18 สิงหาคม, 2555

มนต์รักอันดามัน /Silver and Sapphire /// มนต์จุมพิต / A Stranger's Kiss - by..... Shelly Thacker




หลังจากอ่าน รักข้ามภพ ของ เชลลี จบไปก็ทำให้เอยากอ่านเล่มอื่นๆของเธอตามไปด้วยแล้วก็มาลงเอยที่สองเล่มนี้ สองเล่มเป็นชุดเดียวกันค่ะพระเอกทั้งสองเรื่องเป็นพี่น้องกันแต่เราว่าจริงๆแล้วพล็อตไม่ได้เกี่ยวข้องกันสักเท่าไหร่เลยนอกจากเรื่องของพี่น้องบ้างนิดหน่อยอ่านตอนช่วงเล่มรีพริ๊นซ์จะออกใหม่พอดีใครตามหารักข้ามภพอยู่รอซื้อเล่มใหม่เลยค่ะปกสวยดี แต่เราเป็นพวกชอบปกแบบเก่าคลาสสิกมากกว่านะดูขลังสมเป็นโรมานซ์ดี ก้ากกก




มนต์รักอันดามัน /Silver and Sapphire

ต้องบอกก่อนว่าราเป็นพวก(เรื่องมาก)ไม่ชอบพล็อตแนว อินเดีย ฮาเร็ม หรือ ใช้ชีวิตอยู่บนเรือเยอะๆ ชีวิตติดเกาะ ตามล่าสมบัติ ผจญภัย ประมาณนี้ แต่ทั้งหมดที่กล่าวมาตอนต้น รวมอยู่ในเล่มนี้หมดเลยเหอะ 555 แต่เพราะเป็นงานของเชลลี แธ๊คเกอร์ ก็ทำให้อยากลองอ่านดูว่าจะเป็นไง หลังจากเรือเอเดนเต้ถูกโจรสลัดอังกฤษโจมตีเอเชียน่าสูญเสียทั้งเรือและพ่อไปพร้อมๆกัน และนั่นทำให้แอเชียน่าถูกมหาราชาแห่งราชพุฒในแอชเมียเลี้ยงดูเหมือนเป็นลูกอีกคนหนึ่งและแอเชียน่าก็จดจำไว้ว่าเธอเกลียดคนอังกฤษมากมายแค่ไหนแม้แท้จริงแล้วเลือดครึ่งหนึ่งในตัวจะเป็นอังกฤษแต่แอเชียน่ารู้ดีว่าไม่ใช่ เธอคือแอชเมียร์และเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่และถึงเวลาที่แอเชียน่าได้รับมอบหมายหน้าที่สำคัญเพื่อนำอัญมณีมีเก่าแก่โบราณที่ถูกขโมยไปโดยฝีมือคนอังกฤษให้คืนกลับมายังแอชเมียร์อย่างปลอดภัยและรอดพ้นจากคำสาป
แค่การนำแซฟไฟร์กลับมายังแอชเมียร์ให้ได้คงไม่ยุ่งยากขนาดนี้เมื่อแผนการดำเนินไปกับการที่เธอต้องปลอมตัวเป็นนางทาสเพื่อเข้าใกล้ผู้ชายอังกฤษที่ยึดครองแซฟไฟร์เม็ดนั้นอยู่แต่หลังจากที่แผนการที่วางไว้เกือบจะสำเร็จอยู่แล้วแต่กลับโดนลากลงไปในเรือของเขาโดยที่ไม่มีทางที่จะหนีได้อีกเลย และตอนนั้นเธอก็รู้ดีว่าแผนการต่างๆที่วางไว้ล้มเหลวแต่สิ่งที่แอเชียน่าต้องคิดก่อนคือจะรับมือกับอารมณ์เกรี้ยวกราดของผู้ชายที่เธอทำร้ายเขาได้อย่างไรเมื่อเขาฟื้นขึ้นมาและรู้ว่าเธอขโมยแซฟไฟร์เม็ดนั้นมาจากเขาเรื่องนี้ผจญภัยตั้งแต่ต้นจนจบจริงๆพล็อตสนุกนะ แต่เราไม่ค่อยชอบแนวนี้เลยอาจจะบอกว่าเอื่อยๆก็ได้ในเรื่องนี้ชอบสัตว์เลี้ยงนางเอกมากนางเอกเลี้ยงเสือเป็นงานอดิเรกซะงั้น5555น่ารักดี




มนต์จุมพิต / A Stranger's Kiss

เล่มที่สองในชุดเล่มนี้ผิดคาดเพราะเราแอบเดาว่าจะเป็นจูเลี่ยนน้องชายคนกลางของพระเอกมนรักอันดามัน แต่ดันเป็นน้องชายคนเล็กซะงั้น เรื่องนี้อ่านแล้วสงสารนางเอกอ่ะ บีบคั้นอารมณ์ดีเหมือนกัน นางเอก เป็นคนฝรั่งเศสทำการทดลองปุ๋ยเพื่อทำให้พืชเจริญงอกงามแต่ความผิดพลาดบางอย่างจากปุ๋ยกลายเป็นระเบิดและที่สำคัญรัฐบาลฝรั่งเศสต้องการสูตรของปุ๋ยชนิดนี้เพื่อทำระเบิดและการถูกตามล่าจากทั้งฝรั่งเศสและ อังกฤษ เพื่อแย่งชิงสูตรระเบิดก็เกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัวและการประสบอุบัติเหตุระหว่างการหนีก็ทำให้นางเอกความจำเสื่อมไม่สารถจำอะไรได้เลยพร้อมกับการที่ฟื้นขึ้นมาและพบว่าอยู่ในโรงพยาบาลบ้าพร้อมกับผู้คุมที่พยายามเค้นเอาความจริงนั่นยิ่งทำให้มารีแทบทนไม่ไหวและเธอต้องการออกไปจากที่นี่ไม่ว่าด้วยวิธีไหนก็ตาม แล้วคนที่อ้างว่าเป็นสามีของเธอก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับที่เขาบอกว่าจะพาเธอหนีออกจากที่คุมขังแห่งนี้ และ เขาอยากให้มารีไว้ใจเพราะเขาคือสามี ที่มาเพื่อช่วยเหลือให้พ้นจากอันตรายที่กำลังเผชิญอยู่แต่มารีไม่สามารถจดจำอะไรได้แม้กระทั่งชีวิตการแต่งงานกับแม็กผู้ชายที่กำลังช่วยเธอออยู่ตอนนี้
แม็ก เดเวอร์แนนท์ ได้รับมอบหมายหน้าที่จากรัฐบาลอังกฤษเพื่อนำตัวผู้หญิงที่เชื่อว่าเธอคนที่ผลิตระเบิดเพื่อทำลายล้างและเป้าหมายก็คือคนอังกฤษเขาจะต้องลักพาตัวภรรยาที่เขาแอบอ้างไปยังอังกฤษให้ได้ก่อนที่พวกฝรั่งเศสจะได้ตัวหล่อนไปแต่เขาไม่คิดว่าการที่ต้องอยู่ใกล้กับผู้หญิงอย่างมารีจะทำให้เขารู้สึกผิดและทุกข์ทรมานกับการที่ต้องโกหกและหลอกลวงว่าเขาคือสามีของเธอ และเขาจะไม่มีความรู้สึกอะไรทั้งนั้นเมื่อเกี่ยวกับมารีคนที่เกือบทำให้พี่ชายของเขาเกือบเอาชีวิตไม่รอดเพราะการทดลองระเบิดของฝรั่งเศส แน่นอนว่าการที่เขาเอาใจใส่และดูแลมารีแม้เขาพยายามจะบอกตัวเองว่ามันไม่เกี่ยวกับความรู้สึกของเขาเลยสักนิดแต่มันคือหน้าที่ที่เป็นประโยชน์กับงานที่ทำอีกไม่นานงานของเขาก็จะเสร็จสิ้นลงหลังจากที่ส่งตัวเธอให้กับรัฐบาลอังกฤษเมื่อถึงเวลานั้นหน้าที่ของเขาและทุกๆอย่างก็จะจบสิ้นลง
ตอนอ่านสงสารนางเอกจริงๆเข้าใจเลยว่าการที่เราไม่รู้และจำอะไรได้เลยมันโคตรทรมานจะไว้ใจใครก็ไม่ได้สำหรับเราชอบเล่มนี้มากกว่าเล่มแรกนะแต่ก็ยังสู้รักข้ามภพไม่ได้อยู่ดีนะสำหรับเรา แต่ตอนอ่านเล่มนี้สิอารมณ์ค้างอย่างแรง อ่านๆไปกำลังถึงช่วงไคล์แมกอยู่แล้วหนังสือหน้าหายไปสิบกว่าหน้ามันแบบว่า เอ่อออ เฮ้ยยยย สะดุดกึกเลยโผล่มาอีกทีไปอีกตอนนึงแล้วซะงั้น อารมณ์เหมือนกำลังกินข้าวอร่อยๆอยู่ดีๆแต่ข้าวติดคอซะงั้น แทบหมดอารมณ์กิน ก้ากกกกก แต่ดีหน่อยที่เล่มรีพริ๊นซ์จะออกใหม่พอดีไม่ต้องรอนาน

15 สิงหาคม, 2555

รวมหนังสือที่อ่านในช่วงการรีวิวขาดๆหายๆ


รวมหนังสือที่อ่านในช่วงการรีวิวขาดๆหายๆ

พักนี้ก็ยังคงอ่านหนังสือต่อเนื่องอยู่นะแต่อาจมี ขาดๆช่วงโอลิมปิกนั่นเองดูโอลิมปิกอย่างเดียวจริงๆมีอ่านบ้างเล็กน้อยถึงปานกลางแต่ก็จบไปหลายเล่มอยู่เหมือนกัน แต่ช่วงนี้จะเน้นไปที่แนวย้อนยุคมากเป็นพิเศษ เพราะแนวนี้อ่านยังไงก็ไม่เบื่อดังนั้นบล็อคนี้ก็ขอรีวิวเล่มที่อ่านมาแบบรวมมิตรกันเลยทีเดียวจริงๆเหตุผลหลักก็คือขี้เกียจแยกนั่นแหละเพราะอ่านไปแทบจะลืมไปหมดแล้วด้วยซ้ำเป็นคนที่ความจำสั้นมากอ่านไรไปแทบไม่อยู่ในหัวสมองนอกจากเล่มไหนที่คลั่งหรืออ่านแล้วชอบจริงๆจะจำได้นานหน่อย(แต่ก็ยังลืมอยู่ดี)แต่ก็ไม่เห็นจะช่วยอะไรได้เท่าไหร่เล้ยยยย 555






อัศวินสลับรัก / Jude Deverraux / พิศลดา แปล / สนพ ฟองน้ำ

สำหรับเราเคยอ่านงานของ จูด มาบ้างแต่ยอมรับว่าไม่ค่อยโดนใจค่ะ แต่เล่มที่เคยอ่านเป็นงานแนวปัจจุบันของเธอนะ ส่วนเล่มนี้เป็นย้อนยุคแนวอัศวิน(ที่ช่วงนี้เราคลั่งแนวอัศวินยุคกลางมากๆ)เพื่อนเลยจัดอัศวินมาให้อ่านหลายเล่มเลย สำหรับเล่มนี้ รู้สึกจะเป็นเล่มที่หกในชุดมั้งคะถ้าเราจำไม่ผิดนะ อ่านจบไปพักนึงแล้ว และ สำหรับเราก็ยังคิดว่าไม่มีอะไรดึงดูดใจให้อยากอ่านงานของเธอมากไปกว่านี้ สำหรับเล่มนี้อง น่าเบื่อพอดู(สำหรับเรา)พระเอกน่าเบื่อมาก แน่ใจนะว่าแกคืออัศวิน ทำไมเราน่าค่อดน่ารำคาญก็ไม่รู้ 55555 สำหรับเรา เจมี่ มอนต์โกเมอรี่ เป็นพระเอกที่ น่าเบื่อ และ ไม่มีเสน่ห์เลยให้ตาย จบข่าว!!



อัศวินข้ามมิติ Touch of Enchantment /  Teresa Medeiros / ปิยะฉัตร แปล / สนพ น้ำฝน

ช่วงหลังมาเราได้อ่านงานของเทเรซ่า เมดิรอส หลายเล่มเหมือนกัน ส่วนมากจะเป็นย้อนยุค และ อัศวินบ้าง แต่เล่มนี้ ออกแนวพาราฯหน่อย เพราะนางเอกทะลุมิติจากปัจจุบันกลับไปยังอดีตยุคอัศวินกลาง ซึ่งนั่นตอนอ่านแอบคิดถึงรักข้ามภพ ของเชลลี่แธคกอร์ ขึ้นมาค่ะ แต่หลังจากอ่านจบ(แบบเร็วๆ)แล้วก็คิดว่าเล่มนี้ช่างแปลเนื้อเรื่องในยุคอัศวินกลางได้โคตรสุภาพมาก อ่านๆไปชักไม่แน่ใจนี่มันเป็นอัศวินยุคกลางจริงๆใช่ป่าวฟร่ะ แถม ปิยะตัด แปลแล้วตัดออกซะเนื้อเรื่องเล่มบางจ๋อยซะงั้น อ่านไปไม่รู้จะขัดใจอะไรมากกว่ากัน ระหว่าง อัศวินยุคกลางที่เวลาพูดสุภาพซะเหลือเกินนึกว่าพระเอกอยู่ในยุครีเจนซี่เสียอีก กับ การที่ขัดใจเพราะโดนหั่น อะไรมันจะขนาดนั้น แต่ไม่ใช่หั่นตรงเลิฟซีนหรอกนะ เนื้อเรื่องโดยรวมต่างหากที่เหลือเพียงเล่มบางๆเท่านั้น แต่สำหรับปิยะตัด หลายคนอาจไม่แปลกใจเลยก้ได้เพราะเค้าขึ้นชื่อเรื่องการหั่นเนื้อเรื่องออกเป็นประจำอยู่แล้ว เพราะงั้นเราเลยต้องรีบอ่านให้จบไวๆ ดีกว่าเพราะไม่อยากเสียอารมณ์มากไปกว่านี้




เสน่ห์เทพธิดา  Once an Angel / Teresa Medeiros / ปิยะฉัตร แปล / สนพ ฟองน้ำ

เล่มนี้อ่านแล้วโอเคระดับหนึ่งเลยนะ แม้จะรู้ว่า ปิยะตัด ตัดอีกแล้วก็เถอะ เพราะออกแนวนางเอกเป็นเด็กในปกครองของพระเอกหลังจากที่พ่อของนางเอกตายและนางเอกเข้าใจว่าพระเอกคือคนที่ทำให้พ่อตายและแย่งเอาทุกอย่างของพ่อไปจนหมด(พ่อนางเอกทำเหมืองทองอยู่ที่นิวซีแลนด์)ตอนแรกอ่านเข้าใจว่านางเอกอายุแค่ 11 ขวบจริงๆ แอบตกใจด้วย เพราะพระเอกก็เข้าใจแบบเป๊ะๆมากๆว่าลูกสาวของเพื่อนที่เขารับปากว่าจะช่วยดูแลอายุแค่ 11 ขวบก็เข้าใจตามนั้นตลอดมา แต่ตอนอ่านที่แอบ งง เพราะส่วนนึงคือการตัดเนื้อหาออกบางส่วนนั่นแหละที่ทำให้บางฉากดูกระโดกกระเดก ข้ามไปข้ามมาแบบงงๆ แต่เนื้อเรื่องโดยรวมเราโอเคเลยนะ และก็จบลงแบบคลี่คลายทุกปัญหานั่นแหละ




เจ้าหญิง Once a Princess / Johanna Lindsey / กฤติกา แปล / สนพ ฟองน้ำ

เล่มนี้อยากลองอ่านเองและก็ตามนั้นยืมเพื่อนมาอ่าน เพราะปกติจะไม่ค่อยชอบอ่านเรื่องไหนที่ใช้ราชาศัพท์เท่าไหร่แม้เล่มนี้จะมีคำราชาศัพท์บ้าง แต่ไม่รู้สึกขัดใจนะเพราะตามบริบทมันต้องเป็นแบบนั้น ไม่ใช่ใช้พร่ำเพรื่อแบบนั้นก็ไม่ไหว(เรื่องมากเนอะ) ส่วนตัวอ่านงานของป้าโจไปเพียงไม่กี่เล่มแอบมีความรู้สึกว่าเหมือนจะสนุกแต่อ่านๆไปกลับไม่ค่อยหนุกยังไงไม่รู้แหะ แม้แต่เล่มนี้เองเราว่าแอบอืดๆหลายช่วงเลย ช่วงบทบรรยายยาวมากบางช่วงแทบจะทั้งบทแต่ด้วยฝีมือการเขียนของป้าโจ และ การแปลของคุณกฤติกา เอาอยู่ค่ะ



กุญแจหัวใจ The Key / Lynsay Sands / แพรคำ แปล / สนพ ภัทรา

เล่มนี้อ่านแล้ว ฮาๆดีค่ะ เป็นครั้งแรกกับงานของ ลินเซย์ แซนด์ เลยสำหรับเรา เล่มนี้เป็นเล่มที่สองในชุด ส่วนเล่มแรกรู้สึกจะไม่ได้แปลมั้งคะ แปลแค่เล่มสองกับเล่มสามออกมาเท่านั้น  เรื่องนี้นางเอกต้องหนีจากพ่อเลี้ยงผุ้ชั่วร้ายและทางเดียวที่จะปลอดภัยทั้งชีวิตของแม่และชีวิตขิงตัวเองนั้นเธอต้องแต่งงานกับคนเถื่อนในไฮแลนด์ และ พร้อมกับการพยายามสกัดกั้นไม่ให้มีการร่วมเตียงกับสามีในคืนแต่งงาน(และอาจจะตลอดไป) นางเอกจึงใส่เข็มขัดพรมจารีไว้ แต่ พระเอกก็หาทางที่จะกำจัดเข็มขัด(เหล็ก)ที่นางเอกใส่ไว้ให้ได้นั่นแหละ แต่จะทำยังได้เมื่อไม่มีลูกกุญแจ จะพานางเอกไปหาช่างตัดเหล็กโดยตรงก้ไม่ได้ ก้ากกกกกก

แต่ ใช่ว่านางเอกจะไม่ยอมถอดเข็มขัดอันนี้นะ เพียงแต่ถ้าจะให้ถอดและพระเอกจะร่วมเตียงด้วย ข้อแม้ของนางเอกก็คือพระเอกต้องอาบน้ำก่อนถึงจะยอมถอด เพราะพระเอกยอมอาบน้ำแค่เพียงปีละสองครั้ง!!! แลวคิดดูว่ากลิ่นจะขนาดไหน จนนางเอกไม่สามารถทนอยู่ใกล้ๆได้เลยต้องมีข้อแม้นี้ขึ้นมา แต่แน่นอนพระเอกไม่มีทางยอมอยู่แล้ว(มันไม่คิดว่าตัวมันเหม็นท่านผู้โช้มมมม 5555) และคนในปราสาทของพระเอกนี้ก็เป็นเหมือนเจ้านายที่ไม่มีใครชอบอาบน้ำเลย คิดดูกลิ่นจะขนาดไหนเวลาอยู่รวมกัน จนนางเอกทนไม่ได้ต้องหาวิธีให้มีวาระแห่งการอาบน้ำกันเลยทีเดียว ช่วงแรกนางเอกถูกต่อต้านจากทุกคนนั่นแหละ แม้แต่กับพระเอกเองแต่สุดท้ายนางเอกก็เอาอยู่ และมีวิธีจัดการให้พระเอกยอมอาบน้ำได้แบบเต็มใจฝุดๆเลยล่ะ



แมดเดลีนสาวหารัก The Education of Madeline (Plum Creek, #1) / Beth Williamson / อาจิตรพรรณ แปล / สนพ คริสตัล

ครั้งแรกเหมือนกันกับงานของ Beth Williamson เล่มไม่หนามากค่ะ อ่านได้กำลังดี แต่ หลังจากอ่านจบแล้วคิดว่าพล็อตง่อยไปหน่อย ไม่มีความคิดที่อยากจะคล้อยตามเลย เรื่องนี้เป็น ช่วงยุคบุกเบิกอเมริกา แต่ไม่มีเนื้อเรื่องช่วงไหนที่หนักหนาหรือเครียดจนอ่านแล้วเครียดตามหรอกนะคะ เพราะ เรื่องนี้คืองาน อิโรติก โรมานซ์ เพราะงั้นหลักๆก็จะเลิฟซีนเยอะพอประมาณ แต่ที่ทำให้ส่ายหน้าเบาๆกับพล็อตที่นางเอก(วางแผน)ช่วยเหลือผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังจะถูกแขวนคอเพราะเขาถูกกล่าวหาว่าขโมยม้าให้รดพ้นจาการถูกแขวนคอ โดยให้ไปอยู่ที่บ้านพร้อมกับยื่นข้อเสนอว่าอยากให้เขาช่วยสอนบทเรียนในการร่วมรักในทุกๆแง่มุม ก่อนที่เธอจะแต่งงานในวันข้างหน้าหรืออาจจะไม่ได้แต่งเลย นางเอกคิดว่าตัวเองเป็นสาวแก่แต่ก็อยากเรียนรู้เรื่องนี้โดยจ้างพระเอกเป็นเวลาหนึ่งเดือนในการสอนบทเรียน(โดยที่ไม่มีใครรู้นอกจากทั้งสองคน) แน่นอนที่พระเอกอึ้งไปในชั่วขณะแรกที่ได้ยิน แต่พอตั้งสติได้ก็ เป๊ะ ต้องตกลงแน่อยู่แล้ว แต่เรื่องที่ดำเนินไปนี่สิที่อ่านแล้วชวนง่วงจริง อืด ยืดยาดพอดู แถมอ่านไปเราไม่ค่อยเชื่อในความรักระหว่างทั้งสองคนเลย(แม้จะรู้ดีว่านี่มันคือ อิโรติก โรมานซ์ อย่าไปใส่ใจกับพล็อตหลักนักเลยก็เถอะ)  แต่ เราว่าสำนวนแปลเล่มนี้โอเคเลยนะ สำนวนแปลไม่ปวดตับ ปวดไต อย่างของหลายๆคนในค่ายนี้ อ่านได้สบายใจพอสมควร

26 กรกฎาคม, 2555

รักข้ามภพ Forever His – by…..Shelly Thacker


- รักข้ามภพ Forever His – by…..Shelly Thacker


- สำนักพิมพ์ แก้วกานต์

- หนังสือแนว  time-travel romance

- ผู้แปล สีตา

- จำนวนหน้า 726 หน้า






รักข้ามภพ Forever His – by…..Shelly Thacker

 

หลังจากได้อ่านเรื่องนี้แบบรวดเดียวจบภายในคืนเดียวแล้วทนไม่ไหวต้องเขียนรีวิวอย่างเร็วเพราะอ่านแล้วชอบมากกกกก เป็นหนึ่งในไม่กี่เล่มที่อ่านจบแบบรวดเดียวไม่มีเบรกเลยเพราะตอนอ่านมันหยุดไม่ได้ชอบไปหมด ยิ่งเป็นช่วงอัศวินยุคกลางแล้วยิ่งชอบมาก ไม่รู้คนอื่นที่ได้อ่านแล้วจะบ้าแบบเรามั้ยนะคะ กร๊ากกก แต่เมื่อคืนตอนอ่านเป็นแบบนี้จริงๆ ยอมรับเลยว่าถ้าได้อ่านเรื่องไหนแล้วติดใจมากๆความง่วงจะหายไปเลยทันทีเพราะเมื่อคืนกว่าจะอ่านจบก็ปาไปตีห้าแบบไม่รู้ตัวเลยล่ะ

 

หลังจากที่เซลินีกำลังยืนมองการเฉลิมฉลองการก้าวเข้าสู่วันแรกของปีใหม่ปี 1993 จากหน้าต่างบนห้องนอน ตอนนั้นเองที่เธอรู้สึกว่าระจันทร์กลายเป็นสีดำและเซลินีกำลังร่วงหล่นลงสู่ความมืดโดยที่ไม่มีอะไรที่คุ้นเคยอยู่รอบกายและพบว่าตัวเธอเองกำลังนอนอยู่ในอ้อมแขนของผู้ชายคนหนึ่งและเขาแน่นอนที่เขากำลังเปลือยกายและเซลินีเองก็สวมเพียงชุดชั้นในที่ติดตัวมาในตอนแรกผู้ชายคนนั้นก็เข้าในว่าเซลินีคือผู้หญิงที่เขานอนด้วยในคืนฉลองปีใหม่และในตอนนั้นเองที่เซลินีไม่อยากจะเชื่อว่าเธอกำลังยืนอยู่ในวันแรกของปีใหม่ปี 1300 ซึ่งก็คือเมื่อกว่าเจ็ดร้อยปีก่อนและตอนนี้ผู้ชายคนนี้ก็กำลังกล่าวหาเซลินีอีกครั้งว่าเธอคือผู้หญิงที่ศัตรูของเขาส่งมาเพื่อวางแผนที่จะครอบครองดินแดนและทรัพย์สมบัติที่มีทั้งหมดของเขาและแม้ว่าเซลินีจะพยายามอธิบายยังไงว่าเธอเองไม่เคยรู้จักใครก็ตามที่เขาพยายามตัดสินว่าเธอเป็นเมื่อเขาเชื่อว่าเธอคือผู้หญิงที่ถูกส่งตัวมาเพื่อจัดการกับเขาและเขาคิดว่าเธอบ้าไปแล้ว

 

สำหรับ เกสตัน เดอ วาเรนส์การที่ผู้หญิงจากศัตรูลักลอบเข้ามาในปราสาทของเขานั้นเป็นเรื่องที่ให้อภัยไม่ได้โยเฉพาะแค่เพียงครั้งแรกที่เขาเห็นหน้าหล่อน ความรู้สึกอ่อนโยนอยากปกป้องก็เกิดขึ้นกับเขาโดยที่มันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนไม่ว่ากับผู้หญิงคนไหนและความปั่นป่วนต่างๆที่เกิดขึ้นในตัวเขาแน่นอนว่าเขาจะไม่มีวันยอมรับออกมาเพราะเขารู้ดีว่าเธอคือคนเจ้าเล่ห์พอๆกับคนที่ส่งมาเพื่อกำจัดเขาและเขาจะไม่มีวันยอมรับการหมั้นและแต่งงานจอมปลอมที่ถูกบังคับขึ้นมาในครั้งนี้อย่างแน่นอนเพราะเขาแน่ใจว่าการแต่งงานคือหนึ่งในแผนการที่ศัตรูเขาต้องการและเขาจะพยายามล้มเลิกและกำจัดผู้หญิงคนนี้ออกไปจากชีวิตเขาให้เร็วที่สุด

 

แต่มันไม่มีทางง่ายแบบนั้นน่ะสิเพราะหลังจากนั้นทั้งคู่ก็แต่งงานกันโดยที่ทำอะไรไม่ได้เพราะทุกๆคนต่างเข้าใจว่าเซลินีคือผู้หญิงอีกคนที่ถูกส่งมาเพื่อการนี้จริงๆ ส่วนเกสตันก็แค่มีแผนที่จะทำให้ผู้หญิงที่เขาแต่งงานด้วยยอมรับสารภาพออกมาว่าแท้จริงแล้วนางคือส่วนหนึ่งของแผนการการทำลายล้างซึ่งเป้าหมายก็คือตัวเขาเองซึ่งสำหรับเราชอบช่วงนี้มากกกกช่วงที่พระเอกแกล้งสั่งงานหนักๆให้นางเอกทำเนี่ยแต่นางเอกก็ไม่กลัวนะสั่งมาเถอะกลัวที่ไหนแต่เห็นโหดๆกับนางเอกแบบนี้พอตอนทำดีกับนางเอกนี่มันได้ใจไปเลย เกสตัน ออกแนวพระเอกปากร้าย เถื่อนๆหน่อย แต่ไม่เคยทำร้ายนางเอกนะแม้จะบอกว่าไม่อยากเห็นหน้า หรือ อยากคคุยด้วยแต่โคตรขี้หึงและเป็นห่วงเป็นใยนางเอกอย่างแรง เพราะแรงดึงดูดระหว่างสองคนที่มีให้กันมันคุกรุ่นมากนั่นแหละ ส่วนเซลินีก็หาทางกลับไปในโลกปัจจุบันของเธอในคืนจันทรุปราคาครั้งหน้าให้ได้เพราะต้องได้รับการผ่าตัดเอาสะเก็ดกรุสุนที่ฝังอยู่ที่หลังออกโดยร็วที่สุดไม่อย่างนั้นเธอจะต้องตายแต่เหมือนว่ามันจะไม่ใช่เรื่องงายเลยเพราะสิ่งที่เซลินีต้องทิ้งไว้ที่นี่ก็คือหัวใจของเธอเอง

 

สำหรับเราอ่านเล่มนี้จบแล้วชอบมากคุณสีตาแปลได้ดีจริงๆค่ะ อ่านเล่มนี้จบเราต้องไปหาเรื่องอื่นของเชลลีมาอ่านอีกเพราะท่าทางเล่มเดียวจะไม่พอใครยังไม่ได้อ่านเรื่องนี้แนะนำเลยค่ะเพราะน่ารักมากจนทำให้เราอ่านจนโต้รุ่งได้แบบลืมง่วงกันไปเลย อ่านจบแล้วยังเพ้อถึงคู่นี้ไม่หายอธิบายไม่ถูกนะแต่อยากให้ลองอ่านดูเองพระเอกน่ารัก นางเอกน่ารัก อ่านเล่มนี้แล้วนึกถึง โรมันรัญจวน ขึ้นมาเหมือนกันนะว่าไปแล้วแต่สำหรับเราชอบรักข้ามภพมากกว่าเยอะเลยค่ะ 



24 กรกฎาคม, 2555

จับหัวใจไว้ที่เธอ Mouth to Mouth – by…..Erin McCarthy


- จับหัวใจไว้ที่เธอ Mouth to Mouth – by…..Erin McCarthy
- สำนักพิมพ์ คริสตัล พับลิชชิ่ง
- หนังสือแนว คอนเทมฯ
- ผู้แปล เจ.ศิวาพร
- จำนวนหน้า 320 หนา
- ราคาจากปก 259 บาท




ปกอิงค์ 





จับหัวใจไว้ที่เธอ Mouth to Mouth – by…..Erin McCarthy


ตอนเห็นหน้าปกเล่มนี้แล้วไม่ค่อยอยากซื้อเท่าไหร่เลยนะ เพราะหน้าปกแนวชิคลิทมากไม่ถูกใจอย่างแรงมองข้ามไปหลายรอบจนต้องให้เพื่อนช่วยสแกนว่าควรซื้อดีมั้ย และครั้งแรกกับการอ่านงานของ Erin McCarthy พอซื้อมาลองๆเปิดอ่านดู เออ น่าสนใจดีเพราะ นางเอกของเราเป็นคนหูหนวกแต่สามารถพูดได้ เพราะไม่ได้ผิดปกติมาตั้งแต่เกิดเลยสามารถสื่อสารได้ แต่ฟังไม่ได้ยินถ้าอยากรู้ว่าอีกฝ่ายพูดว่าอะไรต้องมองที่ปากเวลาพูดเท่านั้น นี่แหละที่อยากรู้ว่าจะเป็นยังไงต่อไปจนต้องพลิกอ่านจนจบเล่ม

ในฐานะของนักสืบในหน่วยสืบสวนพิเศษการที่ต้องติดตามผู้หญิงคนหนึ่งและจ้องมองไม่ให้เธอต้องคลาดสายตาแต่เป้าหมายของ รัส  อีแวนส์ คือการอยากจะใส่กุญแจมือกับผู้ชายนักหลอกลวงต้มตุ๋นที่เป็นคนนัดผู้หญิงคนที่เขาเฝ้าจับตามองมากกว่า และ เขาหวังว่าเธอจะไม่ใช่หนึ่งในแก๊งที่ร่วมมือกับโจรที่เขาต้องการตัว แค่มองเธอก็ทำให้รัสอยากรู้ว่าเธอรู้เรื่องอะไรบ้าง แต่สำหรับรัสแล้วเธอไม่เหมือนโจรเลยสักนิด แต่เขารู้ดีดว่านั้นว่าภาพลักษณ์ภายนออกอาจเป็นเพียงภาพลวงตา!แต่สิ่งที่ทำให้เขาต้องประหลาดใจและรับมือไม่ถูกเลยก็คือการที่เธอรู้จักชื่อและหน้าตาของเขา ในขณะที่เขารู้แค่เพียงว่าเธอคือ ลอเรล อาจจะเป็นแค่เหยื่อรายหนึ่งของโจรที่เขากำลังตามจับตัว แต่.....สิ่งที่เขาได้รับรู้ต่อมาคือ ตัวเขาเองที่ถูกโจรต้มตุ๋นสวมรอยและแอบอ้างชื่อของเขามาหลอกลวงเหยื่ออย่างลอเรล และรัสก็เข้าใจเรื่องทั้งหมดในตอนนี้เองเธอไม่ใช่หนึ่งในแก๊งต้มตุ๋น หรือแฟนสาวของนักต้มตุ๋นแต่คือเหยื่ออีกรายที่กำลังจะโดนหลอกผ่านการแชททางอินเตอร์เนต และรัสจะไม่ยอมให้เรื่องนี้เกิดขึ้น ไม่ใช่ตอนที่เขาทำคดีนี้อยู่ และ ที่สำคัญ ต้องไม่ใช่กับผู้หญิงคนนี้
 
สำหรับลอเรลการที่เธอเพิ่งได้รับรู้ว่าคนที่เธอแชทผ่านอินเตอร์เนตโดยการแอบอ้างชื่อนั้นเป็นคนละคนกับที่ยืนอยู่ตรงหน้านั่นทำให้เธอคิดว่ามันช่างเป็นเรื่องน่าอายอย่างที่สุด ตลอดเวลากับการที่ตัวเองต้องทำตามที่คนอื่นบอกให้ทำ  แค่การที่ครั้งนี้เธออยากทำตามใจตัวเองบ้างกลับเกือบทำให้ตัวเองโดนหลอกนี่ต่างหากที่แย่กว่า แม้ว่าการเดทในครั้งนี้เธอต้องการเพียงแค่เซ็กซ์ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ แต่การไว้ใจคนอื่นมากเกินไปหรือไม่นั้นก็ไม่ใช่สิ่งที่ตำรวจอย่าง รัส อีแวนส์ จะต้องมาสนใจ แม้ว่าการที่เขาห่วงใยเธอมันก็น่ารักดีแต่มันเหมือนเป็นสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เธอยิ่งโกรธขึ้นมาอีกจนได้ เธออยากให้เขามองเธอและต้องการเธอไม่ใช่ด้วยสายตาที่สงสารเหมือนเธอช่วยเหลืออะไรตัวเองไม่ได้


หลังจากที่ รัส พยายามบอกตัวเองว่าเขาแค่ต้องดูแลเหยื่ออีกคนหนึ่งที่เกือบจะโดนหลอกอีกรายให้รอดพ้นจากนักต้มตุ๋นไม่มีอะไรมากกว่านั้นและพยายามบอกตัวเองว่าแค่เป็นห่วงเพราะเธอไว้ใจคนอื่นมากเกินไปและเธอดูแลตัวเองไม่ได้และสิ่งที่เขาต้องการจริงๆนั้นคือการเห็นเธอปลอดภัย.....และเปลือยกายอยู่บนเตียงเขา อืมมม แต่ข้อหลังดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ และ รัสรู้ดีว่าสิ่งที่เขาจะได้รับหลังจากการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงคือความเย็นชานั่นไง แม้ว่าเขาจะบอกตัวเองว่าให้พยายามอยู่ให้ห่างจากลอเรลมากเท่าไหร่เขากลับยิ่งใกล้ชิดเธอมากขึ้นเท่านั้น ที่สำคัญการได้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของลอเรลยิ่งทำให้เขาไม่อยากอยู่ห่างจากเธอมากเท่านั้น

เรื่องนี้ความสัมพันธ์ของพระเอก – นางเอก ดำเนินไปได้ดีเลยนะเราว่า บางช่วงมันน่ารักมากๆ นางเอกทำงานในร้านขายลูกกวาด ส่วนพระเอกชอบกินของหวานๆโดยเฉพาะพวกลูกกวาดนี่แหละ ยิ่งตอนหลังจากมีเซ็กซ์เสร็จ อิ อิ แค่นึกถึงตอนพระเอกกินน้ำตาล(บนตัวนางเอก) ก็เคลิ้มแล้วนะ ส่วนลอเรลแม้จะหูหนวกแต่นั่นไม่ใช่อุปสรรคในการที่จะทำให้เธอช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เลย แต่ตรงกันข้ามเราว่าลอเรลฉลาด (ยกเว้นตอนแรกเท่านั้นที่โดนหลอกในแชท) และมีเหตุผล แม้จะเป็นคนที่ถูกเลี้ยงมาแบบไข่ในหินมากๆ และเพียงแค่อยากลองทำอะไรตามใจตัวเองบ้างในบางครั้งเท่านั้น แต่เมื่อถึงเวลาเธอก็มีเหตุผลมากๆเพียงแค่ไม่ต้องการถูกควบคุมการใช้ชีวิตอย่างที่เคยเป็นมาแล้วจากครอบครัวเท่านั้นเอง แต่เข้าใจในมุมของรัสเหมือนกัน

แต่เสียดายที่เรื่องนี้พล็อตมันไม่มีจุดไหนที่น่าตื่นเต้น ลุ้นระทึกเท่าไหร่เลย ไม่สมกับที่เป็นพล็อตสืบสวนเท่าไหร่ ตัวร้ายก็เรียบมาก(สำหรับเราโจรกระจอกมาก) แต่เล่มนี้เราดันชอบคู่เพื่อนพระเอกแม้บทจะไม่มาก แต่เราว่า ชัดเจนดี กรั๊กๆ ส่วนสำนวนแปลเราว่าโอเคเลย ไม่มีอะไรให้ต้องขัดใจ


20 กรกฎาคม, 2555

ท้ารักทะลุมิติ Daring Time – by…..Beth Kery


- ท้ารักทะลุมิติ Daring Time – by…..Beth Kery
- สำนักพิมพ์ คริสตัลพับลิซชิ่ง
- หนังสือแนว Paranormal & Time Travel
- ผู้แปล  เชราญ่า 
- ราคาจากปก 339 บาท
- จำนวนหน้า 332 หน้า


ปกไทย


ปกอิงค์




ท้ารักทะลุมิติ Daring Time – by…..Beth Kery

ครั้งแรกกับงานของ Beth Kery  ซึ่งบอกไว้ตรงนี้ก่อนว่านี่คืองาน อิโรติก SM แบบเต็มขั้น ใครไม่ชอบแนวนี้ผ่านเลยจ้า เล่มนี้ยืมพี่ที่รู้จักกันมาอ่านค่ะ ต้องขอบคุณปรี้ติ๊กมากๆค่า ตอนอ่านเรื่องนี้ไอ่เราก็แอบนึกถึงทวิภพ แต่เพื่อนมันบอกว่าน่าจะคล้าย บ่วงบรรจถรณ์ มากกว่า ซะงั้น กรั๊กๆเพราะทะลุเวลาผ่านกระจกหากันได้ แต่พล็ตหลักไม่หวานละมุนแบบนั้นหรอกนะ หลายช่วงทำเอาเราแอบสายหน้าไปเลยเหมือนกัน แต่ก็เข้าใจได้เพราะหลักๆมันคืออิโรฯ

การที่ ไรอัน แดร์ ได้รับของขวัญเป็นคฤหาสน์หลังงามจากศาสตราจารย์คนหนึ่ง พร้อมกับการที่เขามองเห็นผู้หญิงคนหนึ่งผ่านกระจก และที่สำคัญไรอันรู้ดีว่าเขาไม่ได้ตาฝาดและแน่นอนเธอไม่ใช่ผีเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากการมองเห็นเธอในกระจกแล้วคือความเร่าร้อนที่คอยตามหลอกหลอนเขาและที่ทำให้เขาประหลาดใจมากกว่านั้นคือการได้พบรูปถ่ายอิโรติกเก่าๆซึ่งในรูปนั้นคือใบหน้าของเขาเองและผู้หญิงที่เขามองเห็นในกระจก หลังจากนั้นไรอันเองก็พบข้อมูลที่โยงไปถึงตัวหญิงสาวที่เขาพบในกระจกบานนั้นชื่อของเธอคือ โฮป สติลวอเตอร์ ที่เสียชีวิตเพราะการถูกฆาตรกรรม เมื่อปี 1906 แต่ไรอันรู้ดีกว่านั้นว่าเธอยังไม่ตายและเขาจะต้องทำอะไรสักอย่างในการช่วยไม่ให้เธอถูกทำร้าย แม้ว่าการที่เขาได้เชื่อมโยงสู่อดีตอาจเหมือนคนเสียสติที่ไม่มีใครอยากเชื่อแม้แต่ตัวเขาเอง แต่ไรอันรู้ดีว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือการช่วยเหลือโฮปให้พ้นจากอันตรายอันน่าสยดสยองนั้น การพยายามติดต่อโฮปผ่านกระจกบานนั้นซึ่งดูเหมือนว่ามันจะได้ผลไม่มากพออย่างที่เขาต้องการ

ส่วนสำคัญที่จะทำให้การเดินทางข้ามเวลาที่ไรอันและโฮปจะสามารถเชื่อมต่อถึงกันได้ก็คืออารมณ์พิศวาทของทั้งคู่นั่นคือสิ่งสำคัญในการเชื่อมโยงให้ทั้งคู่มาเจอกันเห็นอย่างนี้แต่จริงๆกว่าจะเจอกันได้มันยากเย็นอ่ะ บางทีพยายามแทบตายไม่ได้ผลเลย แถมอิตอนพยายามจะทะละผ่านกระจกไปทีไรเราอ่านแล้ว สงสารกระจก!!กลัวกระจกแตก แต่พอบทจะทะลุผ่านได้ก็ผ่านได้เลยแบบไม่มีไรยากเย็นซะงั้น แต่นั่นไม่สำคัญไปกว่าการที่เขาจะสามารถช่วยเหลือโฮปได้ทันเวลาหรือไม่ต่างหากที่สำคัญแม้ว่าสิ่งที่ถูกเรียกร้องจากคนร้ายเป็นสิ่งที่ไรอันต้องจำใจทำ(เหรอ)และเขาจะบอกโฮปให้รู้เรื่องนี้ไม่ได้ หลังจากนั้นการพาโฮปออกไปจากสถานที่นี้อย่างปลอดภัยและกลับไปยังโลกของเขานั่นจะสามารถแก้ไขทุกอย่างได้

จะบอกว่าตอนที่พระเอกจำใจทำเรื่องนี้ตามที่คนร้ายเรียกร้องเพื่อความปลอดภัยของโฮปนี่แหละที่ทำให้เราอ่านแล้วอยากข้ามไปเร็วๆ แม้จริงๆจะเป็นคนชอบหื่นๆแบบไม่บันยะบันยังแต่สำหรับฉากนี้(สปอยล์)ในขณะที่พระเอก กับ นางเอก กำลังร่วมรักกัน แล้วมีผู้ชมหลายๆคนมาดูแบบติดขอบจอ......ไปด้วยนี่ขอผ่านเร็วๆเลย แถมอีกอย่างที่ทำให้เวลาอ่านแล้วอยากอ่านให้จบไวๆก็คือสำนวนแปล มันช่าง ดิบ(มาก) แม้ว่าต้นฉบับจะใช้คำแรงก็เถอะ แต่สำหรับสำนวนแปล มันไม่ชวนให้น่าอ่าน แถมไม่ค่อยเสนาะหูเสียจริง แต่ ดีที่เป็นแนวปัจจุบันสำหรับเราไม่ค่อยแคร์เท่าไหร่ เพราะนานๆทีจะอ่านเล่มที่ มิราด้า หรือ เชราญ่า (บอกมาเดี๋ยวนี้นะว่าสองคนเป็นร่างเดียวกันชิม้ายยยยย) แปลและทำใจมาก่อนล่วงหน้าแล้วว่าจะเจอกับอะไร น้องชาย น้องสาว น้องแฝด ปั๊มๆ ฟัดๆ  จึงไม่ใช่เรื่องที่เหนือความคาดหมายเท่าไหร่ สำหรับพล็อตเรื่องเองเราอ่านแล้วกลับไม่ค่อยน่าติดตามเท่าไหร่ ไม่ชวนให้อยากติดตามต่อไปว่าเรื่องจะจบยังไงเพราะอ่านๆไปพอจะเดาทางได้อยู่แล้วสำหรับเราเล่มนี้ไม่มีจุดพีคในเรื่องที่ทำให้ลุ้นเวลาอ่านเท่าไหร่(ในส่วนของพล็อตนะ)



LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...