25 พฤศจิกายน, 2562

White Chocolate Green Tea Brownies / กรีนนี่ (บราวนี่) ชาเขียวไวท์ช็อกโกแลต









ใครชอบชาเขียวและไวท์ช็อกโกแลตอยากให้ลองสูตรนี้นะคะ จะบอกว่าเราทำติดต่อกันสองวันซ้อน เนื้อชุ่มฉ่ำ หนึบหนับมาก ยิ่งเอาแช่ตู้เย็นยิ่งอร่อย สูตรนี้ชาเขียวสะใจมากกกกกกก

เราชอบเพราะส่วนของชาเขียวเยอะนี่แหละ เวลาเคี้ยวในปากได้รสขมของชาเขียวนิดๆ บวกกับรสของไวท์ช็อกโกแลตมันเข้ากันสุดๆ พร้อมความกรุบกรอบของถั่วแมคคาเดเมียยิ่งเพิ่มเลเวลความฟิน จนทำให้เราต้องทำเบิ้ลสองวันติดเลย ฮ่าๆ ใครไม่ชอบชาเขียวเยอะๆแบบเราก็ลดปริมาณลงได้ค่ะ




สูตร white chocolate Green Tea Brownies


- เนย (ละลาย)...........115 กรัม

- ไวท์ช็อกโกแลต.............50 กรัม
- น้ำตาล................185 กรัม (เราใส่แค่ 165 กรัม)
- แป้งเอนกฯ............70 กรัม
- ไข่.........2
- ผงมัทฉะ.............25-30 กรัม (ใครไม่ชอบขมลดลงได้อีกค่ะ)
- เกลือ...............1/4 ช้อนชา
- วนิลลา 1/2 ช้อนชา

* ถั่วตามชอบ และ ไวท์ช็อกโกแลต *

- เปิดเตาที่ 180 ํC ไฟบน - ล่าง เตรียมพิมพ์ 8 * 8" รองด้วยกระดาษไข 

- ละลายเนย + ไวท์ช็อกฯให้เข้ากัน พักไว้พออุ่นๆ

- ตีไข่กับน้ำตาล+วนิลลา+เกลือให้เข้ากัน เติมเนยกับไวท์ช็อกโกแลตที่ละลายไว้ลงไป คนให้เข้ากัน แล้วเติมผงมัทฉะคนให้เข้ากัน แล้วค่อยใส่แป้งลงไปแป้งไม่ต้องร่อนนะคะ (ใครจะใส่ถั่วและไวท์ช็อกฯเพิ่มลงไปก็ใส่ตอนนี้)

- เทใส่พิมพ์ อบประมาณ 25 - 30 นาที ของเราอบแค่ประมาณ 20 นาที เพราะชอบเนื้อแบบหนึบๆ (โปรดดูอุณหภูมิของเตาท่านด้วย) อบเสร็จเอาออกจากเตาพักให้เย็นค่อยตัดเสิร์ฟ ง่ายโน๊ะ ^^



ตีไข่กับน้ำตาล+วนิลลา+เกลือให้เข้ากัน

เติมเนยกับไวท์ช็อกโกแลตที่ละลายไว้ลงไป คนให้เข้ากัน แล้วเติมผงมัทฉะ 

ใส่แป้งลงไป (แป้งไม่ต้องร่อน) คนให้พอเข้ากัน เทใส่พิมพ์ ท้อปปิ้งด้วยถั่วตามชอบ วันนี้เราใช้ถั่วแมคคาเดเมีย

อบประมาณ 25 - 30 นาที ของเราอบแค่ประมาณ 20 นาที  แล้วเอาออกจากเตาแล้วพักให้เย็นสนิท แล้วตัดเสิร์ฟ ถ้าครอยากตัดได้ขอบคมๆ ให้เอาแช่ตู้เย็นข้ามคืนแล้วค่อยเอาออกมาตัดด้วยมีดคมๆ












Lemon Raspberry Tart










Lemon Tart

ใครชอบทาร์ตแบบเปรี้ยวๆเหมือนกันบ้างคะ โดยเฉพาะเลม่อนทาร์ตแบบนี้ได้กินแล้วชื่นใจมากกก เปรี้ยวสะใจเข็ดฟันดี ยิ่งออกจากตู้เย็นเสิร์ฟพร้อมเบอร์รี่ต่างๆตอนกินนี่พริ้มเลย 555 วันนี้เราใช้มะนาวเขียวแบบไม่มีเมล็ด


- แป้งเอนกฯ...........2+ 1/2 Cup
- เนยจืดเย็นจัดๆ ..........230 กรัม
- ไข่แดง..........1
- น้ำตาล.........2 Tbsp
- เกลือ........1/2 Tsp
- น้ำเย็นจัด........3 Tbsp

- ผสมแป้ง + เกลือ + น้ำตาลไอซิ่ง ลงในชาม ใส่เนยเย็นจัดลงไปใช้ที่สับเนยสับจนแป้งกลายเป็นเม็ดร่วนๆ แล้วค่อยๆใส่ไข่แดงและน้ำเย็นลงไป ผสมให้เข้ากันจนเป็นก้อน แล้วเอาพลาสติกแล็ปห่อแล้วพักในตู้เย็นอย่างน้อย 30 นาที
- กรุแป้งทาร์ตลงในพิมพ์แล้วนำเข้าอบประมาณ 20 นาที ไฟ 180 ํC


- ไข่แดง.........4
- ไข่ทั้งฟอง..........4
- น้ำตาลทราย ...................150 กรัม
- น้ำเลม่อน ............200 ml (ใครใช้มะนาวไทยลดความ- เปรี้ยวลงเหลือ 170-180 ml นะคะ)
- ผิวเลม่อน....2 ลูก
- เนย......170 กรัม

- วอร์มเตาที่ 180 ํC
- ตั้งน้ำร้อนบนเตารอไว้ หลังจากนั้น ผสมไข่แดง+ไข่+ น้ำเลม่อน+น้ำตาลทรายในชามผสม คนพอเข้ากันนำขึ้นตั้งไฟแล้วเติมเนยลงไป ใช้ตะกร้อมือคนจนส่วนผสมข้นขึ้นเติมผิวเลม่อนคนให้เข้ากันอีกทีแล้วยกลงจากเตา
- เทส่วนของเคิร์ดลงบนเปลือกทาร์ตที่อบแล้ว นำเข้าอบอีกประมาณ 6 - 7 นาที พักให้เย็นแล้วตัดเสิร์ฟได้เลยค่ะ

#EverythingBakingandCooking










พร้อมเสิร์ฟแล้ว







24 ตุลาคม, 2562

รีวิว The Gentleman's Guide to Vice and Virtue แต่งโดย Mackenzi Lee



ในภาพอาจจะมี 1 คน, ข้อความ




เชียร์เรื่องนี้อีกรอบ(แม้จะแทบจำไม่ได้เลยก็เถอะ)เพราะปกไทยคือดีงามสยามประเทศสุดๆ จากที่เคยแปะรีวิวสั้นๆหลังอ่านจบตั้งแต่ปีที่แล้ว (shorturl.at/prLN4) อย่างที่บอกคือเรื่องนี้เป็นแนว YA ย้อนยุคพระเอกเป็นไวส์เคานต์ที่เสเพลและขี้เมาสุดๆแอบหลงรักเพื่อนสนิทคนเดียวที่มีมาตั้งแต่เด็กๆ ประมาณเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อมานานตั้งแต่มอนตี้มันยังไม่รู้ตัวว่ามันรักเพื่อนตัวเองตอนไหนด้วยซ้ำ
เรื่องนี้มันสนุกตรงเดินทางท่องเที่ยวทั่วยุโรปนั่นแหละ การเดินทางมีเรื่องราวให้ตื่นเต้นตั้งแต่ต้นเลย เพราะความมือไวของอิมอนตี้เองที่เผลอไปหยิบของมีค่าบางอย่างติดตัวมาโดยที่มันไม่รู้ว่าของชิ้นนั้นโคตรๆจะมีค่าแต่ก็มีความอันตรายซ่อนอยู่มากๆเช่นกัน
พอเริ่มเดินทางก็เจอโจรทางหลวงดักปล้นขบวนรถม้าจนต้องหนีตายหัวซุกหัวซุนกันทั้งสามคน(มอนตี้ เพอร์ซี่ และเฟลิซิตี้น้องสาวมอนตี้)แผนการที่เคยคิดว่าจะเดินทางท่องเที่ยวแบบราบรื่นก็มีอันต้องสะดุดลง แถมไม่มีเงินติดตัวกันสักบาทจนตอนหลังมอนตี้มันต้องใช้ความหน้าตาดีของตัวเองมาโน้มน้าวเพื่อให้มีเงินติดตัวในการเดินทาง
และก็ได้รู้ว่าโจรที่ดักปล้นบนทางหลวงไม่ใช่คนธรรมดาหรือโจรทั่วไป แต่เป็นใครบางคนที่ต้องการของบางอย่างที่อิมอนตี้ขโมยมา พอเริ่มลงเรือเดินทางอีกครั้งก็เจอโจรสลัดปล้นกลางทะเลอีก ระหว่างนั้นก็มีความเป็นความความตายของเพอร์ซี่มาให้ลุ้นและอาจจะลงเอยด้วยการที่เพอร์ซีต้องไปอยู่โรงพยาบาลบ้า ส่วนเฟลิซิตี้น้องของมอนตี้ตอนอ่านคือชอบนางมากจริงๆเล่มของนางเองก็คงสนุกดีไม่น้อยแต่เรายังไม่ได้อ่าน 😂
ถ้าใครชอบย้นอยุคและการผจญภัยในศตวรรษที่ 18 ก็ต้องบอกว่าลองอ่านเรื่องนี้แหละไม่ผิดหวังแน่นอน ตอนนี้กำลังรอข่าวซีรีส์อยู่ว่าใครจะมารับบทมอนตี้และเพอร์ซี่ แต่ข่าวคราวก็เงียบหายไปนานเหลือเกินจะได้ลุ้นอยู่มั้ยไม่รู้ แต่ถ้าเป็นซีรีส์จริงๆมันต้องสนุกมากแน่ๆ ส่วนฉบับแปลไทยเราว่าแค่ปกก็คุ้มแล้วแหละปกดีย์ ย์ ย์ไปอีก

รวมนางเอกนิยายโรมานซ์(กว่า 50 เรื่อง)ที่กินเด็กแล้วอายุยืนหมื่นปีหมื่นๆปี


ในภาพอาจจะมี 1 คน



รวมนางเอกนิยายโรมานซ์(กว่า 50 เรื่อง)ที่กินเด็กแล้วอายุยืนหมื่นปีหมื่นๆปี 😂😂 ฉบับแปลไทยก็แปลมาแล้วหลายเล่มนะใครยังอ่านไม่ครบ หรืออยากเก็บลิสต์กินเด็กเป็นอมตะก็ดูรายชื่อทั้ง 50 เรื่องที่ลิงก์นี้ได้เลย ➡️ https://1th.me/UoHf

เรื่องแรกติดทุกโพลทุกสำนักและอันดับหนึ่งในใจเราก็ต้องยกให้เล่มนี้เลย #พิศวาสมิอาจเลือน Suddenly You by Lisa Klepyas เล่มนี้นางเอกกินเด็กแล้วนางยังจิ้นอีกด้วย พระเอกก็แซ่บจนไม่ต้องมีคำบรรยาย

และยังมีเล่มอื่นที่เราๆชาวโรแม้งคุ้นเคยกันดีอย่าง

#ข้ามขอฟาตามหาหัวใจ ของเชอรี่ โทมัส


แม้แต่ #หัวใจกำสรวล ของเสด็จแม่ลินดา ก็กินเด็กนาจาาา

#มนต์รักไคโร ลอเร็ตต้า เชส

#มนต์เสน่ห์จอมโจร ชุดทางสายปรารถนา ของเจ๊หอย เอลิซาเบธ ฮอยต์

#เพลิงปรารถนาแวมไพร์ ชุด IAD เครสลีย์ โคล

#กลยุทธ์หัวใจ ชุด Psy นลินี ซิงค์


#WhenHeWasWicked เล่มที่ 6 ชุดบริดเจอร์ตัน ของ จูเลีย ควินน์

#TheMadnessofLordIanMacKenzie เจนนิเฟอร์ แอชลีย์ - เล่มนี้ใครยังไม่เคยอ่าน แนะนำว่าควรหาฉบับภาษาอังกฤษมาอ่านจะดีกว่า เพราะฉบับแปลไทยแปลได้ซับนรกเกิ๊น 55555 #ใต้เลขห้ามีน้ำตาซ่อนอยู่🤣

สติกซซ์ ATYXX พรานราตรี เล่ม 18 - Sherrilyn Kenyon

Image


สติกซซ์ ATYXX พรานราตรี เล่ม 18 -  Sherrilyn Kenyon




หนังสือที่ทำสถิติความหนาปาหัวหมาแตกของแก้วกานต์เล่มล่าสุดก็คืออออ อิสติกซซ์เล่มนี้นี่เองงงง ด้วยความหนากว่า 1,000 หน้าสวยๆแบบนี้ แน่นอนที่ชีวิตสติกซซ์ย่อมไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ และไม่เคยเฉียดใกล้กับคำว่าสุขสบายอย่างที่ควรจะเป็น ในเล่มของแอชรอน เชื่อว่าใครได้อ่านเล่มนั้นจะต้องเกลียดสติกซซ์มากกกกๆๆๆๆๆเหมือนเรา


*** มีสปอยล์นิดหน่อยนะ ใครยังไม่ได้อ่านข้ามๆไป ***


เพราะตอนนั้นจำได้ว่าเราไม่แน่ใจว่าเกลียดใครมากกว่ากันระหว่างอาของแอชกับอิสติกซซ์ ถึงกับแช่งชักหักกระดูกมันเลยแหละ และแน่นอนในเล่มของแอชน้ำตาท่วมดราม่าความหนักหน่วงที่แอชต้องเจอแล้วก็บอกว่ามันจะมีความมาม่าความระยำที่เกิดกับชีวิตของคนๆหนึ่งมากกว่าชีวิตของแอชอีกมั้ย และแน่นอนที่มันมี.......ความระยำที่ว่ามันเกิดขึ้นกับสติกซซ์นี่ไง
สติกซซ์จากเล่มแรกในมุมมองของแอชรอนและพี่สาวคือคนเห็นแก่ตัวและเลวสุดๆ แต่ในเล่มนี้เราจะได้รู้ว่าเหตุการความเลวร้ายต่างๆที่เคยเกิดขึ้นกับแอช สติกซซ์มันพยายาจะทำทุกอย่างแล้ว สติกซซ์มันก็แค่คนคนนึ่งที่โหยหาความรักจากคนในครอบครัวตัวเองแต่ไม่มีใครรักมันเลยและมันก็รักแอชมาก เพราะแอชเข้าใจว่าคนที่ทำให้แอชต้องมีชะตากรรมแบบนั้นคือสติกซซ์ แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าสติกซซ์มันต้องเจอกับอะไรบ้าง และต้องเผชิญความเลวร้ายทุกอย่างโดยลำพัง ในส่วนของแอชอย่างน้อยก็ยังมีพี่สาวอยู่เคียงข้างแม้พ่อจะเกลียดแอชมากก็เถอะ
แต่สติกซซ์มันคือเจ้าชายผู้โดดเดี่ยวมีพ่อก็โคตรงี่เง่า มีอาที่ตอนแรกเหมือนจะดีและรักสติกซซ์มาก แต่สุดท้ายอามันก็คือคนที่เลวสุดๆนั่นแหละ เคยทำกับแอชยังไงมันก็ทำกับสติกซ์แบบนั้นเออจะบัดซบไปไหน จนคืนที่อามันตายคือแบบเออมึงน่าจะตายมาตั้งนานแล้ว แม้อามันจะตายแต่ความเกลียดชังระกว่าคู่แฝดทั้งสองคนยังมีอยู่
แอชเกลียดคู่แฝดตัวเองมาก แม้สติกซซ์จะกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มดาร์คฮันเตอร์ ส่วนอิสติกซซ์จะถูกส่งไปอยู่ไหนก็ยอมไปแต่โดยดีไม่มีคัดค้าน ประมาณขอให้กูอยู่สงบๆก็พอ เพราะมันก็ไม่อยากมีชีวิตอยู่ แต่มันตายไม่ได้ จะให้ช่วยทำอะไรก็ทำขอให้แอชสั่งมา
จนวัหนึ่งแอชก็ได้รู้ความจริงบางอย่างเกี่ยวกับสติกซซ์ โดยการดึงสติจากบางคนในกลุ่มดาร์คฮันเตอร์และซาวิทาร์ และทำให้แอชรู้ว่าสติกซซ์มันต้องเจอกับอะไรมาบ้าง ถึงตอนนี้อินี่ก็น้ำตาแตกจ้า ทำให้แอชเข้าใจว่าที่ผ่านมาคู่แฝดตัวเองมันมีชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยวแค่ไหน เพราะทุกๆคนหันหลังให้มันแม้แต่ตัวแอชเอง
ใครยังไม่อ่านเล่มแอชรอนควรอ่านเล่มนั้นก่อนที่จะมาอ่านเล่มสติกซซ์ เพราะทั้งสองเล่มเหตุการณ์มันเกี่ยวข้อและต่อเนื่องกัน จะได้ไม่งงและเข้าใจที่มาที่ไปของเหตุการณ์ต่างๆทั้งหมดที่เกิดขึ้น และสะสมความเกลียดชังต่ออิสติกซซ์ไว้จากเล่มแอช เพื่อมาระเบิดอารมณ์ความต่อเนื่องในเล่มของมันเอง ให้สมกับความหนากว่าหนึ่งพันหน้า แต่เห็นเล่มหนาๆแบบนี้อารมณ์เหมือนตอนอ่านเล่มแอชเลย คือเล่มแรกอ่านจบในคืนเดียว
อ่านเรื่องของสติกซซ์แล้วจะลืมอารมณ์ความเกลียดมันในเล่มแอชจนหมดสิ้น 5555 เพราะอ่านไปก็แบบ อิหยังวะ ชีวิตคนมันจะบัดซบวายป่วงอะไรเบอร์นี้ มันทนได้ยังไง มันมีชีวิตรอดมาได้ยังไงจนถึงตอนนี้ ช่วงท้ายๆชอบโคตรชอบโมเมนต์ลุงแอชกับสติกซซ์มันตื่นเต้นและลุ้นกับการเกิดใหม่ แล้วอิแอชคือตื่นเต้นออกหน้าออกตามากกก 5555




4 ดาว 

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...