04 กรกฎาคม, 2555

เจ้าสาวหัวใจสิงห์ Lady Gallant – by……Susan Robinson


- เจ้าสาวหัวใจสิงห์ Lady Gallant – by……Susan Robinson
- สำนักพิมพ์ แก้วกานต์
- หนังสือแนว historical romance
- ผู้แปล สีตา
- จำนวนหน้า 460 หน้า
- ราคาปก  320 บาท




เจ้าสาวหัวใจสิงห์ Lady Gallant – by……Susan Robinson


ตอนที่หยิบเล่มนี้ขึ้นมาอ่านตอนแรก ไม่ได้คิดว่าเล่มนี้จะทำเอาเราอาการหนักขนาดนี้นะเพราะจะว่าไปเกือบๆครึ่งแรกของหนังสือ สำหรับเราค่อนข้างเบื่อทีเดียวยังคิดเลยว่าจะอ่านจบวันไหนวะเพราะเล่มหนาเหมือนกัน แต่ๆๆๆ......หลังจากเริ่มอ่านครึ่งเล่มหลัง โอววววววว ไม่สามารถจะหยุดอ่านได้ และที่สำคัญเรื่องนี้ทำให้เราเสียน้ำตากันเลยทีเดียว ตัวเองยังคาดไม่ถึงว่าจะอินขนาดนี้สิ มันอารมณ์ที่รู้สึกไปกับตัวละครจริงๆซึ่งบอกไม่ถูกแหะ คนอื่นอ่านแล้วอาจเฉยๆแต่เราอ่านช่วงนี้แล้วไม่กล้าอ่านข้ามเลยเพราะอยากรู้ว่าพระเอกเมื่อไหร่จะหายง่าวเสียทีจนบางทีอยากตบหัวหลุดเลยนะ 55555+

เรื่องนี้เป็นพล็อตอิงประวัติศาสตร์ในสมัยพระนางแมรี่ขึ้นครองราชย์เป็นช่วงที่พระนางพยายามฟื้นฟูศาสนาคริสนิกายโรมันคาธอลิกและมีการกำจัดพวกนอกรีตจากพระนางแมรี่ผู้กระหายเลือดโดยการจับเผาทั้งเป็น(ซึ่งตอนนี้ออ่านแล้ว แอร้ย เห็นภาพชัดเจนมาก)และพยายามกีดกันอลิซาเบธไม่ให้ขึ้นครองราชย์จากเหตุนี้ทำให้มีสายลับหลายคนที่พยายามปกป้องอลิซาเบธและเป็นส่วนหนึ่งของการเป็นสายลับที่ต้องคอยส่งข่าวจากในวังและหนึ่งในนั้นก็คือ นอร่า เบ็คเก็ต ที่คนส่วนใหญ่มักเรียกเธอว่าหนูเซื่องๆตัวหนึ่งที่จืดชืดไร้ชีวิตชีวาและขี้อายอย่างที่สุด แต่แท้ที่จริงแล้วนอร่าคือสายลับคนหนึ่งที่ยอมเสี่ยงเข้ามาเป็นนางข้าหลวงในวังเพื่อบยุติความโหดร้ายและกระหายเลือดของพระนางแมรี่ซึ่งการที่ใครๆมองว่าเธอเป็นแค่บุคคลที่ไม่น่าสนใจไม่เป็นที่จดจำนั่นทำให้งานของนอร่าง่ายขึ้น

แต่การได้พบกับ คริสเตียน เดอ ริเวอรส์ ช่างเป็นสถานกรณ์ที่นอร่าต้องพยายามอยู่ให้ห่างๆจากเขาเป็นดีที่สุด แต่แน่นอนว่ายิ่งเหมือนพยายามจะหลบหน้าเขาเท่าไหร่กลับทำให้ตัวเองยิ่งคิดถึงเขามากเท่านั้นและยิ่งพยายามไล่จับและล่อลวงเธอมากเท่าไหร่นอร่าก็รู้ดีว่าเธอเริ่มหลงรักเขาเสียแล้ว และการหลบหนีออกจากวังเพื่อหนีจากการทำสัญญาการแต่งงานจากคำสั่งของพ่อผู้ที่จ้องจะกำจัดนอร่าออกไปให้พ้นจากชีววิตหลังจากการยายามมาหลายปีแต่ไม่สำเร็จ นั่นทำให้นอร่าเลือกที่จะไปหาคริสเตียนแลละครั้งนี้เขาได้ช่วยเธอจากการถูกบังคับให้แต่งงานอีกครั้งโดยการแต่งงานกับเธอเสียเอง! แต่การแต่งงานผ่านเพียงแค่วันเดียวคริสเตียนก็พบว่าภรรยาของเขาคือศัตรูที่คอยเข้ามาคอยสอดแนมและคอยส่งข่าวให้ใครบางคน และหลังจากนี้ไปคือตอนที่คริสเตียนใจร้ายกับนอร่ามากกกกกก ขนาดที่ทำให้คนอ่านอย่างเราร้องไห้เพราะเจ็บปวดไปกับนอร่าได้เลยทีเดียว สงสารนางเอกสุดๆอ่ะ

แม้ว่านอร่าจะพยายามขอให้เธอได้อธิบายบ้างแต่คริสเตียนไม่ยอมฟังเลยสักนิด ไม่ยอมฟังไม่เท่าไหร่แต่การกระทำเขาเนี่ยดิทำเอาเราเกลียดไปเลยความรู้สึกของนางเอกเหมือนตายทั้งเป็นเลยอ่ะ แล้วสิ่งต่างๆที่คริสเตียนพยายามทำเพื่อต้องการให้นอร่าเห็นนั้นมันเกินบรรยาย เรายิ่งแอบสมน้ำหน้าด้วยซ้ำตอนที่รู้ความจริง เชียร์อยู่ลึกๆว่าอย่าให้นางเอกให้อภัยเลย แต่นางเอกก็ใจแข็งได้ใจจริงๆ ไม่เข้าใกล้ ไม่สนใจ ซึ่งสะใจมากกกกก แถมก่อนหน้านั้นทั้งนางเอกและคนช่วยเหลือตลบหลังพระเอกได้สะใจดี ชอบบบบ เพราะการกระทำที่คริสเตียนค่อดดดดทำร้ายจิตใจนอร่านี่แหละทำให้อยากตบพระเอกหัวหลุดมากจริงๆแม้ตอนหลังจะมีแอบสงสารพระเอกหน่อยนึงแต่ก็คิดว่าสมควรดีแล้วที่โดนแบบนี้ แต่แหม คริสเตียนนี่ใช้วิธีไหนมาง้อนางเอกก็ไม่สำเร็จเสียทีเลยมาทำคุณไสยฯมนต์ดำใส่เมียซะงั้น(แอบฮาอ่ะ) ส่วนตัวแล้วชอบอาร์เธอร์เด็กเพจที่อยู่กับนางเอกมาก น่ารักอ่ะ เวลาอาร์เธอร์ปรากฏตัวแล้วฮาดีน่าร้ากกก อีกคนคือเบรดเล่มนี้เด่นมากซึ่งก็แน่นอนเพราะเล่มสองเป็นเรื่องของเขาแล้วเล่มนี้เลยมีบทบาทมากหน่อยที่สำคัญหลังจากอ่านเรื่องนี้จบเมื่อตอนตีสี่ครึ่งของวันนี้นอนก็ไม่หลับจนต้องมานั่งเขียนรีวิวเพื่อระบายอารมณ์หลังจากการอ่านเรื่องนี้จบลงเสียหน่อย 

25 มิถุนายน, 2555

บันทึกปริศนา Kill and Tell - by Linda HoWard



- บันทึกปริศนา Kill and Tell  - by Linda HoWard
- สำนักพิมพ์ แก้วกานต์
- หนังสือแนว romantic suspense
- ผุ้แปล พิชญา
- จำนวนหน้า  416 หน้า
- ราคาจากปก 120 บาท




บันทึกปริศนา Kill and Tell - by Linda HoWard


ชุด John Medina



- เล่ม 1 บันทึกปริศนา Kill and Tell 

-  เล่ม 2 สายลับสายใจ All the Queen's Men

- เล่ม 3 จุมพิตในนิทรา Kiss me while I sleep


วันนี้หยิบงานของลินดามาอ่านอีกแล้วเล่มไม่หนามากอ่านจบไวดีค่ะพล็อตสืบสวนของลินดาก็ยังเอาอยู่สำหรับเราแล้วเล่มนี้อาจไม่ลุ้นสุดๆตอนอ่านแต่ก็โอเคนะพระเอกของลินดาก็ยังคงความเป็นตำรวจอยู่ทำให้เราแอบคิดเหมือนกันว่าเจ๊แกท่าจะชอบอะไรที่เป็นตำรวจมากๆแหงเลย เล่มไหนเล่มนั้นเกือบทุกเรื่องที่เขียนพระเอกเป็นตำรวจ นักสืบซะเกือบทั้งหมด แต่ไม่ว่าไงพระเอกลินดาก็ยังน่าคบหาอยู่ดี กร๊ากกกก

หลังจากการเสียชีวิตของแม่เมื่อไม่กี่อาทิตย์ก่อน นับแต่นั้น คารา วิทลอร์ ก็แค่มีชีวิตผ่านไปในแต่ละวัน ทั้งสองคนผูกพันและร่วมกันต่อสู้กับทุกๆสิ่งแม้หลังจากที่พ่อของคาราหายไปจากชีวิตของทั้งสองคนสำหรับคาราแล้วแผลนี้มันยังสดใหม่เกินไปเธอยอมใช้ชีวิตอยู่กับความทรงจำในบ้านหลังนี้เมื่อไม่มีแม่อยู่ด้วยไม่ได้แล้วเพียงไม่นานหลังจากนั้นคาราก้ได้รับกล่องปริศนาจากพ่อของเธอที่เขาได้หายไปจากชีวิตพวกเธอมาหลายปี กล่องนี้ส่งมาพร้อมกับจดหมายสั้นๆเขาส่งมาให้แม่แต่ตอนนี้มันเป็นหน้าที่ของคาราที่ต้องเก็บกล่องนี้ไว้แม้ว่าจริงๆแล้วคาราอยากจะโยนกล่องนี้ทิ้งมากแค่ไหนก็ตามการหาที่เก็บกล่องใบนี้ไม่ใช่เรื่องยากเพราะอีกไม่นานบ้านหลังนี้ที่คารามีความทรงจำกับแม่ในอดีตก็จะบอกขายในไม่ช้า

แต่หลังจากนั้นไม่นานคารากลับได้รับทราบข่าวการเสียชีวิตของพ่ออีกครั้งแม้ระยะเวลาหลายปีสำหรับความห่างเหินและการแยกจากกันของเธอกับพ่อน่าจะทำให้มีความห่างเหินทางอารมณ์กับพ่อแต่สำหรับคาราแล้วมันไม่เป็นเช่นนั้น แต่นี่คือสิ่งที่คาราคิดว่าตัวเองเกินจะรับไหวแต่เธอบอกตัวเองว่าจะแสดงความอ่อนแออกมาต่อหน้าคนอื่นไม่ได้เธอเรียนรู้ที่จะปิดกั้นมันไว้จนกว่าจะถึงเวลาที่อยู่ตามลำพังคนเดียว การพบว่าพ่อของเธอเสียชีวิตจากการถูกฆาตรกรรมพร้อมกับทิ้งหลักฐานและเงื่อนงำอะไรบางอย่างไว้การได้พบกับตำรวจอย่าง มาร์คแชสเทน และได้รับความช่วยเหลือจากเขานั่นทำให้คารารับรู้ว่าการได้อยู่ใกล้ชิดกับเขานั้นทำให้ตัวเองรู้สึกปลอดภัยเหมือนมีหลักยึดและดูเหมือนว่าบางอย่างในตัวเขาจะทำให้คารารู้สึกอบอุ่นและอาจจะมากเกินไปด้วยซ้ำและเธอจะไม่ยอมให้มีความผูกพันทางอารมณ์ใดๆกับมาร์ค แชสแทนเป็นอันขาดและการจากเขามาแบบเงียบนั้นคงจะเป็นสิ่งดีที่สุด

หลังจากการเสียชีวิตของพ่อ เหตุการณ์ต่างๆที่คาราเชื่อว่าเรื่องบางอย่างมันต้องเกี่ยวพันกับการที่พ่อของเธอถูกฆาตรกรรมและมีคนต้องการของบางอย่างที่คาราเองก็ไม่รู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร บ้านที่เธอบอกขายโดนไฟไหม้ และการที่มีคนพยายามจะฆ่าเธอถึงสองครั้งนั่นทำให้คาราต้องการการช่วยเหลือจากมาร์คอีกครั้งหลังจากการหนีหน้าเขาและเธอรู้ว่าโทสะที่กรุ่นในตัวเขานั้นก็พร้อมจะระเบิดออกมาทุกเมื่อ และสิ่งแรกที่ทั้งสองคนพยายามสืบหาเงื่อนงำและเบาะแสต่างๆโดยเฉพาะจากกล่องพัสดุของพ่อที่มีอยู่ดูเหมือนว่าจะทำให้สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นกำลังจะได้รับการเปิดเผยพร้อมกับคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ทั้งหมด

พล็อตเรื่องของลินดาก็ยังน่าติดตามเหมือนเดิมนะเราว่าแม้ว่าเล่มนี้อย่างที่บอกว่าอาจจะไม่ค่อยได้ลุ้นอะไรมากในส่วนของพล็อตสืบสวน แน่นอนว่าเป็นชุดเมดิน่า พล็อตย่อมปูเรื่องไปสู่เล่มที่สองต่อด้วย สำหรับเล่มนี้อ่านแล้วเราเหนื่อยแทนนางเอกมากกกกก แบบรู้สึกเหนื่อยไปกับเธอจริงๆ เพราะภายในระยะเวลาไม่กี่วันที่เกิดเรื่องงขึ้นทั้งหมดก็แทบเข่าอ่อนแล้ว แต่สิ่งที่ชดเชยจากมาร์คที่เกิดขึ้นหลังจากนี้สิที่ทำให้คาราหายเหนื่อยไปบ้าง(หรือเหนื่อยกว่าเดิมก็ไม่รู้) การที่รู้ว่าเธอและมาร์คแท้จริงแล้วทั้งสองคนรู้สึกอย่างไรต่อกันนั้นมันเหมือนกับว่าคาราไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวบนโลกนี้อีกต่อไป แถมอย่างเราเนี่ยพออ่านถึงเลิฟซีนมีแอบฮาเส่ะว่าพระเอกมานได้ไปมั้ย(อะไรขนาดนั้น)เพราะคืนแรกที่เชิญนางเอกไปที่บ้าน และ เต้นรำ พระเอกก็จัดการเตรียมไว้ตั้งแต่ก่อนเต้นรำโน่น คิดดู๊ว่ามันจะอยู่แบบนั้นมานานแค่ไหนพอเวลาผ่านไปก็ยังเอร้ออออพร้อมสู้อยู่ กร๊ากกกกกกกก  จนนางเอกต้องมาถามทีหลังว่า เอร่อออ....คุณทำยังไง? ขนาดนางเอกยัง งง ฮ่ะ 

22 มิถุนายน, 2555

หัวใจซ่อนรัก UNDER COVER – by…..MARYJANICE DAVIDSON


- หัวใจซ่อนรัก UNDER COVER – by…..MARYJANICE DAVIDSON
- สำนักพิมพ์ คริสตัล พลับลิซชิ่ง
- หนังสือแนว คอนเทมฯ
- ผู้แปล เจ.ศิวาพร
- จำนวนหน้า 286 หน้า
ราคาจากปก 239 บาท

หัวใจซ่อนรัก UNDER COVER – by…..MARYJANICE DAVIDSON



รักแรกจุ๊บ / Sweet Stranger

การที่ เรเน่ จาร์ดิน พยายามหนีเอาตัวรอดจากเรื่องแย่ๆที่กำลังเกิดขึ้น และเรื่องแย่ๆที่ว่าเธอไม่ได้เป็นคนก่อขึ้นเลย ถ้าหากว่าการที่จะต้องหนีออกจากที่ทำงานตัวเองนั้นแย่แล้ว แต่การที่จะต้องหนี และ ไม่มีอะไนติดตัวมาเลยนั่นอาจจะแย่ยิ่งกว่า การที่พยามจะสลัดคนที่กำลังติดตามดูจะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การมอบจูบให้กับผู้ชายแปลกหน้าในลิฟท์เป็นทางเดียวที่จะสามารถหลุดรอดจากการไล่ล่าของคนพวกนั้นได้ แต่กลายเป็นว่าผู้ชายที่เรเน่กำลังจู่โจมจูบเขาอยู่นี่คือนักสืบอีกคนที่อดีตเจ้านายของเธอจ้างเขาให้มาตามล่าและเธอพร้อมกับของสำคัญบางอย่างที่เรเน่นำติดตัวออกมาด้วยโดยที่เธอเองก็ไม่รู้ว่าเจ้าสิ่งนั้นมันมาอยู่ในกระเป๋าตัวเองได้อย่างไร แม้เรเน่จะยอมรับว่าความรุ้สึกที่ได้จูบกับเขาจะวิเศษสักแค่ไหนแต่ยังไงเธอก็ต้องหนี และไม่มีทางให้เขาจับตัวเธอส่งคืนอดีตเจ้านายของเธอแน่ๆเพราะเขาคือคนโกหก และ หลอกลวง หลังจากที่เธอยอมที่จะเชื่อใจเขา แต่เขาคือคนที่หลอกใช้เธอเพื่อสิ่งที่เขาต้องการแต่จะโทษใครได้ในเมื่อตัวเธอเองที่เป็นฝ่ายกระโจนเข้าไปในอ้อมแขนเขาและหลงลืมทุกอย่างไปจนหมดสิ้น

สำหรับ เอริค เอเซลร็อค การที่เขาได้พบกับการจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัวของเรเน่ผุ้หญิงที่เจ้านายของเขาต้องการตัวพร้อมกับอะไรก็ตามที่เขาบอกว่าเธอได้ขโมยมา แค่การพบกันครั้งแรกนี้เขาก็รู้ดีว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาต้องปกป้องผู้หญิงคนนี้ให้ปลอดภัยและลืมไปได้เลยกับการที่ต้องส่งตัวเธอให้กับคนที่จ้างเขา แต่ตอนนี้เรเน่กำลังหลบหนีจากเขาอีกครั้ง และ เธอไม่ไว้ใจเขาอีกต่อไปนั่นทำให้เขาต้องหาตัวเรเน่ให้พบก่อนที่พวกนั้นจะจัดการกับเธอ
ความสัมพันธ์ของพระเอกและนางเอก เริ่มขึ้นจากการที่เอริคต้องการตัวเรเน่ในฐานะที่เขาคือนักสืบที่ถูกว่าจ้างให้ติดตามตัวผู้หญิงที่ขโมยของบางอย่างออกมาจากบริษัทซึ่งแลกกับค่าจ้างที่สูงมาก แต่ความจริงที่เขาได้รับรู้จากเรเน่เองนั้นจุดหมายของเขาได้เปลี่ยนไปกลายเป็นอยากช่วยแทนและเขารู้ดีว่ารักแรกพบนั้นสำหรับเขาแล้วมันไม่เคยเกิดขึ้นเลยจนกระทั่งได้พบเธอแน่นอนว่าความเร่าร้อนระหว่างสองคนมันต้องเกิดขึ้นอยู่แล้วและเราก็แอบลุ้นมากไปนิด กร๊ากกกก พอเอาเข้าจริงๆน้อยกว่าที่คาดแหะ และเรื่องปมปัญหาที่ทำให้นางเอกต้องถูกตามล่าตัวนั้นความจริงไม่ขี้เหร่เลยนะคะ เพียงแต่เราเองที่อ่านแล้ว งงๆ ไปบ้างบางที


รักไม่ลวง Lovely Lies

เรื่องที่สองในเล่มแล้วสรุปเนื้อเรื่องไม่ต่อเนื่องกันกับเรื่องแรกแต่อย่างใดฮ่ะเพียงแต่ตัวละครเกี่ยวพันกันนิดหน่อย เรื่องนี้พล็อตง่ายๆไม่ต้องคิดมากเท่าไหร่อ่านได้เรื่อยๆแป๊บเดียวก็จบแล้วซึ่งเราว่านั่นแหละเหมาะที่สุดเพราะถ้ายาวกว่านี้อาจจะพาลเบื่อไปเลยก็ได้ เพราะพล็อตแทบไม่มีอะไรให้น่าตื่นเต้นเลย 

ปีเตอร์ แรนดอม พระเอกที่กำลังตกงานกับการค้างค่าเช่าห้องที่เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะไปหาเงินมาจากไหนแม้แต่ล็อตเตอรี่ที่เคยซื้อไว้ก็ไม่เคยถูก!!!(อุแม่เจ้า!!พระเอกมานชอบเล่นหวยด้วยวุ้ยยย)แล้วจู่ๆเขาก็พบผู้หญิงที่อยู่ในสภาพเมาไม่ได้สตินอนหลับอยู่เบาะหลังรถของเขา แหงล่ะจะทำไงได้ก็ต้องพากลับไปที่ห้องของเขาเพื่อนรอให้เธอฟื้นคืนสติขึ้นมา และหลังจากนั้นเองที่ เขากำลังได้รับข้อเสนอให้เป็นบอดี้การ์ดเพื่อคุ้มครองเธอ ลอลี่ เจมิสัน ให้พ้นจากการคุกคามของพ่อเลี้ยงและลูกชายเขาที่กำลังหวังในเงินมรดกหลังจากการเสียชีวิตของเม่เธอและลอลี่รู้ว่าปีเตอร์สามารถเป็นที่พึ่งให้เธอได้และแม้ว่านิสัยของทั้งสองคนจะต่างกันสุดขั้วแค่ไหน การที่ลอลี่ได้อยู่กับปีเตอร์ก็ทำให้เธอมีความสุขอย่างที่ไม่เคยมีใครทำได้

 อย่างที่บอกไว้ตั้งแต้นว่าพล็อตเรื่องที่สองแทบไม่มีอะไรเลยนางเอกมีเงินมรดกจากแม่ที่ทิ้งไว้ให้และเป็นนักศึกษาแพทย์ปีสี่ที่พอได้เงินมาแล้วอยากจะใช้ให้หมดไวๆ โดยการแจกๆๆให้หมด (ซึ่งเรามองว่าเหตุผลไร้สาระม๊าวกกกก ) เรื่องนี้พระเอกนางเอก อายุต่างกันพอสมควร สี่สิบเชียว(แต่ผู้ชายมีอายุนี่มันก็น่าสนนะ กร๊ากก) นางเอกยี่สิบห้า อิตอนที่แจกเงินชาวบ้านไปทั่วนี่สงสัยลอลี่จะลืมคิดว่าไม่ได้เก็บไว้เป็นค่าเทอมเลยแหะ 5555+ขำๆดีค่ะแต่แม้นางเอกจะแจกเงินให้คนอื่นไปหมดแต่ตอนหลังก็มาถูกล้อตเตอลี่รางวัลใหญ่เลยนะสรุปไม่อยากรวยแต่ดั๊นนถูกหวยซะงั้น แต่พระเอกซื้อทุกงวดไม่เคยถูกเสียที แต่นางเอกโผล่มางวดเดียวถูกเฉยเลย กร๊ากกกกก


รักเล่นกล Delightful deception

เรื่องที่สามสุดท้ายในเล่มก็ยังเป็นตัวละครที่เกี่ยวเนื่องกันมาตั้งแต่เรื่องแรกเรื่องนี้เป็นเรื่องของ เธีย ฟอสเตอร์ แพทย์หญิงที่จบปริญญาเอกและทำงานที่ทำงานในบริษัทเดียวกับเรเน่ จาร์ดิน(นางเอกเรื่องแรก) และเป็นคนคิดค้นสิ่งประดิษฐ์บางอย่างที่สามารถช่วยเหลือชีวิตคนได้ และก็เป็นเธียเองนี่แหละที่เอาสิ่งประดิษฐ์อันนั้นไปใส่ในกระเป๋าของเรเน่และการตามล่าตัวเรเน่ก็เกิดขึ้นในตอนนั้นโดยเธียบอกว่าได้ความสะใจ(แม้เหตุผลจริงๆคือการตลบหลังเจ้านายเก่าที่เขาเห็นแก่เงินมากมายมหาศาลแทนที่จะยอมช่วยชีวิตคน)ที่ทำอย่างนั้นแม้เธียจะบอกว่าเพื่อเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมแต่ที่สุดแล้วมันก็เกิดจากความที่เธออยากจะแก้แค้นเท่านั้นและตอนนั้นเธียเองก็นึกสนุกอยู่ไม่น้อยตอนนี้เจ้านายคนเก่าของเธอก็โดนจับไปแล้ว(แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเรเน่ชั้นยัง งงๆกับหล่อนอยู่นะ เธีย!!)แต่สิ่งที่จะตามมาตอนนี้ก็คือ

การปรากฏตัวของ ซีอีโอ คนใหม่ที่เข้ามาซื้อกิจการและเธียเองก็เสี่ยงจากการถูกไล่ออกเต็มทนและเจ้านายใหม่ก็อายุน้อยกว่าเธอเสียอีกและบุคลิคภายนอกที่เขาแสดงออกมามัยก็ยังเข้าข่ายติ๊งต๊องเสียอีกและสิ่งที่เจ้านายใหม่ของเธียต้องการก็คือการสร้างผิวหนังเทียมขึ้นมาสำหรับคนที่ร่างกายถูกไฟไหม้เสียหายและสำหรับจิมมี่ สไควร์การติดตามผลงานของเธอมานานหลายปีเขารู้อยู่แล้วว่าเธอ เก่ง สวย ฉลาด แต่ในข้อมูลที่เขามีอยู่ในมือเทียบไม่ได้เลยกับตัวจริงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาขณะนี้และเขาก็ต้องการเธอมากๆเพียงแค่แว๊บแรกที่ได้เจอหน้า แต่ความลับที่จิมมี่กำลังปิดบังไว้ต่างหากที่ทำให้เขารู้ดีว่าถ้าเธอได้รู้จะต้องหันหลังให้เขาเหมือนกับผุ้หญิงคนอื่นๆที่ผ่านมา แต่.....สำหรับเธียแล้วการได้ใกล้ชิดกับจิมมี่ในเวลาต่อมาทำให้เธอรู้ว่าสิ่งที่เขาแสดงออกมาภายนอกนั้นเป็นแค่การปกปิดตัวตนที่แท้จริงๆของเขาเท่านั้น และความลับที่เขาพยายามซ่อนไว้นั่นไม่ได้ทำให้เธียรังเกียจหรือเดินหันหลังหนีไปจากเขาเลยแม้แต่น้อย

 *-*------------------------------------------------------------------------------------- *-*

หลายรอบมากที่มองข้ามหนังสือเล่มนี้ไปเพราะส่วนหนึ่งปกไม่ดึงดูดเลยค่ะจนช่วงก่อนอยากหาอะไรอ่านใหม่ๆบ้างเลยให้เพื่อนช่วยหาข้อมูลให้เลยลองซื้อมาอ่านลองดู อ่านแล้วจะบอกว่าชอบมั้ยก็บอกไม่ถูกออกจะเฉยๆมากกว่าเพราะเล่มนี้มีสามเรื่องแล้วพล็อตมันสั้นๆแบบรีบๆไงไม่รู้สำหรับเราสามเรื่องนี้คิดว่าเรื่องแรกโอเคมากสุดแล้ว แต่ถ้าจะอ่านแบบไม่คิดอะไรมากถ้าจะอ่านเอาเลิฟซีนก็มีให้ได้ไขว้เขวบ้างแต่สำหรับเราก็ไม่ร้อนขนาดนั้นแต่ก็ยังโอเคที่ยังพอให้เบี่ยงเบนจากการ งงๆกับพล็อตบ้างบางช่วง และ สำหรับสำนวนแปลเล่มนี้โอเคเลยนะคะ ถ้าใครสนใจพล็อตแนวนี้ก็ลองหามาอ่านกันได้ ยอมรับว่าบางช่วงอ่านไปแล้วเราแอบฮาตามเลยค่ะ บางช่วงก็น่ารักดีในแบบที่คิดว่าเป็น

20 มิถุนายน, 2555

ลอร์ดต้องห้าม The Forbidden Lord - by…..Sabrina Jeffries


- ลอร์ดต้องห้าม / หัวใจซ่อนเสน่หา  The Forbidden Lord - by…..Sabrina Jeffries
- สำนักพิมพ์ น้ำฝน
- หนังงสือแนว historical romance
- ผู้แปล ปิยะฉัตร
- จำนวนหน้า  358 หน้า
- ราคาจากปก 95 บาท




ลอร์ดต้องห้าม The Forbidden Lord - by…..Sabrina Jeffries

-  ชุด Lord -1/3 จอมใจโจรสลัด Lord of the sea
-  Lord -2/3 หัวใจซ่อนเสน่หา/ลอร์ดต้องห้าม The Forbidden Lord (Love untouched)
- Lord -3/3 ท่านลอร์ดยอดสายลับ Out of passion


อย่างที่เคยบอกว่าเราอ่านงานของซาบริน่า เจฟรีย์ ในเล่มที่ผ่านๆมาแล้วชอบมากถึงกับต้องไปตามล่าหาเล่มอื่นๆที่เคยแปลออกมากันเลยทีเดียวจริงๆพล็อตก็ไม่ได้แน่นหรือสนุกทุกเล่มหรอกค่ะส่วนหนึ่งเราเชื่อว่าสำนวนแปลก็มีส่วนมากๆเหมือนกันที่หนังสือเล่มนั้นอ่านแล้วจะสนุกมากหรือน้อย สำหรับงานของซาบริน่า เจฟฟรีย์(วิวาห์สลับรัก/ รักนี้มิอาจกั้น / สุดแค้นแสนรัก / ระบำมายา / วิวาห์ลวง) อ่านแล้วมันถูกจริต ถูกใจเราด้วยมั้งคะ อย่างเล่มนี้ที่พล็อตไม่ได้ถึงกับดีมากแต่อ่านแล้วก็ยังอยากอ่านงานซาบริน่าอีกอยู่ดี จริงๆแล้วเป็นหนังสือชุด3 เล่ม ที่เรากระโดดอ่านข้ามไปมาด้วยแหละ อ่านเล่มสามไปก่อนแล้ว(อ่านจบไปนานมากกกกกๆ และลืมไปหมดแล้วเช่นกัน)ค่อยมาอ่านเล่มนี้(เล่มสอง)ความสัมพันธ์ของตัวละครก็จำไม่ได้ด้วยว่าเกี่ยวข้องกันอย่างไรแต่อ่านข้ามเล่มรู้เรื่องแน่ๆค่ะไม่จำเป็นต้องอ่านเรียงกันหรอก

หลังจากที่ เอมิลี่ แฟร์ไชลด์ รีบร้อนออกจากงานเลี้ยงหลังจากที่ได้พบกับเพื่อนสนิทของเธอแล้ว แต่การที่เอมิลี่พบว่าตัวเองนั่งอยู่ในรถม้ากับผู้ชายที่ตัวเธอเองเข้าใจว่าเขาคือญาติของเธอซึ่งบุคลิกภายนอกของเขาช่างเหมือนกับญาติของเธอเสียเหลือเกินและเขาเองก็คิดว่าเธอคือแม่ม่ายขี้เหงาคนหนึ่งที่กำลังอยากทอดสะพานให้เพราะการที่เอมิลี่พูดแก้ต่างให้เขาในงานเลี้ยงซึ่งหมายถึงการพยายามทำให้เขาประทับใจสำหรับเอมิลี่แล้วการเป็นลูกสาวของนักบวชคนหนึ่งไม่มีทางที่เธอจะออกมากับผู้ชายที่ไม่รู้จักและเขาก็ช่างดูอันตรายมากในความรู้สึกของเอมิลี่แต่แปลกจริงที่เธอไม่รู้สึกกลัวเขาสักนิด

สำหรับ จอร์แดน วิลลิสเอิร์ล แห่งแบล็คมอร์ การที่ต้องขึ้นรถม้าออกมากับผู้หญิงที่เขาคิดว่าหล่อนกำลังทอดสะพานให้นั่นเป็นเรื่องที่พอรับได้ซึ่งปกติแล้วเขามักไม่ปฏิเสธแต่จอรืแดนกลับพบว่าเขาทำผิดพลาดอย่างมหันต์เพราะนอกจากเธอจะไม่ใช่ผู้หญิงในประเภทที่เขาคิด และที่สำคัญผู้หญิงคนนี้ยังเป็นสาวบริสุทธิ์ที่ยังไม่ได้แต่งงานลูกสาวของนักบวชคนหนึ่งเท่านั้นและสาวบริสุทธิ์เป็นข้อห้ามสำหรับเขาที่ไม่แม้แต่อยากจะยุ่งเกี่ยวด้วย แต่การใกล้ชิดในครั้งนี้กลับแทบทำให้จอร์แดนลืมตัวและเขารู้ดีเลยทีเดียวว่ายิ่งเขาอยู่ใกล้ เอมิลี่ แฟร์ไชลด์ นานเท่าไหร่ การควบคุมตัวเองของเขาก็ยิ่งน้อยลงไปทุกทีและเขาหวังว่าหลังจากคืนนี้เขาจะไม่ต้องเจอกับเธออีกนั่นคงจะปลอดภัยที่สุดแม้ความรู้สึกผิดในอดีตยังคงตามหลอกหลอนโดยไม่เคยจางหายไปจากชีวิตของจอร์แดนเลย

หลังจากที่เอมิลี่รับรู้ว่าโซฟีเพื่อนสนิทของเธอ หล่อนกำลังคิดจะหนีตามผู้ชายที่พ่อโซฟีกำลังสงสัยว่าอาจจะเป็นใครสักคนที่กำลังพยายามมาหลอกลวงลูกสาวเขา จึงพยายาม(ข่มขู่ + แบล็คเมล์) ให้เอมิลี่ปลอมตัวเพื่อช่วยสืบหาตัวผู้ชายคนไหนก็ตามที่พยายามใกล้ชิดกับลูกสาวของเขาดังนั้นเอมิลี่ต้องปลอมตัวเป็นเลดี้เอ็มม่าลูกสาวของผู้ดีไม่ใช่ลูกสาวของนักบวชอีกต่อไปและทั้งหมดที่เอมิลี่ต้องทำก็คือพยายามมองหาว่าใครกันแน่คือผู้ชายคนนั้น!! แต่แน่นอนอยู่แล้วที่เอมิลี่ต้องปฏิเสธแผนการนี้ แต่การทีพ่อของโซฟีกล่าวถึงสาเหตุเรื่องการเสียชีวิตของแม่เธอในอดีตนั่นทำให้เอมิลี่ต้องยอมทำตามแผนการวางไว้

การที่จอร์แดนรับรู้ว่าภาพของผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาพยายามจะลืมหลังจากสถานการณ์เข้าใจผิดในคืนนั้นตอนนี้เธอกลับมาปรากฏตัวอีกครั้งซึ่งแน่นอนว่าสำหรับจอร์แดนแล้วเขาจำได้ไม่เคยลืมกับเอมิลี่ลูกสาวนักบวชผู้บริสุทธิ์ แต่ตอนนี้ผู้หญิงคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าจอร์แดนเธอกลับบอกว่าไม่เคยรุ้จักเขาและไม่ใช่ลูกสาวนักบวชแต่คือเลดี้เอ็มม่า ลูกสาวของท่านเอิร์ลคนหนึ่ง แต่สำหรับจอร์แดนแล้วเขารู้ดีกว่านั้นว่าผู้หญิงคนนี้คือเอมิลี่อย่างแน่นอนแม้ว่าหล่อนพยายามจะปฏิเสธแค่ไหนก็ตามและเขาต้องสืบให้รู้ความจริงให้ได้ว่าทำไมเธอถึงต้องปลอมตัวเป็นคนอื่น

ต้องบอกว่าแม้เราจะชอบอ่านงานของซาบริน่า เจฟฟรีย์ มากแต่สำหรับพล็อตเล่มนี้แอบส่ายหน้าเบาๆให้กับเหตุผลที่พ่อของโซฟีคิดแผนขึ้นมาและบังคับให้เอมิลีปลอมตัว เราว่ามันง่าวไปหน่อยนะ และอีกอย่างเราว่าการดำเนินเรื่องช่วงนี้น่าเบื่อและอืดไปหน่อย แต่.....เดี๋ยวก่อน!!ยังไม่หมดแค่นั้นว่าเหตุผลในการให้นางเอกปลอมตัวง่าวแล้ว หลังจากนี้เหตุผลของเอมิลี่ที่บุกไปหาจอร์แดนเพื่อเสนอข้อต่อรองให้เขานั้นเราว่าง่าวกว่าเสียอีกนี่สิขัดใจและเอร้ออออคิดได้เนอะเอมิลี เล่มนี้จริงๆถ้าเล่มหนากว่านี้อาจจะอ่านแล้วบ่นมากกว่านี้ก็ได้ฮ่ะ แต่โชคดีที่เป็นเล่มบางๆอ่านแล้วไม่ต้องคิดอะไรมากอีกอย่างฉากบนรถม้าก็พอให้เรามองข้ามไปบ้าง กร๊ากกกกกก 

15 มิถุนายน, 2555

บ่วงรักสายลับ Surrender to a Wicked Spy – by…..Celeste Bradley


- บ่วงรักสายลับ Surrender to a Wicked Spy – by…..Celeste Bradley 
- สำนักพิมพ์ แก้วกานต์
- หนังสือแนว historical romance
- ผู้แปล กัญชลิกา
- จำนวนหน้า 324 หน้า





บ่วงรักสายลับ Surrender to a Wicked Spy – by…..Celeste Bradley


ช่วงนี้ก็ยังอยู่ในโหมดย้อนยุคอยู่หันไปอ่านแนวอื่นได้ไม่นานเท่าไหร่ สุดท้ายก็กลับมาหาย้อนยุคอยู่ดี เล่มนี้ไม่ได้ตั้งใจจะอ่านเท่าไหร่หลังจากที่อ่านเล่มแรก(สะดุดรักสายลับ)จบไปแล้วไม่โดนใจเท่าไหร่ เลยคิดจะพักชุดนี้ไว้ก่อนแต่วันก่อนไปธุระแล้วนั่งรอนานมากเลยคิดว่าลองหยิบเล่มนี้ติดมือไปอ่านเสียหน่อยดีกว่าผลคือโอเคเลยแหละสำหรับเล่มสองนี้ ส่วนตัวเราคิดว่าสนุกกว่าเล่มแรกนะ แม้ว่าพล็อตจะไม่ค่อยมีอะไรแตกต่างกันมากในการดำเนินเรื่องสักเท่าไหร่ ที่เห็นชัดทั้งสองเล่มที่ได้อ่านมาก็คือนางเอกจะคาแร็คเตอร์เด่นกว่าพระเอกเสียอีกแน่ะ เล่มนี่เราชอบนางเอกนะตอนสุดท้ายแอบสงสารด้วยซะงั้น

หลังจากที่โอลิเวีย เชลต์แนม ลอยละลิ่วร่วงลงสู่แม่น้ำเทมส์โดยฝีมือของแม่เธอเอง แม้โอลิวเยจะแน่ใจว่าแม่ของเธอไม่มีนิสัยชอบการฆ่าคนมาก่อนแต่เหตุผลที่โอลิเวียรู้ดีกว่านั้นก็คือการที่เธอตกจากสะพานร่วงลงสู่แม่น้ำนั่นก็คือแผนการของแม่ที่เกี่ยวข้องกับชายหนุ่มวัยแต่งงานคนหนึ่งที่เธอมองเห็นก่อนที่จะตกลงมา และ เขาคนนั้นก็คือเทพบุตรไวกิ้งที่เป็นคนกระโดดลงมาช่วยเธอจากแม่น้ำเทมส์ที่เย็นจัด แต่...พูดให้ถูกก็คือ เขาพยายามช่วย เพราะที่สุดแล้วตุการจบลงที่โอลิเวียเป็นฝ่ายช่วยเขาขึ้นจากน้ำแทนต่างหาก แม้ว่าตอนนี้สภาพของเขาคือคนแปลกหน้าที่เหมือนไวกิ้งที่เปียกและสกปรกคนหนึ่ง แต่โอลิเวียไม่สงสัยเลยสักนิดว่าสภาพก่อนที่เขาจะกระโดดลงมาแบบนี้เขาต้องหล่อมากเพราะเธอเคยเห็นเขาหลายครั้งเพราะเขาคือ เดน คาลเวลล์ หรือคนในวงสังคมให้ฉายาเขาว่า หนุ่มเนื้อหอม ที่บรรดาหญิงสาวทั้งหลายแสดงความสนใจเขา และแม้ว่าเขาจะดึงความสนใจจากเธอไปได้ แต่สำหรับโอลิเวียแล้วเธอไม่ใช่สาวเนื้อหอมที่เขาจะมาสนใจเพราะเธอเองรู้ดีว่าในตัวนั้นไม่มีอะไรที่สามารดึงดูดใจผู้ชายคนไหนๆในลอนดอนได้เลย 

แต่ตอนนี้จะเป็นอย่างไรก็ช่างเพราะเขาคือคนที่พยายามจะช่วยเธอจากการจมน้ำโดยฝีมือของแม่เธอเอง
สำหรับการเป็นหนึ่งในบรรดาหนุ่มเนื้อหอมที่สุดของลอนดอน เดน คาลเวลล์ไวส์เคานต์กรีนลีห์คุ้นเคยกับการที่ต้องคอยช่วยชีวิตสุภาพสตรีทั้งหลายดูเหมือนจะเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้วอย่างเช่นตอนนี้ที่เขาต้องกระโจนลงแม่น้ำเมส์ที่เย็นเฉียบเพื่อช่วยเหลือสุภาพสตรีตนหนึ่งที่ตกลงไปในแม่น้ำเทมส์ต่อหน้าต่อตาเขาแต่เธอกลับไม่ต้องการการช่วยเหลือของเขา ถ้าเพียงเดนจะไม่สังเกตุและควรละอายว่าเขาแอบมองรูปร่างของเธอเพราะมันน่าสบายใจที่เดนคิดว่าการที่เขาได้ใกล้ชิดกับผู้หญิงที่แข็งแรงไม่แตกหักง่ายเวลาที่เขาอยู่ใกล้ชิดเกินไปอย่างในตอนนี้เพราะเธอช่างให้ความรู้สึกที่ดูคุ้นเคยและสะดุดตาสำหรับเขา และการแต่งงานก็เริ่มต้นขึ้นอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่อาทิตย์หลังจากเกิดเหตุการพลัดตกจากสะพานโดยที่โอลิเวียไม่รับรู้จนกระทั่งก่อนถึงวันแต่งงานเพียงหนึ่งวัน การแต่งงานกับเขาทำให้โอลิเวียรู้ว่าแท้จริงแล้วแม้ว่าภายนอกที่เขาแสดงออกมาจะมีมารยาทดีเยี่ยมเพราะแท้จริงแล้วเดนคือคนที่ไร้มารยาทอย่างเหลือทน แม้เธอจะรู้ดีว่าการแต่งงานกับเขาในครั้งนี้คือแผนการของครอบครัวเพื่อฐานะที่ดีขึ้น

สำหรับเดนแล้วการที่เขาเลือกโอลิเวียเป็นเจ้าสาวของเขา เพราะเขารู้ดีว่าเจ้าสาวของเขาคือคนที่เขาจะไม่มันที่เขาจะหมกมุ่นลุ่มหลงจนเทความรักให้ และที่สำคัญเธอใช่ผู้หญิงที่จะชักนำเขาเข้าสู่การทรยศเหมือนอย่างที่พ่อของขาเคยเป็นเหมือนเมื่อในอดีต สิ่งที่เขาต้องการก็แค่เพียงการแต่งงานและมีทายาทไว้สืบสกุล ภรรยาของเขาจะไม่มีทางรู้ว่าเขาเป็นสิงโตหนึ่งในสายลับแห่งราชวงศ์อังกฤษอย่างรอยัลโฟร์ เพราะแน่นอนที่เธอจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับงานของเขาหรือกลุ่มของเขาอย่างแน่นอน แต่เดนพบว่าการที่จะทำเฉยเมยไม่สนใจภรรยาของเขานั้นไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลยเมื่อเธอแตกต่างออกไปจากผู้หญิงที่เขาเคยได้พบ(ก็แหงล่ะเส่ะ!)และเดนรู้ว่ายิ่งอยู่ใกล้โอลิเวียมากเท่าไหร่ความรู้สึกของเขาก็ยิ่งอ่อนไหวมากขึ้นเท่านั้นเมือ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับภรรยาเขาแล้วมักจะเรียกความสนใจจากเขาได้เสมอและทุกๆเรื่อง
ตามสเตปพล็อตแนวนี้แหละอย่างที่บอกว่าพล็อตและการดำเนินเรื่องคล้ายๆกันการเป็นสายลับของอังกฤษเพื่อติดตามจับกุมสายลับของนโปเลียนอีกทีส่วนนางเอกก็เข้าไปอยู่ในแผนการทั้งของพระเอกและฝ่ายผู้แอบสืบดูความเคลื่อนไหวอยู่ห่างๆแบบไม่รู้ตัว เดน ก็พยายามปฏิเสธความรู้สึกตัวเองว่าไม่ได้มีความรู้สึกพิเศษอะไรกับโอลิเวีย ส่วนนางเอกก็รู้ดีเลยแหละว่าคิดยังไงกับเดนและชัเจนกับความรู้สึก และไม่เคยคิดทรยศอะไรเดนเลย แต่เป็นเดนที่คิดว่านางเอกมีส่วนร่วมกับแผนการที่เกิดขึ้นหลังจากตอนนี้สงสารโอลิเวียมากกกกกก ตอนอ่านคิดว่านางเอกโคตรทรหดอดทน ขนาดถูกยิงยังพยายามคลานกลับมาบ้าน(คลานจริงๆนะ 555+)

และอีกอย่างที่เรื่องไหนเรื่องนั้นกับการที่พระเอกมานช่างขี้โม้เหลือเกินกับการที่บอกว่าตัวเองนั่นช่างยิ่งใหญ่ เอร้อออออคงไม่ต้องอธิบายเพิ่มมั้งว่าอะไรใหญ่ กร๊ากกก เพราะเล่มนี้พระเอกคิดว่าช่างเป็นปมด้อยของตัวเองซะเหลือเกินที่มันมีมากเกินไป(ซะงั้น!!)ถึงกับแอบเครียด แอบกลัวการที่ต้องมีอะไรกับผู้หญิงหรือแม้กระทั่งกับภรรยาตัวเองเพราะจากในอดีตที่ผ่านมาเวลาเห็นว่าขนาดคุณโสเห็นแบบเต็มๆยัง ตกใจกลัวในความ เอร้อออออ ใหญ่ ป๊าดดดดดดด เลยทำให้ไม่กล้าที่จะเปิดเผยกับใคร ไม่ปรึกษาใครแม้แต่กับเพื่อน ไปปรึกษาหมอๆก็บอกมันไม่ใช่ปมด้อย แต่มันคือ”สิ่งล้ำค่า” 5555555+ แต่พระเอกกลับมองว่ามันคือปมด้อยของตัวเอง หมั่นไส้อิพระเอกว่ะ แถมกลัวโน่น กลัวนี่ คิด โน่น นี่ นั่น กว่าจะเข้าใจอะไรได้นี่มันช่างยากเย็น(และกว่าจะยอมมีอะไรกันได้ลีลาอยู่นั่นทั้งที่นางเอก บอกไม่กลัวๆๆ แต่ดันเป็นพระเอกที่กลัวเองเพราะความใหญ่เกินไป ห่านนน) แต่พอถึงฉากรักจริงๆกลับแทบไม่ค่อยมีอะไรเลย(หรืออาจจะเพราะโดนหั่นหรือเปล่าไม่แน่ใจ)  แถมแอบคิดว่านี่มันราคาคุยพระเอกอีกแล้วฟร่ะ กร๊ากกก แต่ทั้งหมดทั้งมวลเราชอบเล่มนี้มากกว่าเล่มแรกนะ แม้ตอนท้ายจะแอบ งง และ ไม่เชื่อ(เท่าไหร่กับครอบครัวนางเอก น้องนางเอก และต้นห้องน้องน้องนางเอก) แต่ชอบตอนเดนได้อ่านบันทึกของโอลิเวีย มากๆ 

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...