05 พฤศจิกายน, 2555

เพลิงรักลอร์ดแวมไพร์ It Happened One Bite - by....Lydia Dare


- เพลิงรักลอร์ดแวมไพร์ It Happened One Bite - by....Lydia Dare
- สำนักพิมพ์ แก้วกานต์
- หนังสือแนว historical romance
- ผู้แปล กัญชลิกา
- จำนวนหน้า342 หน้า
- ราคาจากปก 265 บาท




เพลิงรักลอร์ดแวมไพร์ It Happened One Bite - by....Lydia Dare


เล่มแรกในชุด แวมไพร์ยอดรัก ของ ลิเดีย แดร์ ต่อจากชุดหมาป่า. ดยุคหมาป่า / แม่มดยอดรักหมาป่า / ยอดหญิงของหมาป่า / หมาป่าหนุ่มจอมพยศ ที่ได้อ่านไปสี่เล่มก่อนหน้านี้ จริงๆไม่ต่อเนื่องกันเท่าไหร่หรอก มีเพียงตัวละครในเรื่องที่มีบทบาทเกี่ยวเนื่องกัน ชุดแวมำพร์เป็นเรื่องของกลุ่มแม่มดสามคนในกลุ่มที่เหลืออยู่หลังจากที่เอลเพลสและเคทริน ครองคู่กับหนุ่มหมาป่าไปแล้วในชุดก่อน ซึ่งแน่นอนที่ชุดนี้เป็นเรื่องของแวมพ์ พระเอกของทั้งสามเล่มก็ต้องเป็นแวมไพร์ จริงๆช่วงนี้ยังเบื่อแนวพาราฯอยู่นะแต่เพราะงานของลิเดียเป็นพาราฯย้อนยุคเลยหยิบมาอ่านก่อนแม้ว่าสำหรับชุดแรกที่ได้อ่านไปสี่เล่ม(ชุดนี้เพิ่งจะแปลออกมาแค่สี่เล่ม)จะชอบอยู่แค่สองเล่ม อีกสองเล่มเราว่าน่าเบื่อไปหน่อยแต่ก็ยังตามอ่านชุดนี้ต่อสำหรับเล่มแรกในชุดแวมไพร์ส่วนตัวเราว่าน่าเบื่อมาก

เป็นเวลากว่าสองทศวรรษที่ เจทส์ เมตเลน ลอร์ดเคตเทอริง ได้ถูกกลุ่มแม่มดห้าคนใช้เวทมนต์กักขังเขาไว้ในปราสาทเก่าแก่อย่างบีอาร์เครกโดยที่กลุ่มแม่มดเหล่านั้นบอกว่าจะยอมให้เขาสร้างความเสียหายและทำลายล้างชีวิตของพวกแม่มดอย่างหล่อนไม่ได้ และการกักขังแวมไพร์ผู้ที่มีแหวนสำหรับการเชื่อมต่อและเรียกพลังจากแหวนจะทำให้แวมไพร์มีพลังขึ้นมาทางเดียวที่จะทำให้เขาหลับและถูกักขังในปราสาทแห่งนี้ก็คือต้องนำแหวนออกไปให้ห่างจากเขาให้มากที่สุด

การที่แบลร์ ลินด์เซย์ ต้องเดินทางมายังปราสาทเก่าแก่ของครอบครัวตามคำเรียกร้องของพี่ชายนั่นทำให้แบลร์รู้ว่าภายในปราสาทมีสิ่งผิดปกติบางอย่างเพราะเธอสามารถรับรู้ถึงสิ่งนั้นได้แม้ว่าสิ่งนั้นอาจะเป็นผีหรือวิญญาณที่อยู่ในปราสาทแต่นั่นไม่สามารถทำให้แบลร์หยุดค้นหาได้การที่อยู่ในปราสาทอย่างบรีอาร์เครกแหวนเก่าแก่ของแม่(แม่ของแบลร์คือหนึ่งในแม่มดห้าคนที่ใช้เวทมนต์กักขังเจมส์ไว้ในปราสาท)ที่แบลร์ห้อยไว้ที่คอก็ค่อยๆอบอุ่นและเรืองแสงขึ้นมาโดยที่แบลร์เองก็ไม่สามารถอธิบายได้
การที่ เจมส์ รู้สึกตัวจากการหลับไหลโดยเวทมนต์ของแม่มดที่กักขังเขาไว้และรับรู้ถึงแหวนของเขาที่ตอนนี้เขารู้สึกถึงมันได้และเขาจะต้องหามันให้พบโดยเร็วที่สุดแต่นั่นต้องหลังจากที่เขาสามารถออกไปจากห้องนี้ที่เขาหลับมาตลอดระยะเวลากว่ายี่สิบปี และ ผู้หญิงที่เขารับรู้ว่าหล่อนมีตัวตนที่เข้ามาอยู่ในปราสาทคงช่วยเขาได้แม้ว่าสิ่งที่เขาต้องการไม่น้อยไปกว่าอิสรภาพในครั้งนี้ก็คือการได้ลิ้มรสเลือดของเธอมากกว่าอะไรทั้งสิ้นละเขาก็พร้อมจะทำทุกอย่างที่เธอต้องการจนกว่าเธอจะยอมปลดปล่อยเขาออกไปจากห้องนี้

แต่แน่นอนว่าหลังจากที่เจมส์ได้รับอิสรภาพเขาไม่สามารถจากไปอย่างที่คิดไว้ได้เพราะการค้นหาแหวนที่เขาแน่ใจว่าอยู่ในปราสาทแห่งนี้ไม่มีอะไรคืบหน้าเลยแม้ว่าเจมส์จะสามารถติดต่อกับเพื่อนสนิทคนดียวของเขาได้ และการที่เขารู้ว่าอันตรายบางอย่างที่กำลังใกล้เข้ามาที่ปราสาทแห่งนี้ทำให้เขาไม่สามารถหันหลังหนีไปจากที่นี่ได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาไม่สามารถทิ้งให้แบลร์เผชิญอันตรายที่กำลังจะเกิดได้
หลังจาก(พยายาม)อ่านเรื่องนี้จนจบ สำหรับเราโคตรน่าเบื่อมาก ทั้งพระเอก นางเอก เฮ้ย ย  ยย  

อารมณ์ไหนวะตรูตามไม่ทัน กระโดดไปกระโดดมา คือง่ายๆเลยนะเล่มนี้มันไม่อินตามอ่ะบทจะยอมให้พระเอกดูดเลือดมันก็ยอมง่ายๆโดดขึ้นเตียงรอเลย เฮ้ย ย ยย  ง่ายไปป่าววะ ก็เข้าใจแหละว่ามันต้องรักกันแต่อ่านๆไปยังไม่รู้สึกถึงเคมี ชีวะ หรือ ความรักที่ทั้งสองคนมีให้กันเลยว่ะ แล้วนางเอกก็เชื่อการเสี้ยมของตัวร้ายโดยที่ไม่คิด ไม่ถาม ไม่อะไรซักนิดก่อนเลยรึ ส่วนพระเอกก็งอนนางเอกมั่งเมื่อรู้ว่านางเอกเชื่อคำเสี้ยมของตัวร้ายจนได้เพื่อนพระเอกมาไกล่เกลี่ยให้ เหตุผลของตัวร้ายที่ตามรัก ตามล่า พระเอกก็ เอร่อออ! ไรฟร่ะ คิดได้ไงเนี่ย จริงๆอยากอ่านเล่มสองต่อเลยเหมือนกัน แต่ขอเบรคอารมณืก่อนกลัวเป็นเหมือนเล่มแรกอ่ะเราว่าแป๊กมากไม่ประทับใจสำหรับเล่มนี้

16 ตุลาคม, 2555

สื่อรักร้อยใจ Devil In My Bed – by…..Celeste Bradley






- สื่อรักร้อยใจ Devil In My Bed – by…..Celeste Bradley
- สำนักพิมพ์ แก้วกานต์
- หนังสือแนว historical romance
- ผู้แปล กัญชลิกา
- จำนวนหน้า 327 หน้า
- ราคา 265 บาท


สื่อรักร้อยใจ Devil In My Bed – by…..Celeste Bradley

 

เล่มแรกจากชุด เจ้าสาวหนีรัก ของ เซเลสต์ แบตลีย์ หลังจากที่ได้อ่านชุด ไลเออร์คลับ และ รอยัลโฟร์  เราก็ยังไม่มีอะไรติดใจในงานของเซเลสต์เป็นพิเศษนะ สำหรับชุดนี้อยากลองอ่านดูเพราะเห็นบอกชุดนี้เขียนได้น่ารักกว่า สนุกกว่า สองชุดแรกนั้น อืม ม ม ม ! แต่สำหรับเราเล่มนี้มันฝืดๆฝืนๆยังไงไม่รู้แฮะ พระเอกไม่น่าสนใจ นางเอก....ไม่มีไรน่าดึงดูด(จะดูเลวร้ายไปมั้ย) แถมบางทีคิดน้อยไปอีก เหอะๆ แบบว่าอยากด่าชีจริงๆ  หลายอย่าง หลายตอนในเรื่องอ่านแล้วไม่คล้อยตาม และ ที่สำคัญ ไม่ได้รู้สึกถึงความรักของทั้งพระเอก นางเอกเลย

สิ่งเดียวที่ทำให้เรื่องนี้น่าอ่านคือหนูน้อยเมโลดี้จริงๆ เปิดอ่านช่วงแรกเราก็เริ่มไม่หนุกแล้วเพราะ(สปอยล์)นางเอกแต่งงานแล้วแต่หนีจากสามีเพราะสามีโรคจิต และ ชอบกักขัง ทำร้ายร่างกาย จนมาเจอพระเอก และ วันแรก ก็มีอะไรกับพระเอกเลย แม้เธอจะบอกว่ารักพระเอก แต่นางเอกไม่ยอมมีข้อผูกมัดกับผู้ชายคนไหนๆอีกเป็นแน่เพราะงั้นคือความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดไม่มีข้อผูกมัดใดๆแม้ว่าพระเอกจะขอเธอแต่งงานหลังจากนั้นก็ตาม แต่แน่นอนที่นางเอกจะไม่ยอมตกลงแน่ๆเพราะเธอยังไม่ได้หย่าขาดจากสามีโรคจิต หลังจากนางเอกไม่ยอมตกลงแต่งงานพระเอกก็เดินหนีมาและต่างคนก็ต่างแยกจากกันแม้ว่าตลอดระยะเวลาสามปีหลังจากนั้นทั้งสองคนไม่อาจจะลืมความรู้สึกที่มีให้กันได้เลย

และสามปีต่อมาเด็กผู้หญิงคนหนึ่งก็ปรากฏตัวที่หน้าคลับสุภาพบุรุษแห่งหนึ่งในลอนดอน ที่ซึ่งเอเดนและเพื่อนเป็นสมาชิกอยู่ และ เขาพบจดหมายฉบับหนึ่งที่แนบมากับตัวเด็กหญิงวัยสามขวบโดยการที่พี่เลี้ยงนำเธอมาทิ้งไว้ที่หน้าคลับแห่งนี้เพื่อให้ได้พบกับพ่อเพราะแม่ของเด็กหยุดส่งเงินค่าดูแล ในระหว่างนี้ทั้งเอเดนและเพื่อนจึงตัดสินใจที่จะดูแลเด็กน้อยคนนี้พร้อมๆกับที่พวกเขาแน่ใจว่าเด็กน้อยคือลูกของเพื่อนเขาที่กำลังเดินทางเข้ามาในลอนดอน และระหว่างนี้พวกเขาจะขอดูแลเด็กโดยการแอบซ่อนตัวไว้ในห้องนอนที่เขาพักและจะให้ใครรู้เรื่องนี้ไม่ได้ แต่นระหว่างนี้เอเดนกชักจะไม่แน่ใจว่าเมโลดี้เด็กน้อยวัยสามขวบคนนี้อาจจะเป็นลูกของเขากับผู้หญิงที่เขาเคยมีสัมพันธ์ด้วยในอดีตซึ่งก็คือแมดเดอลีนคนที่ทำให้เขาเลิกคิดถึงเธอไม่ได้เลยในตลอดระยะเวลาสามปีที่ผ่านมา

ดังนั้นเอเดนจึงต้องกลับมาพบกับแมดเดอลีนอีกครั้งและเมโลดี้คือลูกสาวของเขากับเธอหรือไม่ แต่เขาจะต้องพาแมดเดอลีนไปพบกับหนูน้อยเมโลดี้ในคลับที่เขาแอบซ่อนเธอไว้ และการที่จะพาแมดเดอลีนเข้าไปในคลับแห่งนั้นก็จะให้ใครพบเห็นไม่ได้เช่นกัน แต่ตัวแมดเดอลีนเองก็ไม่ได้ปฏิเสธกับเรื่องนี้เพราะเธอเองก็กำลังเดือดร้อนอย่างหนัก และ ต้องการไปให้พ้นจากเรื่องยากลำบากที่กำลังเผชิญอยู่เธอจะยังบอกความจริงกับเอเดนไม่ได้ และ สิ่งที่ทำให้แมดเดอลีนต้องใช้พลังใจในการต้านทานอย่างที่สุดก็คือการที่ต้องอยู่ใกล้ชิดกับเอเดนผู้ชายที่เธอรักตั้งแต่การพบเขาครั้งแรกเมื่อสามปีที่แล้ว และการคุกคามจากคนร้ายที่จ้องจะเล่นงานเธอนั่นทำให้แมดเดอลีนจะต้องไม่แสดงความรักและความรู้สึกที่มีให้ทั้งหนูน้อยเมโลดี้และเอเดนเพื่อเป็นการปกป้องให้พวกเขาปลอดภัยที่สุด

แต่.....สิ่งที่แมดเดอลีน ง่าว หลังจากปัญหาที่นางก่อขึ้นนี่สิ เฮ้ออออ ชั้นไม่ไหวจะเคลียร์กับหล่อน นางเอกเหมือนฉลาดแต่โง่นี่ไม่น่าเลยจริงๆ  โอเค! พอจะเข้าใจได้ว่านางเอกก็สามารถเป็นคนที่ไม่สมบูรณ์แบบตลอดๆและทุกสิ่งทุกอย่างได้ แต่อ่านๆไปเราก็พยายามคล้อยตามแล้วแหละแต่มันไม่มีส่วนไหนให้เอนเอียงว่านี่แหละพีคมากในเรื่อง หลายๆอย่างในเรื่องไม่ค่อยมีเหตุผล(ที่จะทำให้เชื่อตามนั้น) อย่างพระเอกนี่ฐานะมีอันจะกินอ่ะนะรวมถึงเพื่อนพระเอกด้วย(พระเอกคนต่อไปในเล่มสอง)จะไม่มีปัญญาเช่าบ้านสักหลังเพื่อให้เด็กและผุ้หญิงคนหนึ่งอยู่เนี่ย แทนที่จะไปหลบๆซ่อนๆกินอาหารไม่อิ่มในคลับ ลำบากไปป่ะ  งือ ซึ่งเราว่ามันแปลกๆ แต่ยังคาดหวังอยู่ว่าเล่มสองจะดีขึ้นกว่านี้(มั้ง) สำหรับเราเล่มแรกแอบส่ายหน้าเบาๆ  แต่สำหรับคนอื่นอ่านแล้วอาจจะชอบก็ได้นะคะ


12 ตุลาคม, 2555

เกมส์ซ่อนรัก Notorious Pleasures - by…..Elizabeth Hoyt


- เกมส์ซ่อนรัก Notorious Pleasures  - by…..Elizabeth Hoyt
- สำนักพิมพ์ แก้วกานต์
- หนังสือแนว historical romance
- ผู้แปล กัญชลิกา
- จำนวนหน้า 352 หน้า
- ราคา 275 บาท



เกมส์ซ่อนรัก Notorious Pleasures  - by…..Elizabeth Hoyt

เล่มที่สองของชุดแล้วค่ะหลังจากที่อ่าน.ใต้เงาบาป จบไปแล้วก็ตัดสินใจหยิบเล่มนี้มาอ่านต่อทันที แบบเห็นปกเล่มนี้แล้วไม่ค่อยชอบเท่าไหร่เลย ยิ่งรูปนางเอกบนหน้าปกนี่มันตุ๊กตาบาร์บี้รึไงแว๊ นางเอกชื่อฮีโรนะฮะ ไม่ใช่ชื่อบาร์บี้ ทำไมมันตุ๊กต๊า ตุ๊กตาก็ไม่รู้ ปกสองเล่มนี้ของฮอยต์ ช่างไม่โดนใจเลยซะจริง ฉากหลังยิ่งไม่เข้ากับเนื้อเรื่องเท่าไหร่เลยแลดูแปลกๆน่อ แต่นั่นแหละสิ่งที่สนใจสำหรับเราเป็นเนื้อหาข้างในมากกว่า แอบหวังเหมือนกันว่าอ่านเล่มนี้แล้วจะดีกว่าเล่มแรก แต่ไม่ได้หมายความว่าเล่มแรกจะไม่สนุกนะ เพียงแต่สำหรับเรายังไม่ใช่เล่มที่ใจจด ใจจ่ออยากจะอ่านและลุ้นมากๆอย่างที่เคยหวัง เหมือนกับเล่มนี้แหละที่เราว่ายังหาจุดที่เราชอบมากๆไม่ได้

สำหรับเลดี้ ฮีโร แบตเทน การเป็นน้องสาวของดยุค ทำให้เธอเรียนรู้ถึงการวางตัวให้เหมาะสมในเกือบทุกสานการณ์  แต่การที่ต้องเจอกับสุภาพบุรุษที่กำลังมีกิจกรรมทางเพศกับสุภาพสตรีที่แต่งงานแล้วและที่สำคัญไม่ใช่ภรรยาของเขาเองนั่นทำให้ฮีโรต้องการที่จะหลุดพ้นจากสถานการณ์ที่น่าคับขันแบบนี้ให้เร็วที่สุดแต่ดูเหมือนทั้งสองคนจะไม่รับรู้อะไรเลยแต่ในที่สุดฮีโรเองก็ผ่านพ้นมาจากสถานการณ์ที่น่าอึดอัดนั้นได้อย่างปลอดภัย แต่สิ่งที่ฮีโรไม่สามารถขจัดออกไปจากใจได้ก็คือผู้ชายเสเพลที่ทำผิดศีลธรรมคนนั้นต่างหากที่แค่ได้มองดวงตาสีเขียวของเขาก็ไม่อาจถอนสายตาจากเขาได้เลย

แต่การที่เธอเพิ่งรู้ว่าเขาคือน้องชายของคู่หมั้นที่กำลังจะประกาศหมั้นในคืนนี้แม้การหมั้นจะเกิดขึ้นเพื่อความเหมาะสมแต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเธอต้องคิดถึงคู่หมั้นไม่ใช่น้องชายของคู่หมั้นที่เป็นจอมเสเพลและมีข่าวอื้อฉาวไปทั่วลอนดอนอย่าง กริฟฟิน เรมิงตัน ลอร์ดริดดิง แต่ดูเหมือนว่าการที่ฮีโรพยายามไม่คิดถึงหรือการเตือนจากคนรอบข้างให้เธออยู่ห่างๆจากเขานั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยเพราะเขาคือคนที่คอยปกป้องเธอเวลาที่เดินทางไปยังบ้านพักพิงเขตสลัมอย่างเซนต์ไจลซ์ในฐานะของผู้อุปถัมภ์สนับสนุนเงินของบ้านพักพิงแห่งนี้

แต่การที่ฮีโรรู้ว่าเขาทำธุรกิจผิดกฏหมายอย่างการต้มเหล้าเถื่อนและฮีโรเองก็พยายามและขอร้องให้กริฟฟินเลิกทำธุรกิจนี้ก่อนที่เขาจะถูกทางการกวาดล้างโดยพี่ชายของเธอเองแม้กริฟฟินจะบอกถึงเหตุผลที่เขาไม่สามารถละทิ้งโรงต้มเหล้าเถื่อนไปในเวลานี้ได้สำหรับกริฟฟินเองก็ยังไม่สามารถหยุดงานของเขาได้เช่นกันแม้ว่าคู่แข่งของที่มีจะพยายามเล่นงานคนงานหรือแม้แต่ตัวกริฟฟินเอง

แต่การที่เขารู้ดีว่ากำลังหลงรักคู่หมั้นของพี่ชายจะเป็นอีกครั้งหรือไม่ที่เขาและพี่ชายจะต้องขัดแย้งกันอีกครั้งหนึ่งแม้เขาจะรู้ดีว่าพี่ชายของเขาเชื่อเรื่องที่เคยเกิดขึ้นในอดีตและเห็นเขาเป็นคนเลวอย่างที่ชาวสังคมซุบซิบกัน(สปอยล์)...กริฟฟินถูกกล่าวหาจากภรรยาของพี่ชายว่าเขาได้มีอะไรกับเธอและเด็กในท้องที่ตายไปคือลูกของกริฟฟิน.... และตอนนี้มันกำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้ง แต่เรื่องนี้ตอนอ่านบอกตรงๆเราไม่ชอบตัวละครมาร์ควิสพี่ชายของพระเอกเลย รำคาญด้วยซ้ำเราว่าเขาช่างเป็นผู้ชายที่ตื้นเขินอย่างน่าเบื่อ! แต่คนที่เราสนใจกลับเป็นดยุคพี่ชายของฮีโรนี่สิอยากอ่านอ่ะ กับอีกคนคือ ตัวตลกผีร้ายแห่งเซ็นต์ไจลซ์นี่แหละที่ยังโผล่มาในเล่มนี้บ้างปูพื้นไปสู่เล่มของเขาเอง ส่วนเล่มสามบอกตรงๆแอบเบื่อเหมือนกัน เพราะนางเอกเล่มสาม(สปอยล์)เป็นม่ายอีกแล้วครับท่าน.....เราว่าบทบาทของเธอในสองเล่มที่ผ่านมานี้น่าเบื่ออ่ะ แต่ไม่แน่พอเป็นเล่มของตัวเองอาจสนุกก็ได้(มั้ง)เพราะปมต่างๆที่ทิ้งไว้ในเล่มนี้ก็น่าสนใจดีเหมือนกัน

ส่วนเล่มนี้เองสำหรับเรานางเอกอย่างฮีโรเองก็ไม่มีอะไรน่าสนใจเท่าไหร่เลยนอกจากการเป็นเลดี้สูงศักดิ์น้องสาวของดยุคที่อุปถัมภ์บ้านพักพิงเด็กกำพร้าซึ่งเราคิดว่าเบสิคมากๆไม่ค่อยมีไรให้ตื่นเต้นรวมถึงพล็อตโดยรวมทั้งเล่มด้วยนะแม้สองเล่มนี้สำหรับเราจะไม่ค่อยได้ใจแต่แฟนงานเขียนของฮอยต์อย่างเราก็ยังรออ่านเล่มต่อๆไปของเธออยู่ดีนะ

08 ตุลาคม, 2555

ใต้เงาบาป Wicked Intentions – by…..Elizabeth Hoyt


- ใต้เงาบาป Wicked Intentions – by…..Elizabeth Hoyt
- สำนักพิมพ์ แก้วกานต์
- หนังสือแนว historical romance
- ผู้แปล กัญชลิกา
- จำนวนหน้า 365 หน้า
- ราคา 275 บาท




ใต้เงาบาป Wicked Intentions – by…..Elizabeth Hoyt

ชอบงานของอลิซาเบธ ฮอยต์ จากเรื่อง ..จำแลงใจ..และ เพียงเพราะรัก... (อีกเล่มคือนางฟ้าในฝัน อ่านแล้วโดนหั่นเลยไม่ชอบ) และก็รออ่านงานของฮอยต์มาเรื่อยๆค่ะ จนสำนักพิมพ์แปลงานชุดใหม่ของเธอออกมาก็ไม่ช้าที่จะรีบหยิบมาอ่าน สำหรับเล่มแรกในชุดนี้แม้จะไม่ชอบมากอย่างที่หวังไว้แต่ก็โอเคเพราะเป็นการปูเรื่องไปสู่เล่มอื่นๆด้วยพอสมควรประเด็นอื่นๆในเล่มนี้ต่างหากที่น่าสนใจกว่า(เราว่านะ)

การดูแลเด็กกำพร้าในบ้านพักพิงในเขตเซนต์ไจล์ของเทมเพอร์แรนซ์เป็นหน้าที่ที่เธอไม่อาจปฏิเสธและมองข้ามได้แต่ตอนนี้บ้านพักพิงแห่งนี้กำลังประสบปัญหาเรื่องเงินทุนและค่าใช้จ่ายในบ้านพักพิงแห่งนี้นั่นคือปัญหาที่เทมเพอร์แรนซ์ต้องรีบหาทางแก้ไขก่อนที่ผู้ที่เธอและเด็กๆจะถูกไล่ออกจากอาคารแห่งนี้ และการปรากฏตัวของแบบไม่คาดคิดของ ลาซารัส ฮันทิงตัน ลอร์ดแคร์ พร้อมกับที่เขาได้ยื่นข้อเสนอบางอย่างให้เธอนั้นเป็นสิ่งที่น่าสนใจแม้เทมเพอร์แรนซ์จะรู้ดีว่านี่คือเรื่องไม่เหมาะสมและยิ่งไปกว่านั้นคือชื่อเสียงในเรื่องรสนิยมทางเพศที่ไม่ธรรมดาของเขากระฉ่อนไปทั่วลอนดอน การที่เขาเสนอให้เธอช่วยนำทางในการตามหาตัวฆาตกรที่ฆ่าผู้หญิงเก็บของเขาเองหลังจากที่หล่อนถูกฆาตรกรรมอย่างทารุณเมื่อเกือบสองเดือนที่แล้ว

 แต่การที่เทมเพอร์แรนซ์ตกลงที่จะช่วยเป็นคนนำทางเขาเพื่อค้นหาเบาะแสต่างๆในเขตสลัมอย่างเซนต์ไจลซ์นั้นสิ่งที่เธอต้องการไม่ใช่เงินขอลาซารัสแต่สิ่งที่เทมเพอร์แรนซ์ต้องการก็คือการที่ลาซารัสต้องพาเธอเข้าสังคมและแนะนำให้รู้จักกับคนร่ำรวยและมีบรรดาศักดิ์ในสังคมเพื่อหาผู้อุปถัมภ์คนใหม่สำหรับบ้านพักพิงที่กำลังต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน แม้ว่าการที่เทมเพอร์แรนซ์ยิ่งใช้เวลาอยู่กับลาซารัสมากขึ้นเท่าใดสิ่งที่เธอเองพยายามปกปิดซ่อนเร้นเกี่ยวกับความรู้สึกผิดที่เธอเรียกมันว่าบาปตลอดมาและไม่กล้าบอกให้ใครรู้แต่เขาทำให้เธอยอมที่จะบอกความจริงเหล่านั้นให้เขาฟัง เทมเพอร์แรนซ์แน่ใจว่าขาทำให้เธอต้องมนต์และเขากระตุ้นสิ่งต่างๆในตัวให้เปิดเผยออกมาอย่างชัดเจนหลังจากที่เธอครองตัวเป็นหม้ายหลังจากที่สามีเสียชีวิตไปเมื่อเก้าปีก่อนหน้านี้ ทั้งหมดที่เทมเพอร์แรนซ์มีก็คือพยายาทุ่มเททุกอย่างเพื่อบ้านพักพิงเด็กกำพร้าหลังนี้ ไม่ใช่ความรู้สึกส่วนตัวที่เธอเก็บซ่อนไว้และลืมมันไปนานแล้ว 

การตระเวนเพื่อหาเบาะแสต่างๆยังคงดำเนินไปการฆาตรกรรมก็ยังเกิดขึ้นอีกต่อเนื่องในลักษณะเดียวกันและการที่เขาและเทมเพอร์แรนซ์ถูกซุ่มทำร้ายทำให้เขายิ่งต้องรีบหาตัวฆาตรกรคนนั้นให้พบโดยเร็วที่สุดพร้อมกับที่ลาซารัสต้องการที่จะรู้ว่าผีร้ายแห่งเซ็นต์ไจลซ์ที่คอยช่วยเหลือเขาเวลาถูกทำร้ายนั่นคือใครกันแน่


แต่การที่ลาซารัสบอกว่าเธอเพียงหลอกใช้เขาเพื่อหาข้ออ้างในการทำให้ความสัมพันธ์ที่มีเป็นเรื่องที่ผิดบาป ซึ่งหลังจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นเทมเพอร์แรนซ์ไม่อนุญาตให้ตัวเองพึงพอใจในสิ่งนี้ได้ เพราะความรู้สึกผิดที่กัดกินใจในอดีต (สปอยล์)เพราะช่วงที่สามียังมีชีวิตอยู่เทมเพอแรนซ์ได้ไปมีความสัมพันธ์กับผู้ชายอีกคนหนึ่ง ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่สามีของเธอเสียชีวิตลง และตอนนี้การที่เทมเพอร์แรนซ์รู้ว่ากำลังจะสูญเสียลาซารัสไปทำให้เธอจะกล้ายอมรับถึงความรู้สึกตัวเองที่มีต่อเขาได้หรือไม่นั้นก็ทำให้ตัวเธอเองกลัวที่จะยอมรับมันออกมา


เรื่องนี้อย่างที่บอกตอนแรกว่ามีหลายปมเหมือนกันที่ปูไปสู่เล่มต่อๆไปอ่านๆไปชักอยากอ่านต่อเรื่อยๆแล้วอยากรู้ว่าผีร้ายแห่งเซ็นต์ไจลซ์จะใช่คนที่คิดไว้มั้ย แต่ตัวคนลงมือทำการฆาตกรรมครั้งนี้เราเฉยๆอ่ะไม่ได้ตื่นเต้นและเห็นเหตุผลอะไรที่จะต้องทำเลย แต่ก็นะพอเข้าใจได้แต่ไม่คล้อยตามท่าไหร่ ในเล่มแรกเปิดประเด็นไว้หลายเรื่อง และก็ทำให้อยากรู้เรื่องที่เปิดประเด็นไว้นั่นแหละแต่ปัญหาคือเพิ่งออกมาแค่สองเล่ม(เล่มแปล)นี่สิ เล่มแรกเราเองช่วงแรกๆอ่านแล้วคิดว่ายืดเยื้อนะ จะเริ่มมาสนุกอ่านได้ไวหลังจากเลยครึ่งหลังมาแล้ว โน่นแหละ เล่มต่อๆไปคงจะสนุกขึ้นกว่านี้แน่นอนมั้งนะเพราะแต่ละประเด็นที่กล่าวไว้จากเล่มนี้น่าสนมาก เออแต่อ่านงานของฮอยต์มารู้สึกว่าเธอจะชอบเขียนให้นางเอกเป็นหม้ายจัง และ การเขียนนิยาย และ มีนิทาน เล่าประกอบในแต่ละบท จะเป็นสไตล์ของฮอยต์ไปแล้วใช่มั้ยนี่ แต่ชอบนะอ่านเพลินดี 

29 กันยายน, 2555

สัญญารักมั่นนิรันดร Promise Me Forever – by…..Lorraine Heath



- สัญญารักมั่นนิรันดร Promise Me Forever – by…..Lorraine Heath
- สำนักพิมพ์ คริสตัล
- หนังสือแนว historical romance
- ผู้แปล  อรอรียา
- จำนวนหน้า  288 หน้า
- ราคา  192 บาท



สัญญารักมั่นนิรันดร Promise Me Forever – by…..Lorraine Heath

ช่วงนี้ชักเริ่มรุ้ตัวเหมือนว่าหยิบหนังสือเล่มไหนมาอ่านก็ไม่ค่อยจโดนใจเลย หรือเราจะคาดหวังมากไปก็ไม่รู้ รวมถึงเล่มนี้ด้วย เล่มนี้ตอนอ่านๆไปประมาณครึ่งเล่มได้ก็ยังรู้สึกว่ายังไม่มีแรงจูงใจให้อยากอ่านต่อเลยแต่ก็อ่านจนจบนะเพราะไม่อยากค้างไว้เพราะถ้าค้างไว้แน่นอนที่เราจะไม่หยิบมาอ่านต่อมีความเป็นไปได้สูงเลยต้องอ่านให้จบ แต่เล่มไม่หนามากค่ะอ่านแป๊บเดียวก็จบ เพียงแต่เพลียเอง ไม่รู้เพลีย พล็อต การดำเนินเรื่อง หรือ สำนวนแปลกันแน่ ที่ทำให้อยากให้จบเร็วๆ จริงๆไม่ค่อยมีปัญกับพล็อตแนวอดีตรักฝังใจ ถ้าพล็อตสนุกโอเคก็อ่านได้ แต่เรื่องนี้เบื่ออ่ะ

หลังจากสิบปีก่อนลอเลน  แฟร์ฟิลด์ และ ทอม วอร์เนอร์ มีเหตุต้องให้ทั้งสองคนแยกจากกันในขณะที่ ลอเลนมีอายุได้เพียง 14 ปี ต้องย้ายจากเท็กซัสเพื่อตามแม่มาอยู่ที่อังกฤษ และทอม 16 ปี แต่ทั้งสองคนได้ให้สัญญากันว่าจะติดต่อกันทางจดหมายทุกวันแต่จดหมายที่ทั้งสองคนส่งหากันนั้น ต่างฝ่ายต่างไม่เคยได้รับเลยตลอดระเวลาสิบปีที่ผ่านมาเพราะ จดหมายทั้งหมดถูกยึดไปโดยแม่ของลอเลนที่ไม่อยากให้ทั้งสองคนติดต่อกันอีกเพราะแม่ของลอลเนต้องการให้ลูกลืมเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมาจากเท็กซัสให้หมด และที่สำคัญแม่เห็นว่าทอมเองเป็นแค่เด็กเร่ร่อนไม่มีอนาคตคนหนึ่ง แต่แท้จริงแล้วหลังจากนั้นทอมพยายามทำงาอย่างหนักเพื่อสร้างฐานะให้คู่ควรกับลอลเน และ เขา ได้สร้างบ้านขึ้นมาหลังหนึ่งตามความฝันของลอลเนจากความทรงจำที่ทั้งสองคนเคยคุยกันในอดีต

และจากอดีตที่ทอมเคยเป็นคนพเนจรเร่ร่อน เขาก็ได้รับรู้ว่าแท้จริงแล้วเขาคือเอิร์ลแห่งซาคส์ ผู้ชายที่มีเลือดสีน้ำเงินไม่ใช่เด็กเร่ร่อนไม่เคยมีบ้านเหมือนในอดีต และนั่นทำให้ทอมต้องเดินทางมายังอังกฤษเพื่อรับตำแหน่งเอิร์ลแม้ว่าทอมเองจะพยายามปฏิเสธตำแหน่งเอิร์ลนั้นไปก็ตาม แต่สิ่งที่ทำให้ทอมเดินทางมายังอังกฤษไม่ใช่มรดกที่เขาได้รับแต่เป็นลอเลนต่างหากผู้หญิงที่แม้ว่าเขาจะพยายามลืมเธอไปเท่าไหร่ก็ไม่เคยสำเร็จสักทีและที่สำคัญการทวงหนี้จากลอเลนที่เธอยังติดค้างเขาอยู่นั่นน่าสนใจกว่าอะไรทั้งหมด

และตามนั้นทั้งสองคนได้พบกันอีกครั้งและต่างคนก็ถามว่าทำไมตลอดระยะเวลาสิบปีที่ผ่านมาถึงไม่เคยส่งจดหมายถึงกันเลยแม้สักฉบับเดียวแต่ความจริงก็คือทั้งสองคนส่งจดหมายหากันในทุกๆวันเล่าเรื่องราวต่างๆในชีวิตและได้รู้สาเหตุว่าทำไมจกหมายไม่เคยจะถึงมือของทั้งสองคนเลย และการทวงหนี้จากทอมที่ลอเลนยังติดค้างเขาอยู่เมื่อครั้งในอดีตก็เริ่มขึ้น แม้ทั่วทั้งลอนดอนจะมีเรื่องของเอิร์ลแห่งซาคส์คนใหม่เป็นหัวข้อสนทนา แต่สำหรับทอมเองเขารู้ว่าเขาไม่ได้มีลักษระของการเป็นเอิร์ลมากนัก และ เขาเองก็ไม่เคยคิดจะสนใจและเขารักชีวิตคาวบอยที่มีอิสระในเท็กซัสมากกว่าการเป็นขุนนางชั้นสูงที่ต้องทำตัวอยู่ในกฏเกณฑ์ตลอดเวลา แต่กระนั้นการที่จะเรียนรู้กฏเกณฑ์ต่างๆของคนชั้นสูงก็เป็นเรื่องที่ต้องทำ เพราะงั้นการที่จะหาคนมาแนะนำเขาเรื่องกฏเกณฑ์ต่างๆจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากลอเลนผู้หญิงที่ทอมไม่เคยจะลืมเธอเลยไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปีก็ตาม

อย่างที่บอกค่ะอ่านจบแล้วเรานั่งนึกนานเหมือนกันว่าจะเขียนรีวิวยังไงเพราะอ่านแล้วเราจำได้แต่อารมณ์ออกเบื่อๆ จริงๆเราว่าต้นฉบับคงสนุกมั้งเพราะเห็นได้รางวัลมาด้วยแต่เราอ่านแล้วง่วงว่ะ อ่านไปบางช่วงแอบนึกถึงเรื่อง เดอะ โน้ตบุ๊ค(ช่วงเขียนจดหมายนั่นแหละ)มันช่างอารมณ์เดียวกันซะจริงๆ และพระเอก(ฉบับแปล)ช่างเป็นคาวบอยที่โคตรจะสุภาพเรียบร้อยมากๆพูดครับตลอด หรือ จะเพราะกลายมาเป็นเอิร์ลเลยต้องพูดจาให้สุภาพเข้าไว้ แต่อ่านแล้วไม่ได้อารมณ์เว้ยเฮ้ย อารมณ์ร่วมเลยราบเรียบตามมั้งและอยากให้จบๆไปซะ 

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...