23 มีนาคม, 2555

พายลูกตาล




ทาร์ตลูกตาลอ่อนอันนี้ทำกินไปนานแล้วค่ะแต่ไม่ได้อัพบล็อคซะทีเพราะขี้เกียจสุดๆ เวลาเห็นลูกตาลอ่อนๆอดใจไม่ได้ต้องซื้อทุกที่เพราะชอบมาก รอบนี้เลยเอามาทำพายลูกตาลกินกันดีกว่าปกติซื้อมาจะทำลูกตาลเชื่อมเก็บไว้กินนานๆค่ะ(แต่ขอบ่นนิดนึงว่าลูกตาลราคาแพงขึ้นเนาะ อิ อิ) แต่ข้าใจว่าต้นตาลเดี๋ยวนี้หายากขึ้นราคาเลยต้องแพงขึ้นเป็นธรรมดาแม้ราคาจะแพงแต่พอเอามาทำขนมแล้วอร่อยทุกทีค่ะไม่ผิดหวังเลย

คสตาร์ดลูกตาลอ่อนๆกับแป้งทาร์ตกรอบมันช่างข้ากันดีจังทานพร้อมชาร้อนๆซักแก้วสุดยอดไปเลยค่ะ
สำหรับรอบนี้ในส่วนของตัวไส้พายไม่ได้ชั่ง ตวง วัด เลยค่ะแค่กะๆเอา สำหรับน้ำตาลชิมๆดูแล้วเพิ่มลดได้ตามชอบเลยค่ะ

เริ่มทำส่วนของไส้ลูกตาลก่อนนะคะ

- เนื้อลลูกตาล................ประมาณ 400 - 450 กรัม
- น้ำ........................300 - 350 กรัม
- น้ำตาลทราย.........................150 กรัม(เพิ่ม ลด ได้ตามชอบ)
- เกลือ...........................1/2 ช้อนชา
- ไข่แดง................1
แป้งข้าวโพด..............40 กรัม
- นม..........................1/2 ถ้วย
- เนยสด(นิ่ม).....................25 กรัม

- ผสม นม - น้ำ - น้ำตาลทราย - เกลือ - ไข่แดง - แป้งข้าวโพด ใช้ตะกร้อมือคนให้เข้ากัน แล้วนำขึ้นตั้งไฟ คนไปเรื่อยๆจนเริ่มเดือด และ ข้นขึ้น แล้วใส่เนื้อลูกตาลลงไป รอให้เดือดอีกครั้งแล้วปิดเตา ใส่เนยลงไปค่ะคนให้เข้ากันพักไว้ให้เย็น

แล้วก็มาทำส่วนของแป้งทาร์ตค่ะ

- แป้งเอนกฯ..........................2 1/2 ถ้วย
- เกลือ...................1/2 ช้อนชา
- เนยสด(เย็นจัดๆ)....................230 กรัม
-น้ำเย็นจัดๆ.....................6 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลไอซิ่ง........................1 ช้อนโต๊ะ

- ไข่แดง............1 ฟอง
- นมสด...............1 - 2 ช้อนโต๊ะ

- ส่วนนี้ไว้ทาหน้าขนมก่อนเข้าอบค่ะ

- ผสมแป้ง + เกลือ + น้ำตาลไอซิ่ง ลงในชาม ใส่เนยเย็นจัดลงไปใช้ที่สับเนยสับจนแป้งกลายเป็นเม็ดร่วนๆ แล้วค่อยๆใส่น้ำเย็นลงไป ผสมให้เข้ากันจนเป็นก้อน แล้ว เอาพลาสติกแล็ปห่อแล้วพักในตู้เย็นอย่างน้อย 30 นาที

- พอครบเวลา นำแป้งออกจากตู้เย็น แล้วเปิดเตารอได้เลยค่ะที่ 220 ํC ไฟบน - ล่าง
- เสร็จแล้วโรยแป้งลงบนโต๊ะ คลึงแป้งแล้วนำไปกรุลงบนถาดพาย แล้วใส่ไส้พายลูกตาลลงไป ใช้แป้งส่วนที่เหลือ คลึงแล้วตัดเป็นเส้น ปิดทับบนหน้าของพายค่ะ เสร็จแล้ว ผสมไข่แดง กับ นมสด1 ช้อนโต๊ะ ทาหน้าขนมก่อนนำเข้าเตาอบ นำเข้าอบประมาณ 20 -25 นาที หรือจน ไส้พายจะเซตตัวค่ะ
- นำออกจากเตาแล้วพักให้เย็นค่อยตัดเสิร์ฟค่ะ











Fresh Mint Macarons



มาการองอีกแล้วค่ะกลายเป็นหลงไหล และ หลงรักเจ้าขนมชิ้นเล็กๆนี้ไปซะแล้วทำทุกรอบก็ยังคงต้อลุ้นเค้าทุกรอบ สนุกดีค่ะเป้นขนมที่ทำทีไรก็ยังสนุกทุกที มีอะไรให้เราทดลองใหม่ๆเสมอเลย เหมือนรอบนี้ที่ทำออกมาเป็นมาการองรสมิ้นต์ สูตรจากปิแอร์ เช่นเดิมค่ะ

สำหรับตัว shells รอบนี้ผสมชามิ้นต์ลงไปด้วย(เอาไปปั่นพร้อมอัลมอนต์)และกลิ้นมิ้นต์ อีกนิดหน่อยหอมสดชื่นมากๆค่ะ ส่วนไส้จะเป็นครีมชีสผสมกับไวท์ช็อคโกแลตและผสมใบมิ้นต์สับละเอียดลงไป ยิ่งเพิ่มความหอมสดชื่นทุกๆคำเวลากัดสูตร สำหรับสูตรดูได้ที่นี่ค่ะ macarons











19 มีนาคม, 2555

หัวใจที่ชิดใกล้ Close to Perfect – by…..Christina Dodd


- หัวใจที่ชิดใกล้ Close to Perfect – by…..Christina Dodd

-  สำนักพิมพ์ แก้วกานต์

- ผู้แปล กัญชลิกา

- หนังสือแนว คอนเทมฯ

- จำหน้า 544 หน้า






หัวใจที่ชิดใกล้ Close to Perfect – by…..Christina Dodd



มาถึงเล่มที่สามเล่มสุดท้ายของชุดนี้แล้วค่ะสองเล่มแรกคือ(โทรศัพท์สื่อรัก และ วิหคคืนรัง) สำหรับเล่มนี้เป็นเรื่องของเคทลิน น้องคนสุดท้ายของครอบครัวที่โดนแยกจากพี่น้องหลังจากที่พ่อแม่เสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุ และเล่มนี้จะปิดประเด็นเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ต้นทั้งหมดค่ะ  สำหรับเราเล่มนี้อ่านสนุกกว่าเล่มที่แล้วเยอะเลย แต่มีความรู้สึกว่าปมมต่างๆมันง่ายไปไหม ไม่ค่อยได้ตื่นเต้นลุ้นอะไรเท่าไหร่เลยน่ะ

 สำหรับ เคทลิน  เพรสคอตต์เธอเป็นเพียงทารกเท่านั้นเมื่อตอนที่พ่อแม่ของเธอเสียชีวิตและต้องถูกแยกออกจากพี่น้องทั้งหมด เคทลินเองถูกครอบครัวมอนต์โกเมอรี่รับไปเป็นลูกบุญธรรมและพวกเขาเห็นถึงความผิดปกติในการรับบุตรบุญธรรมครั้งนี้เพราะทุกอย่างมันง่ายเกินไปแต่หลังจากที่พวกเขาพยายามหาข้อพิสูจน์เรื่องนี้พวกเขากลับพบว่าไม่มีหลักฐานอะไรหลงเหลือหรือบ่งชี้เรื่องราวในอดีตที่ชัดเจนสำหรับลูกบุญธรรมของพวกเขาเลย!ราวกับนี่คือการจงใจให้หลักฐานต่างๆหายไป

 ในวัยยี่สิบสี่ปี เคท มอนต์โกเมอรี่ คือนักข่าวไฟแรงที่พร้อมจะเดินยุกน้ำลุยไฟเพื่อรายงานข่าวจากทุกสถานการณ์หลังจากที่เคทรายงานข่าวครั้งแรกผ่านจอโทรทัศน์ไม่นานหลังจากนั้นเธอก้ได้รับการติดต่อให้ไปเป็นนักข่าวเพื่อรายข่าวจากสภาของเท็กซัสด้วยค่าตอบแทนที่สูงริ่วจากเดิมถึงสองเท่า และอีกหนึ่งปัญหาในการรับตำแหน่งในเท็กซัสอีกอย่างหนึ่งก็คอเพื่อนร่วมงานของเธอที่มองว่า การที่เคทได้ทำงานที่นี่ก็แค่ใช้ร่างกายแลกมา เพราะทุกคนมองว่าเธอมีดีแค่ รวย ถูกตามใจ และ ไร้ความสามารถ แต่...นั่นคือสิ่งที่เคทรับมือได้

หลังจากที่เคทเริ่มงานในที่ทำงานแห่งใหม่ในสภาเธอก็พบว่าบางอย่างกำลังส่งสัญญาณอันตรายและมีคนต้องการที่จะเอาชีวิตเธอ เพราะเหตุนี้เคทจึงต้องหาบอร์ดี้การ์ดไว้คุ้มกันและสิ่งที่ทำให้เคทต้องแปลกใจก็คือ บอร์ดี้การ์ดที่จะมาคุ้มกันเธอนั้นเป็นคนๆเดียวกับที่เคทสงสัยว่าเขาคือบุคคลอันตรายที่ไม่น่าเกี่ยวข้องด้วยที่สุด เพราะการที่ต้องเกี่ยวข้องและอยู่ใกล้ๆ กับ ทีค รามอส สำหรับเคทแล้วมันอันตรายยิ่งกว่าบุคคลที่พยายามก่อเรื่องและข่มขู่เธอซะอีกแต่เคทรู้ดีว่าเมื่อเธออยู่ใกล้ทีคแล้วเธอรู้สึกปลอดภัย

 

อย่างที่บอกว่าเล่มนี้คือบทสรุปของปมต่างๆที่เกิดขึ้นมา ตัวตนของคนที่ก่อเรื่องขึ้นค่อยๆเผยโฉมปรากฏขึ้นมา(แต่จริงๆมันก็ชัดเจนอยู่แล้วล่ะ) แต่สำหรับเราๆว่ามันตื่นเต้นและได้ลุ้นน้อยไปซักนิดและคนที่ก่อเรื่องสุดท้ายราว่าเหมือนมันง่ายไปหน่อย แต่สิ่งที่ชอบมากคือความสัมพันธุ์ของครอบครัวสี่พี่น้องเพรสคอตต์นี่แหละมัน อืมมม รู้สึกดีที่จะผ่านมาซักกี่ปีก็ยังไม่ยอมที่จะหมดหวังหรือเลิกตามหาบรรดน้องๆที่ไม่รู้ว่ามีชีวิตอยู่หรือว่าตายไปแล้วพอได้กลับมาเจอกันและรับรู้ว่าครอบครัวจริงๆยังมีอยู่ไม่ใช่แค่เด็กกำพร้าที่ไม่รู้ครอบครัวตัวเองคือใคร แม้ว่าสำหรับเคทลินแล้วเธอจะไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับ พ่อแม่ และ พี่น้องของเธอเลยแต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับครอบครัวนี้เพราะสุดท้ายแล้วมันลงตัวและเรารู้สึกไปกับพวกเขาด้วย(แต่ก็แอบคิดว่าถ้าไม่มีแซคเนี่ยจะตามเจอมั้ย กร๊ากกกกกกก เพราะแซค สั่งได้ทุกอย่าง(เมียสั่งนะ อิ อิ) จากที่ชอบแซคจากเล่มแรกอยู่แล้วยิ่งทำให้เราชอบเขามากขึ้นไปอีก

 


16 มีนาคม, 2555

วิหคคืนรัง Almost Like Being In Love by.....Christina Dodd





วิหคคืนรัง Almost Like Being In Love  by.....Christina Dodd


มาถึงเล่มที่สองของชุด เส้นทางสายรักค่ะ (เล่มแรกคือ โทรศัพท์สื่อรัก)จริงๆไม่ได้ตั้งใจว่าจะอ่านชุดนี้ต่อเลยนะตั้งใจว่าจะอ่านเล่มแรกแล้วพอเลย แต่ความอยากรู้ย่อมชนะ เพราะอยากรู้ว่าการตามหาน้องๆของโฮปจะเป็นยังไงต่อ(ทั้งๆที่รู้ว่ายังไงก็ต้องหาจนเจอ) แต่สำรับเราพอได้อ่านแล้วต้องบอกว่า...อืม  ชอบเล่มแรกมากกว่าแฮะ เล่มนี้ตอนอ่านมีความรู้สึกว่ามันอืดๆยังไงไม่รู้โดยเฉพาะครึ่งแรก ที่อ่านไปแล้วมีความรู้สึกว่า วนเวียนอยู่ที่เดิมมาก แต่ครึ่งหลังอ่านๆไปเริ่มโอเคขึ้น(หรืออาจจะเป็นที่อารมณ์คนอ่านเองก็ได้) แต่ในที่สุดก็อ่านจบค่ะ และจบแบบไรอ่ะจบแล้วเหรอ มีต่ออีกหน่อยหรือเปล่า(วะ!)

ในวัยแปดขวบที่เพพเพอร์ต้องถูกแยกตัวออกจากพี่น้องทั้งสี่หลังจากที่พ่อแม่ของพวกเขาเสียชีวิตและเพพเพอร์ถูกส่งตัวไปยังบ้านอุปถัมป์ และตอนนี้เธอกำลังหนีจากการที่เธอเห็นการฆาตรกรรม และเพพเพอร์กำลังล่วงรู้ความลับบางอย่างของฆาตรกร แต่ตอนนี้เธอต้องหนีเพื่อให้ฆาตรกรสืบหาตัวเธอได้ช้าที่สุดและจะเป็นที่ไหนไปได้นอกจากไร่บนหุบเขาของมิสซิสดรีสคนที่เคยอุปถัมป์เพพเพอร์ในอดีต และการกลับมาที่นี่นั่นทำให้เพพเพอร์พบกับแดนผู้ชายที่เธอเคยหนีไปจากเขาเมื่อเก้าปีที่แล้วและเขาไม่ใช่แดนคนเดิมที่เธอเคยไว้ใจและเธอจะบอกความลับของเธอให้เขาฟังไม่ได้เพราะเแดนทำงานในกองทัพและอาจเกี่ยวข้องกับคนที่ต้องการชีวิตเธอ

เรื่องนี้มันยุ่งยากซับซ้อน(เรียกแบบนี้ได้ไหม)เพราะทั้งแดนแล้วก็เพพเพอร์ต่างคนต่างก็ระแวงและคิดว่าอีกฝ่ายคือคนที่มีแผนการอยู่ในใจแดนคิดว่าเพพเพอร์มาที่นี่เพื่อจัดการกับเขาแต่ส่วนลึกในใจเขาแล้วเธอคือผู้บริสุทธิ์แต่เธอมีความลับบางอย่างที่ปกปิดไม่ให้เขารู้และนั่นเขาต้องทำให้เธอยอมบอกเขาให้ได้หลังจากเก้าปีที่เธอทิ้งเขาไว้มาถึงตอนนี้แดนไม่คิดจะปล่อยให้เธอหลุดมือไปอีกอย่างแน่นอนอย่างที่บอกว่าเล่มนี้ออกจะอืดๆกว่าเล่มแรกหน่อยค่ะ เพราะเกือบทั้งรื่องเหตุการณ์ต่างๆจะอยู่ที่ไร่และกว่าที่นางเอกตัดสินใจจะบอกความจริงกับพระเอกก็ กินเวลาพอดูแต่เข้าใจได้เพราะก็ยังไม่ไว้ใจและคิดว่าจะปกป้องพระเอกให้ปลอดภัยจากเรื่องที่เธอปิดบังไว้ นั่นทำให้ตอนอ่านแทบไม่ลุ้นเลยแถมพี่ๆของเพพเพอร์(และแซค)โผล่มาน้อยมากๆแถมตอนจบเราว่าขอเพิ่มอีกหน่อยได้ไหม555555+ เพราะมันสั้นกุดเหลือเกิน(สำหรบเรา)
หรือที่เราคิดว่าเล่มนี้มันอืดๆเพราะเลิฟซีนมาช้าเหลือเกิน กร๊ากกกกกก  แดนไม่ได้ใจเหมือนแซคเลยยยยย(อันนี้แหละสำคัญ)

08 มีนาคม, 2555

โทรศัพท์สื่อรัก Just The Way You Are – by.....Christina Dodd


โทรศัพท์สื่อรัก Just The Way You Are – by.....Christina Dodd


สำหรับงานของคริสติน่า ดอดจ์  เราเคยอ่านชุด สามอนงค์ ของเธอมาก่อนแล้วบ้าง แต่ ชุดนั้นอ่านไม่จบค่ะเพราะแค่เล่มแรกที่เริ่มเปิดอ่านก็เจอคำราชาศัพท์ซะแล้ว นั่นทำให้เราเบรกไว้ก่อนเลย ส่วนตัวแล้วไม่ค่อยชอบอ่านหนังสือ(แปล)ที่มีคำราชาศัพท์พ่วงมาด้วยเท่าไหร่มีความรู้สึกว่ามันไม่เข้ากันซักเท่าไหร่ มีบ้างนิดหน่อยพอไหวค่ะ แต่ส่วนมากจะแอบรำคาญ(อยู่ในใจ)เวลาอ่านหรือจะบอกว่าเป็นคนเรื่องเยอะก็ได้ 555+

 

มาถึงเล่มนี้ โทรศัพท์สื่อรัก เป็นเล่มที่เพื่อนนำให้อ่านค่ะเล่มนี้เป็นแนวคอนเทมฯเพราะงั้นหมดห่วงเรื่องคำราชาศัพท์ไปได้เลย ก่อนอ่านชักไม่แน่ใจว่าจะอ่านจบ เพราะเรายังอ่านแนวย้อนยุคชุดก่อนหน้าของ ดอดจ์ไม่จบเลย ยังดองข้ามปีมาจนบัดนี้ แต่พอหลังจากอ่านลอร์ดเอียนจบ ยังอยากจะเบรกอารมณ์ของตัวเองจากลอร์ดเอียนบ้างเลยลองหยิบเล่มนี้ขึ้นมาอ่านตามคำแนะนำที่มันเชียร์เหลือเกิน อืมม เอาซะหน่อยก็ได้วะ พอได้อ่านไปไม่กี่หน้าเฮ้ยยยยยไม่อยากวางอ่านไปจนถึงหกโมงเช้าของอีกวันไม่ได้อะไรมากหรอกค่ะมาแนวเดียวๆกับนิยายของเจ๊ ลินน์ เกรย์แฮม แหละ กร๊ากกกกกก แต่เล่นเอาอ่านไปจนโต้รุ่งได้แบบไม่หลับไม่นอนน่ะ

 

แซค กิฟเวน ประธานกรรมการบริหารบริษัท ผู้ชายที่ใครๆก็บอกว่าเขาไร้หัวใจ  และ ความรู้สึก สำหรับแซคแล้วเขาคิดว่าผู้หญิงคนไหนก็ตามแต่ที่จะแต่งงานกับเขาก็แค่เพื่อเงินแต่ข้อนั้นเขายอมรับได้และการแต่งงานกับเขาจะต้องอยู่ภายใต้ข้อตกลงและสัญญาก่อนแต่งงานที่รัดกุมและไม่มีช่องโหว่และครอบคลุมเรื่องที่คาดไม่ถึงทุกเรื่องและในชีวิตของแซคเขาไม่เคยมีความรัก! แต่สิ่งที่คาดไม่ถึงก็คือแค่เขาได้ยินเสียงผู้หญิงที่เป็นแค่พนักงานบริการตอบรับทางโทรศัพท์ก็ทำให้เขาสั่นสะท้านไปถึงสันหลังแล้ว เขาจะต้องบ้าแน่และนี่จะต้องเป็นเรื่องเหลวไหลที่เขาขาดผู้หญิงมานานเกินไป


 แต่การได้ยินเสียงของโฮป เพรสคอตต์พนักงานตอบรับทางโทรศัพท์ที่แค่ได้ยินเสียงสำหรับแซคแล้วครั้งเดียวมันไม่พอเพียงแค่ถ้าเธอจะไม่คิดว่าเขาคือ กริสวอลล์พ่อบ้านของเขาเอง! สำหรับโฮป เพรสคอตต์แล้วแซค กริฟเวน คือคนเลวร้ายที่สุดสำหรับนางเอกก็ไม่ได้เอะใจบ้าง ไรบ้างเลยว่าทำไมพ่อบ้านถึงได้ทำทุกอย่างเหมือนเป็นเจ้านาย(ก็ถ้านึกออกไวมันจะเป็นนิยายได้ยังไงใช่มั้ย)

 สำหรับโฮปแล้วชีวิตของเธอตอนนี้ก็คือการต้องตามหาน้องๆทั้งสามคนที่โดนจับแยกย้ายให้ไปอยู่บ้านเด็กกำพร้าคนละแห่ง เมื่อเจ็ดปีที่แล้วหลังจากที่พ่อแม่พวกเขาเสียชีวิตลง  และสิ่งสำคัญที่สุดโฮปต้องตามหาพวกเขาให้พบและเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นในอดีตที่เธอไม่เคยเปิดเผยกับใครแต่กับกริสวอลล์พ่อบ้านของ แซค กริฟเวน แล้วเขาคือความปลอดภัยสำหรับเธอ

 

บอกแล้วว่าพล็อตเรื่องมาแอบคล้าย ลินน์ เกรย์แฮมเลยน้ำเน่าพอดูแต่อย่างที่บอกเรากลับอ่านรวดเดียวจบสรุปได้ว่าในบางอารมณ์เราก็ชอบแนวน้ำเน่ากับเค้าเหมือนกันนะเนี่ยนางเอกก็ตามสูตรไม่ได้เอะใจอะไรเลยยยยยจะบอกว่าซื่อเกินไปได้ไหม 555+ ส่วนพระเอกก็ อืมมม ว่าไงดี หล่อ รวย เก่ง ฉลาด แต่บางทีก็ง่าวได้เหมือนกันแต่ดีที่ได้สติกลับมาได้ไวหน่อย ไม่งั้นตอนอ่านจะอินมากที่พระเอกสุดติ่งคิดน้อยไปหน่อย เรื่องนี้ช่วงท้ายเราจะฮามาก(ไม่รู้คนอื่นเป็นยังไง)โดยเฉพาะช่วง(สปอยล์) ที่แซค และ คนที่โฮปเคยให้บริการตอบรับทางโทรศํพท์รวมตัวกันไปช่วยเหลือเธอจากพวกมาเฟียที่จับตัวเธอไป และหนึ่งในนั้นก็คือผู้หญิงแก่คนหนึ่งที่อดีตเคยเป็นมาเฟียที่ทุกคนต้องกลัวและเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่โฮปถูกปล่อยตัวออกม

จะบอกว่าแม้เราจะอ่านนิยายแนวคอนเทมฯแบบนานๆทีแต่เล่มไหนที่หยิบมาอ่านได้ถูกที่ถูกเวลามันก็ทำให้เราอ่านแล้วสนุกไปกับพล็อตเรื่องได้เหมือนกันค่ะ ลองดูนะคะ

 

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...