่ถูก แล้วอีกอย่างส่วนนึงที่ทำให้เราอ่านเรื่องนี้ไม่สนุกเท่าที่ควรก็คงเป็นที่เราไม่ชอบแนวโจรสลัดหรือทั้งเรื่องต้องมาใช้ชีวิตอยุ่บนเรือตลอดเวลาแล้วแถมนางเอกยังมางี่เง่า(สำหรับเรา)ก็ยิ่งไปกันใหญ่เลยเชียวแหละ  
.


ยอดหญิง Castles

เล่มที่สี่เล่มสุดท้ายในชุดนี้แล้วค่ะ ตอนแรกเปิดอ่านไปไม่กี่หน้านึกว่านางเอกจะเป็นตัวก่อเรื่องยุ่งตลอดเวลาทำให้แอบคิดว่า เฮ้ยย นางเอกจะมาแนวเดียวกับ THE GIFT หรือเปล่าเนี่ยแต่อ่านๆไปไม่ใช่แหะ สำหรับเราคิดว่าอเลซานดรา นางเอกเล่มนี้ฉลาดพอตัวเลย
เมื่อเจ้าหญิงอเลซานดราต้องเดินทางออกจากคอนแวนที่เคยอาศัยอยู่ตลอดมาตามจดหมายเรียกตัวของผู้ปกครองของเธอในอังกฤษคือดยุคพ่อของคอลิน(น้องชายของเคนในเล่มนางฟ้าจำแลงค่ะ)การที่            ดยุดยุคแห่งวิลเลี่ยมเชียร์เรียกตัวเธอกลับมายังอังกฤษก็เพื่อต้องการหาทางให้คอลินลูกชายของเขาแต่งงานกับอเลซานดรา แต่แน่นอนว่าคอลินต้องปฏิเสธอยู่แล้วแต่การที่คอลินปฏิเสธย่อมมีเหตุผล(ของเขา)เองแน่นอนอยู่แล้ว แต่เมื่ออเลซานดราต้องมาพักที่บ้านกับคอลินด้วยความบังเอิญที่ดยุคล้มป่วยลงอย่างกระทันหันการมาพักที่บ้านของเขาและคอลินต้องกลายเป็นผู้ปกครองชั่วคราวให้อเลซานดราชั่วคราว
แต่หลังจากที่คอลินปฏิเสธและให้เหตุผลในการที่เขาจะไม่ยอมแต่งงานกับอเลซานดราแล้วคอลินพบว่าเขาช่างหงุดหงิดนักเมื่อเขาคิดว่าเธอจะไปแต่งงานกับผู้ชายคนอื่น ความรู้สึกของคอลินที่มีต่อเลซานดราเริ่มลึกซึ้งมากขึ้นเพียงแต่ไม่รู้ตัวเท่านั้นเอง!!และสัญญาณอันตรายบางอย่างกำลังเกิดขึ้นกับอเลซานดราทำให้คอลินไม่อาจจะปล่อยเธอไปได้ เล่มสุดท้ายนี่ตัวละครออกมากันเกือบพร้อมหน้าค่ะ โดยเฉพาะครอบครัวคอลินนี่ทั้งครอบครัวเลยก็ว่าได้ เป็นเล่มที่อ่านแล้วโอเคค่ะแม้ว่าบางช่วงจะอืดๆบ้างสำหรับเราคิดว่าแนวสก็อตของจูลี่ การ์วูด ยังถือว่าเราชอบที่สุดอยู่ดีหลังจากชุดนี้ก็ยังเป็นจูลี่อยู่นะคะ อิ อิ 

01 กุมภาพันธ์, 2555

Lemon Macarons



เลม่อนมาการอง ช่วงนี้มาการองแบบต่อเนื่องกันไปเลยค่ะ ไส้เป็นเลม่อนเคิร์ด เปรี้ยวจี๊ดดดสะใจม๊าวกก
หอมกลิ่นเลม่อนสุดๆ เป็นสูตรเดิมที่เคยทำนะ ตามไปดูที่บล็อคเก่าๆได้เลยค่ะ 













24 มกราคม, 2555

orange macarons with oreange curd Filling







มาการองอีกแล้วค่ะ ยิ่งทำยิ่งหลงเสน่ห์เขาล่ะ รอบนี้มาพร้อมกับกลิ่นหอมๆของส้มค่ะ เข้ากันสุดๆกับออเร้นท์เคิร์ดสีแสบสัน และรสชาติเปรี้ยวหน่อยๆเวลากินกับตัวมาการองมันลงตัวมากๆ เวลาได้กลิ่นหอมๆของส้มนี่มันสดชื่นดีจังเลยค่ะ


ส่วนผสม(ครึ่งสูตร)


- ไข่ขาว ..............75 g

- caster sugar................5og

- อัลมอนต์................90 g

- icing sugar.............135 g



- สีส้ม + กลิ่นส้ม  สองสามหยด





- ปั่นอัลมอนต์ + น้ำตาลไอซิ่งเข้าด้วยกันให้ละเอียด แล้วร่อนรวมกันสองครั้ง



- ตีไข่ขาว + กับ caster sugar + สีชมพู จนตั้งยอด แล้วค่อยๆแบ่งอัลมอนต์ที่ร่อนไว้ลงไป



- ค่อยโฟล์ให้เข้ากันแล้วตักใส่ถุงบีบ บีบลงบนถาดที่รองด้วยกระดาษไข

พักให้ผิวมาการองแห้ง อินพักไม้ถึงชั่วโมงผิวก็แห้งแล้วค่ะ



- พอพักผิวได้ที่ก็วอร์มที่ 160 ํc ไฟล่างอย่างเดียวค่ะ พออุณหภูมิได้ที่ก็นำเข้าอบ 11 - 12 นาที





ส่วนของ  orange curd Filling 

- น้ำตาลทราย........................50 g

- แป้งข้าวโพด...........................2 1/2 tsp

- เกลือป่น.............................1/8 g

- น้ำส้มซันควิก.........................1/3 cup

-น้ำมะนาว......................1 tbsp

- ไข่แดง.......................2 ฟอง


- ผสมทุกอย่างเข้าด้ววยกันในหม้อใบเล็ก ใช้ตะกร้อมือคนให้ส่วนผสมเข้ากัน
- นำไปตุ๋นบนหม้ออีกใบที่ตั้งน้ำเดือด คนตลอดเวลาจนส่วนผสมเริ่มข้นขึ้น ยกลงจากเตาพักไว้ให้เย็น




















LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...