22 ธันวาคม, 2554

วิวาห์สลับรัก (A Dangerous Love) - By.....Sabrina Jeffries






อย่างที่บอกว่าช่วงนี้อ่านแนวย้อนยุคได้ไหลลื่นมาก เล่มนี้ก็เช่นกันเป็นเล่มแรกในชุดเล่มแรกนี้จะออกกับทาง สนพ ฟองน้ำ ส่วนอีกสี่เล่มที่เหลือออกกับทางภัทรา(หรือเกรซในปัจจุบัน)เล่มนี้ก็ได้เพื่อนส่งมาให้ยืมอ่านอีกแล้วค่ะ อิ อิ 98% ของหนังสือที่อินอ่านตอนนี้เป็นหนังสือที่เพื่อนๆส่งมาให้ยืมอ่านทั้งนั้นค่ะแทบจะไม่ได้อ่านของตัวเองเลยและยิ่งไปกว่านั้นไม่ค่อยได้เสียตังค์ซื้อหนังสือเท่าไหร่ด้วย อิ อิ เพราะหนังสือที่ท่านผู้มีอุปการคุณส่งมาก็แทบอ่านไม่ทันแล้วค่ะ เยอะจริงๆส่วนเราก็อยากอ่านไปหมดจนเหมือนโลภมากเลยล่ะแฮ่ๆๆๆ


หนังสือชุด THE SWANLEA SPINSTER SERIES ของ ซาบริน่า เจฟฟรีย์ จริงๆอินเคยเห็นอุ๋ม (amuro4ever)รีวิวไว้ค่ะตอนนั้นอ่านรีวิวเสร็จแล้วก็รีบสั่งมาเก็บ(แต่ตอนนั้นไม่ได้ซื้อเล่มแรกค่ะ เพื่อนเลยส่งมาให้ยืมแทน)ไว้เลยเพิ่งจะหยิบมาอ่านเมื่อเร็วๆนี้เองค่ะซึ่งต้องบอกว่าไม่ผิดหวังค่ะส่วนตัวชอบนะคะยิ่งแนวผิดฝาผิดตัวอย่างนี้ฮ่าๆๆเข้าล็อคเป๊ะ


แกรรี่ ไนเจล ในอดีตเขาถูกตราหน้าว่าเป็นไอ้ลูกไม่มีพ่อและลูกชายนอกสมรสจากคนโดยผู้ที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้ก็คือ เอิร์ล แห่ง สวอนลีย์ ที่ทำลายชีวิตของเขาและเอิร์ลแห่งสวอนลีย์ก็ได้ขโมยบางอย่างมาจากงานแต่งงานของพ่อ – แม่ เขา และของสิ่งนั้นทำให้เขาต้องเป็นลูกนอกสมรสตลอดมา แต่ตอนนี้แกรี่ได้รับจดหมายเชิญจากท่านเอิร์ล แห่ง สวอนลีย์  ที่ตอนนี้เขาใกล้จะตาย โดยเหตุผลที่ท่านเอิร์ลต้องการคือให้แกรี่สืบทอดบรรดาศักดิ์ต่อจากเขา แต่ ข้อแม้ก็คือแกรี่ต้องแต่งงานกับลูกสาวของเขาคนใดคนหนึ่ง!!ซึ่งได้ขึ้นชื่อว่าลูกสาวทั้งสามคนของท่านเอิร์ลได้รับฉายาว่าสาวทึนทึกแห่งสวอนลีย์


แต่ก็แน่นอนว่าพระเอกของเราจะยอมง่ายๆซะที่ไหนเหตุนี้แกรี่จึงทำการสลับตัวกับแดเนียลซึ่งก็คือที่ปรึกษาทางธุรกิจของเขา แกรี่ ให้แดเนียลมาสวมรอยเป็นเขา และ พยายามให้แดเนียลดึงดูดความสนใจของลูกสาวทั้งสามคนของเอิร์ลแห่งสวอนลีย์ เพื่อที่ว่าแกรี่เองจะได้มีโอกาสตามหาของบางอย่างที่ในอดีตท่านเอิร์ลขโมยมันมาจากงานแต่งงานของพ่อกับแม่เขา แต่เรื่องมันไม่ง่ายอย่างนั้นเมื่อ รีเบคก้า ลูกสาวคนกลางของท่านเอิร์ลเจอหน้าเขาครั้งแรกก็แทบเอาดาบแทงเขาซะแล้ว และหลังจากนั้นรีเบคก้าก็ไม่เคยปล่อยให้แกรี่รอดพ้นสายตาได้เลย


แต่ยิ่งเวลาผ่านไปแกรี่ชักไม่แน่ใจแล้วว่าสิ่งที่เขาพยายามบอกตัวเองว่ารีเบคก้าคนนี้คือผู้หญิงจอมจุ้นน่ารำคาญอีกต่อไปแต่เมื่อเริ่มเขาเริ่มแน่ใจในความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อรีเบคก้าแล้วว่าเขาไม่สามารถมองข้ามหรือทำเป็นไม่สนใจผู้หญิงคนนี้ได้อีกต่อไปเพียงแต่เขาบอกความจริงกับเธอไม่ได้ว่าสิ่งที่เขาต้องการและตามหาในบ้านของเธอคืออะไรกันแน่ แต่ในขระเดียวกันรีรีเบคก้าก้ตัดสินใจบางอย่างด้วยการไปเจรจาตกลงที่จะแต่งงานกับแกรี่ตัวปลอมที่สวมบทบาทของเขาอยู่ โดยที่เขาไม่รู้จะทำยังไงดีนอกจากสารภาพความจริงทั้งหมดกับเธอเท่านั้นแต่…เขาก็ไม่ได้ทำ


และในที่สุดรีเบคก้าก็ได้รับรู้ถึงสิ่งที่เขาตามหาว่าสิ่งนั้นคืออะไรและแกรี่เองก็ไม่ยอมทิ้งมันเพื่อความรู้สึกที่มีเพราะงี้รีเบคก้าเลยหนีเข้าลอนดอนซ๊ากว่าที่แกรี่จะรู้ตัวว่ารีเบคก้าหายไปจากการคาดคั้นเอาความจริงกับพี่สาวของรีเบคก้าเขาก็ตามาไม่ทันซะแล้ว แต่แกรี่รู้ว่าเขาต้องหาตัวผุ้หญิงหัวแข็งคนนั้นพบแน่ๆอ่านๆไปนี่ก็นั่งคิดไปด้วยว่าพระเอกส่วนมากนี่มันจะต้องง่าวก่อนทุกครั้งใช่มั้ยกว่าจะคิดได้แหม๊ 
แต่ดีที่แกรี่ไม่งี่เง่าเท่าไหร่ เพียงแต่คิดแบบนักธุรกิจไงเลยคิดเป็นขั้นเป็นตอนไม่ยอมปล่อยวางกับหลักฐานชิ้นสำคัญชิ้นนั้น จนเมื่อนางเอกหนีไปนั่นแหละถึงได้หายง่าว ฮ่าๆๆๆๆ แต่อ่านจบแล้วชอบค่ะเล่มนี้


ปล.ตอนอ่านเล่มนี้จบ งง ไปสักพักเลยเพราะในเล่มสองนางเอกเล่มหนึ่ง ใช้ชื่อว่า โรซาลิน แต่ในเล่มแรก(เวอร์ชั่นฟองน้ำแปล)ใช้ชื่อว่า รีเบคก้า!!!คนอ่านก็งงสิคร๊าาาา 
สรุปฟองน้ำจัดการเปลี่ยนทั้งชื่อคนแต่ง ชื่อเรื่อง และชื่อตัวละคร ฮึ่มมมๆๆ งงดีมะล่ะทีนี้





โรมันรัญจวน - Enslaved - By.....Virginia Henley







กว่าจะได้อ่านเล่มนี้ต้องบอกว่านานมากๆค่ะ พยายามหาในเวบแล้วแต่หายากมากนึกว่าจะไมได้อ่านแล้วเชียวทำใจไว้แล้วว่าคงต้องรอทาง สนพ พิมพ์ใหม่(แต่ก็ไม่รู้เมื่อไหร่ล่ะ)แต่โชคดีมากๆที่มีท่านผู้มีอุปการคุณให้ยืมอ่าน(อีกแล้ว)สมใจได้อ่านซะทีขอบคุณพี่นามากๆค่า


จริงๆที่ห่างหายจากบล้อคหนังสือไปก็อ่านทุกวันนะคะเพียงแต่ไม่ได้รีวิวเท่านั้นเองแต่แช่วงนี้จะอ่านแนวย้อนยุคเยอะมากกกกส่วนใหญ่เลยก้ว่าได้
และช่วงนี้อ่านอะไรก็สนุกแทบจะทุกเรื่องเลยค่ะ ทำให้การอ่านไหลลื่นมาก
เลดี้ไดอาน่า เดเวนพอร์ต เมื่อต้องอยู่ในกฏเกณฑ์ของอาทั้งสองคนของเธอตลอดแต่สิ่งเดียวที่ไดอาน่าสามารถปลดปล่อยจินตนาการได้ก็คือในโลกของหนังสือเมื่อถึงเวลาที่ไดอาน่าต้องเริ่มเข้าสู่ฤดูการเข้าสังคมครั้งแรก โดยหลังจากนั้นอาทั้งสองของเธอก็คิดวางแผนโดยการจ้างให้ผู้ชายซักคนมาแต่งงานกับไดอาน่า นั่นก็คือ ปีเตอร์ ฮาร์ดวิค น้องชายของ มาร์ค ฮาร์ดวิค เอิร์ล แห่งบาธ ที่ตกลงทำสัญญาเพื่อหาทางแต่งงานกับไดอาน่าเพื่อเงิน


และแผนการของอาทั้งสองที่หาผู้ชายที่จะแต่งงานกับไดอาน่าได้แล้วจึงหาวิธีทำให้ไดอาน่าเดินทางไปเมือง บาธ ให้ได้ และก็เข้าล้อคเป๊ะ ไดอาน่าต้องเดินทางไปที่ บาธ พร้อมกับอาสะใภ้ปีเตอร์  ชวนไปที่คฤหาสน์ของตระกูลแต่ไดอาน่าพยายามปฏิเสธเพราะรู้ดีว่าถ้าไปเธอจะต้องเจอกับ มาร์ค ฮาร์ดวิคซึ่งทั้ง ยะโส โอหัง คนนั้นแน่ๆ แต่มีเหรอที่จะปฏิเสธได้ เมื่อปีเตอร์หาทางล่อหลอกให้ไดอาน่าตามไปดูอดีตห้องบรรทมของราชินี ซึ่งห้องนี้แท้จริงๆก็คือห้องของ เอิร์ล แห่ง บาธ มาร์ค ฮาร์ดวิค นั่นเอง และที่แย่กว่านั้นคือ ท่านเอิร์ล เข้ามาเห้นตอนที่ ปีเตอร์กำลังจูบไดอาน่าพอดี!! จึงทำให้ปีเตอร์บ่ออกพี่ชายไปว่ากำลังจะหมั้นและแต่งงานกับไดอาน่าเพื่อป้องกันไม่ให้ไดอาน่าเสื่อมเสีย!


แต่ยังไม่ทันได้หมั้นหรือแต่งงานไดอาน่าก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเพราะหมวกโรมันที่เธอลองสวมที่ร้านขายของโบราณที่พาเธอย้อนกลับไปในอดีตที่ ณ ช่วงเวลานั้นท่านนายพลมาร์คัส แม็กนัส คิดว่าเธอคือสายลับดรูอิดถูกส่งให้มาสืบข่าว และกำลังจะถูกสอบสวนโดยมาร์คัสนั่นแหละแต่มีเหรอที่ไดอาน่าจะกลัวเธอบอกตัวเองไว้ว่าจะเผชิญหน้ากับนายพลดรมันอย่ากล้าหาญเชียวล่ะ


ในฐานะนักโทษ และ ทาส ของท่านายพลหน้าที่ก็คือมอบความพอใจให้ท่านนายพลมาร์คัสแต่ไม่ใช่ไดอาน่าแน่ๆเพราะเธอบอกตัวเองไว้ว่าจะไม่มีวันสยบต่อนายพลดรมันป่าเถื่อนคนนี้เป็นอันขาด แต่มาร์คัสก็สัญญาว่าจะทำให้ไดอาน่าคุกเข่าต่อหน้าเขาให้ได้ไม่ด้วยวิธีใดก็วิธีหนึ่ง!แต่ไดอาน่าก็คิดว่าถ้าเธอปรับบทบาทจากทาสเป็นผู้ควบคุมจะเป็นยังไงเธอจึงยื่นข้อเสนอให้มาร์คัสว่าถ้าอยู่ต่อหน้าคนอื่นเธอจะยอมเป็นทาส แต่เมื่อใดที่อยู่กันตามลำพังไดอาน่าไม่ใช่ทาสแต่เป็นผู้หญิงคนหนึ่งหลังจากนี้คงไม่ต้องบอกว่าเป็นยังไงบ้างเชิญจิ้นกันไปได้เลยค่า อิ อิ


หลังจากนั้นไดอาน่าก็เล่าให้มาร์คัสฟังว่าเธอมาจากอนาคตซึ่งมาร์คัสคิดว่ามันไม่น่าจะเป็นไปได้แต่เขาก้ได้สัญญากับตัวเองว่าไม่ว่าเอจะมาจากไหนเขาจะไม่มีวันให้เธอกลับไปในที่ๆเธอจากมาเด็ดขาด ในช่วงต่อจากนั้นมาร์คัสต้องเดินทางกลับไปที่โรมแต่เขาไม่อยากทิ้งเธอไว้คนเดียวจึงพาเธอไปด้วยเพื่อพบกับพ่อของเขา แต่เรื่องมันไม่จบแค่นั้นเมื่อ(สปอยล์)ไดอาน่าถูกเพเทรียสน้องชายของมาร์คัสกล่าวหาว่าวางยาพิษพ่อของมาร์คัสจนตาย และเธอกำลังจะถูกลงโทษจากความผิดที่ถูกใส่ร้ายจากน้องชายของมาร์คัสเอง


อ่านถึงตอนนี้แล้วยอมรับว่าเกลียดน้องพระเอกมากกกกกกเลวได้โล่ห์จริงๆแต่เรื่องเศร้ามันยังไม่จบแค่นั้นเมื่อมาร์คัสได้รับแจ้งข่าวร้ายว่า(สปอยล์)ไดอาน่าคือคนที่ทรยศต่อมาร์คัสโดยการวางยาพิษพ่อของเขา แต่เขารู้ว่าไดอาน่าไม่มีวันทำอย่างนั้นเด็ดขาด และตอนนี้ไดอาน่ากำลังจะตายจากเปลวไฟและสิงโตที่กำลังหิวโหย และเขาสัญญาว่าจะรักไดอาน่าไปตลอดกาล(สปอยล์)ก่อนจะใช้ดาบจ้วงแทงลงไปที่หัวใจของไดอาน่า


หลังจากนั้นไดอาน่าก็ตื่นขึ้นมาในยุคปัจจุบันของเธอหลังจากที่เธอหายไปถึงเก้าเดือน และตอนนี้ไดอาน่านอนอยู่บนเตียงของ มาร์ค ท่านเอิร์ลแห่งบาธ และ(สปอยล์)ไดอาน่าพยายามบอกท่านเอิร์ลว่าเขาคือ มาร์คัส ท่านนายพลแห่งโรม คนรักของเธอ!!แต่แน่นอนอยู่แล้วที่มาร์คไม่เชื่อ รวมถึงอาทั้งสองของเธอที่คิดว่าหลังจากหายไปเก้าเดือนการกลับมาของไดอาน่าในครั้งนี้นอกจากจะเพ้อเจ้อเกี่ยวกับยุคโรมันแล้ว โอกาสที่พวกเขาจะฮุบสมบัติของไดอาน่าก็น้อยลงไปด้วยพวกเขาจึงหาทางกำจัดเธอไปให้พ้นทาง





Cry No More (หัวใจกำสรวล) - By.....LINDA HOWARD


- Cry No More  (หัวใจกำสรวล) - By.....LINDA HOWARD 

- สำนักพิมพ์ แก้วกานต์

- หนังสือแนว romantic suspense

- ผู้แปล พิชญา





สำหรับ “หัวใจกำสรวล” เล่มนี้อินอ่านครั้งนี้ครั้งที่สองค่ะ ครั้งแรกอ่านเราว่าซึ้งแล้วนะ
รอบนี้อ่านแล้วเก็บรายละเอียดมากขึ้นและก็ยิ่งชอบค่ะ แม้ว่าเรื่องนี้พล็อตจะค่อนข้างหนัก
และเครียดระดับนึง แต่ถือได้ว่าอ่านสนุก น่าติดตามตลอด อ่านแล้วมันบีบคั้นอารมณ์ดี
ตอนอ่านเรารู้สึกตาม มิลล่า เลยว่าเธอเจ็บปวดจริงๆ ในความรู้สึกของคนเป็นแม่ที่ไม่สามารถทำอะไรได้เมื่อลูกถูกขโมยไปต่อหน้าต่อตา และทำให้เธอเกือบเอาชีวิตไม่รอด 
                           
มิลล่าเองเธอก็ไม่ยอมแพ้แม้ว่าเวลาจะผ่านมากว่าสิบปีที่ลูกเธอได้ถูกขโมยไป
เธอเองมีความหวังอยู่เสมอว่าลูกชายของเธอยังมีชีวิตอยู่ที่ไหนซักแห่ง
แต่หลังจากนั้นไม่นานสามีของเธอขอหย่าขาดแต่มันไม่ใช่ความผิดเขาที่ขอแยกทาง
เพราะมิลล่ารู้ตัวดีว่าหลังจากที่ลูกได้ถูขโมยไปเธอก็ไม่มีความคิดอยู่ที่ใครอีกแล้วนอกจากทุ่มเททั้งหมดมุ่งไปที่การหาตัวลูกชายเธอให้พบ และหลังจากนั้นไม่กี่ปีมิลล่า
ก็ก่อตั้งไฟน์เดอร์หน่วยงานเพื่อตามหาเด็กที่สูญหายกลับคืนมา

หลังจากแปดปีของการตามหาลูกโดยที่ไม่มีข้อมูลอะไรเลยมิลล่าก็ได้ยินชื่อของ ดิแอซ
บุคคลซึ่งอาจจะพาเธอไปพบกับร่องรอยและข้อมูลที่อาจเกี่ยวโยงไปถึงจัสตินลูกชายของเธอ 
แต่ในอีกด้านหนึ่งอิแดซ คือบุคลซึ่งลึกลับและอันตราย
หลังจากมิลล่าได้รับความช่วยเหลือจากดิแอซเบาะแสและร่องรอยต่างๆของคนที่ขโมยลูกไปเมื่อสิบปีก่อนก็เริ่มปรากฏชัดเจนขึ้นและทำให้มิลล่ามีความหวังอยู่เสมอว่าลูกชายของเธอยังมีชีวิตอยู่และหลักฐานต่างๆเริ่มชัดเจนขึ้นว่าคนที่เป็นตัวการในเรื่องนี้คือคนใกล้ชิดที่มิลล่าเธอไว้ใจมากๆ

เล่มนี้ตอนอ่านอย่างที่บอกว่าพล็อตจะหนักพอควรแต่สำหรับอินไม่ถือว่าเครียดเลยค่ะ
เพราะเราสนุกกับเนื้อเรื่องมากๆและความแมนติคของพระเอก – นางเอก
 ก็ไม่ได้จืดชืดแต่อย่างใดกำลังดีเลยค่ะเรื่องนี้คาแร็คเตอร์นางเอกจะเด่นมากๆ
ชอบมิลล่าที่เธอไม่ยอมแพ้ง่ายๆและมีความเชื่ออยู่เสมอว่าเธอต้องได้พบกับลูกในซักวัน 
แม้ว่าคนรอบๆตัวจะบอกให้เธอพอและวางมือในเรื่องนี้ซะทีเพราะคนอื่นเชื่อว่า
ลูกของเธอตายไปแล้วแต่เราว่าสัญชาตญาณของความเป็นแม่มันทำให้เธอเข้มแข็งและไม่ยอมแพ้         
 เราได้รับรู้ในความรู้สึกของมิลล่าผ่านตัวหนังสือเรายังเจ็บปวดและซึ้งไปด้วยเลยค่ะ

เข้าใจความรู้สึกของมิลล่ามากๆว่า(สปอยล์) ถึงแม้เธอจะค้นหาตัวลูกชายจนพบแต่ไม่สามารถเข้าไปหาหรือแนะนำตัวเองกับเขาได้ว่าเธอคือแม่ของเขาจริงๆ และเขาคือลูกของเธอที่โดนขโมยมา ตอนนี้อ่านแล้วบีบคั้นหัวใจมากๆสงสารมิลล่าที่สุดคือหลังจากที่รู้ว่าลูกชายเธออยู่กับครอบครัวใหม่ที่รับเลี้ยง(โดยที่ครอบครัวที่รับเลี้ยงไม่รู้ว่าเด็กคนนี้คือเด็กที่โดนขโมยมาขาย) มิลล่าได้อธิบายให้พวกเขาฟังว่าเธอคือใคร แต่เธอไม่ได้ต้องการมาแย่งลูกไปจากครอบครัวนี้เธอเพียงให้พวกเขาตัดสินใจว่าจะเล่าเรื่องของเธอให้จัสตินลูกชายของเธอฟังหรือไม่เท่านั้นเองเธอเพียงแค่เขียนจดหมายไว้ให้ลูกชายแค่หนึ่งฉบับจนกว่าเขาจะต้องการอ่านและรับรู้ข้อมูลส่วนนี้


แต่เราไม่เข้าใจอยู่ตอนนึงที่(สปอยล์) ทุกอย่างเริ่มคลี่คลายและหลักฐานหลายๆอย่างเริ่มปรากฏแต่สุดท้ายคนที่มาทำลายหลักฐานชิ้นสำคัญก็คือ ดิแอซ เองเพียงเพื่อเขากลัวว่ามิลล่าจะพบตัวลูกชายและไม่ต้องการให้เธอเจ็บปวดและการปรากฏตัวของมิลล่าอาจทำลายชีวิตของลูกชายเธอและทั้งหมดทั้งมวลที่ทำมาทั้งหมดล่ะ ตอนนี้เรายอมรับว่าเซ็งดิแอซมากกกกเราสงสารมิลล่ามากกว่าว่าสิ่งที่เธอทำมาทั้งหมดกำลังจะเริ่มคลี่คลายแล้วแต่คนที่ช่วยเธอมาตลอด กลับเป็นคนทำลายซะเอง ส่วนนึงเราก็เข้าใจความรู้สึกของดิแอซนะคะแต่เราคิดว่าเรื่องจะเป็นยังไงขอให้มิลล่าเลือกหรือตัดสินใจเองได้ไหมไม่ใช่เขามาคิดหรือกลัวแทนเพราะเราเชื่อว่ามิลล่าเธอเข้มแข็งมากๆเพราะเวลากว่าสิบปีมันทำให้เธอรับมือกับสิ่งต่างๆได้แน่นอน


แต่สิ่งที่ทำให้เราบ่อน้ำตาแตกปิดท้ายเรื่องนี้คือตอนสุดท้ายเลย(สปอยล์)สิบปีต่อมาจัสตินมาที่บ้านแล้วมิลล่าบอกว่าแม่รอเวลานี้มานานเหลือเกิน คือเข้าใจความรู้สึกนี้เลย และสุดท้ายอยากบอกอีกครั้งว่าเราชอบเล่มนี้มากๆใครยังไม่เคยอ่านลองดูนะคะ เชื่อว่าถ้าใครได้อ่านแล้วคงเปลี่ยนมุมมองในการใช้ชีวิตที่เราคิดว่าแย่แล้วพออ่านเรื่องนี้จะรู้ว่าทำไมคนๆนึงถึงมีกำลังใจและไม่ยอมหมดหวังกับชีวิตเราเืชื่อว่าหนังสือเล่มหนึ่งให้คุณได้มากกว่าแค่ความบันเทิง(ที่หลายๆคนมองว่า)ฉาบฉวยค่ะ








สุภาพบุรุษในดวงใจ (The Viscount Who Loved Me) By.....Julia Quinn


-  สุภาพบุรุษในดวงใจ (The Viscount Who Loved Me) By.....Julia Quinn

- สำนักพิมพ์ ฟองน้ำ

- หนังสือแนว historical romance

- ผู้แปล สิชล





เรื่องนี้ฟองน้ำหยิบมาแปลค่ะและก็เหมือนอีกหลายๆเล่มที่ฟองน้ำมักเปลี่ยนชื่อเรื่อง
เปลี่ยนชื่อคนแต่งเล่นเอาคนอ่านสับสนบางที งง ไปเลย
เพราะเสิร์ชหาต้นฉบับไม่เจอก็พี่แกเล่นเปลี่ยนซะหมดคนอ่านก็งงตาแตกกันไป(โดยเฉพาะเราเอง)

ช่วงนี้สำหรับอินอยากอ่านโรมานซืแนวย้อนยุคมากๆค่ะหยิบแนวอื่นมาอ่านทีไร
อ่านไม่ไปซักทีนะจับแล้ววางๆตลอดเลย แต่พอเป็นแนวย้อนยุคเรากลับอ่านได้
แบบต่อเนื่องมากค่ะแต่ก็แปลกดีเพราะพักนี้ไม่ว่าจะจับย้อนยุคเล่มไหนขึ้นมาอ่าน
เรารู้สึกสนุก ชอบ ทุกเรื่องเลยล่ะโดยเฉพาะเล่มนี้ค่ะ ช่วงนี้อินอ่านงานของ
จูเลีย ควินน์ ต่อเนื่องกันหลายเล่มเลยแต่ส่วนตัวแล้วก็ยังตามเก็บงานของเธอ
ไม่ครบทุกเล่มหรอกนะคะ แต่ก็พยายามหาต่อไปอ่ะเนอะ

แอนดรู ลิเบอร์ตัน ไวสเคานต์หนุ่มผู้มีฉายาว่าชายเสเพล เสือผู้หญิง
ที่ตอนนี้เขาต้องการหาผู้หญิงซักคนเพื่อแต่งงานและมีทายาท
จึงมองหาผู้หญิงที่ดีและคู่ควรกับเขาที่สุด นั่นก็คือเอ็ดวินน่า ฮาร์ทฟิลด์
น้องสาวต่างมารดาของ แคท ฮาร์ทฟิลด์ ซึ่งเพิ่งออกสังคมครั้งแรกซึ่งช้าไปหลายปี
และกำลังเฉียดเข้าใกล้คำว่าสาวแก่ในวัยยี่สิบสองปี(ยี่สิบสองนี่เรียกสาวแก่แล้วใช่มั้ย)

และตัวการที่คอยขัดขวางเขากับเอ็ดวินน่านั่นก็คือแคทพี่สาวต่างมารดาของเอ็ดวินน่า
แอนดรูซึ่งไม่เข้าใจว่าทำไมแคทถึงเกลียดเขานักและเขาเองก็ไม่ได้ชอบหน้า
พี่สาวของว่าที่เจ้าสาวในอนาคตของเขาซักเท่าไหร่นัก
แต่หลังจากที่เจอหน้ากันไม่กี่ครั้งแคทก็เข้ามาอยู่ในความฝันของเขา
ถึงแม้ว่าแอนดรูจะพยายามอยู่ให้ห่างจากแคทมากเท่าไหร่แต่ก็เหมือนเขาจะยิ่งคิดถึง
และจดจำหล่อนได้มากกว่าผู้หญิงที่เขาต้องการที่จะแต่งงานด้วยซะอีก

จริงๆในเรื่องนี้ทั้งแคทและแอนดรูต่างฝ่ายต่างพยายามที่จะหลีกเลี่ยงกัน
อยู่แล้วค่ะแต่ก็มีเหตุให้ทั้งสองคนได้อยู่ด้วยกันตลอดเลยเหมือนกัน
ตลอดเวลาที่อ่านเล่มนี้สนุกไปกับเนื้อเรื่องมากๆค่ะโดยเฉพาะเวลาที่พระเอก – นางเอก ปะทะคารมกัน
ซึ่งระยะเวลาผ่านไปทั้งสองคนต่างไม่รู้สึกตัวว่ามีความรักเกิดขึ้นระหว่างทั้งสองคนแล้ว
ด้วยเวลาที่ทั้งสองคนอยู่ด้วยกันเหมือนสิ่งรอบข้างไม่มีความสำคัญเลย เพราะทั้งสองคน
ซึ่งตอนอ่านกรี๊ดมากกกกกก

พระเอกน่ารักโดยเฉพาะตอนที่เค้าช่วยนางเอกจาการที่โดนผึ้งต่อย
โดยการดูดพิษออกจากตัวนางเอก เพราะกลัวว่าแคทจะเป็นเหมือนพ่อของเขา
ที่โดนผึ้งต่อยเพียงตัวเดียวแต่เหตุการณ์นั้นทำให้พ่อเขาเสียชีวิตและแอนดรูกลัวว่า
แคทจะแพ้พิษผึ้งเหมือนพ่อ ทั้งๆที่นางเอกพยายามบอกว่าเธอเคยโดนผึ้งต่อยมาแล้ว
มากกว่าหกครั้งแต่พระเอกหาได้แคร์ไม่ก้มลงดูดพิษตรงที่ถูกผึ้งต่อยซึ่งก็คือตรงหน้าอกเธอนั่นเอง และสถานการณ์นี้ก็ตกอยู่ในสายตาของพยานหลายคนที่เห็นเหตุการณ์
จึงเป็นเหตุให้แอนดรูต้องโดนบังคับให้รับผิดชอบการกระทำที่ไม่สมควรในครั้งนี้
คือแต่งงานกับแคทแทนที่จะเป็นเอ็ดวินน่าน้องสาวของเธอ
สำหรับใครที่เป็นแฟนแนวย้อนยุคและแฟนของ จูเลีย ควินน์ เล่มนี้ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงค่า




เก็บใจไว้เพื่อเธอ (Portrait Of My Heart) - By.....Patricia Cabot


- เก็บใจไว้เพื่อเธอ Portrait Of My Heart - By  Patricia Cabot

- สำนักพิมพ์  แก้วกานต์

- หนังสือแนว historical romance 

- ผู้แปล เกสิรา

- จำนวนหน้า 384 หน้า

- ราคาจากปก 280 บาท







หลังจากที่เล่มก่อนหน้าที่อินใช้เวลาอ่านนานมากถึงห้าวัน แต่สำหรับเล่มนี้ต้องขอบอกว่าสปีดในการอ่านของอินกลับมาแล้วค่ะหลังจากที่ได้หยิบ  Portrait Of My Heart ของ เม็ก คาร์บอท เล่มนี้ขึ้นมาอ่านสำหรับ เม็ก คาร์บอทหลายๆคนอาจจะคุ้นเคยกับเธอ
ในหนังสือ The Princess Diaries series โดยใช้อีกนามปากกาว่า Patricia cabot และถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์มาแล้วซึ่งแน่นอนว่าอินไม่เคยอ่านหนังสือชุดนี้ของเธอเล่มนี้เป็นเรื่องที่เราทำความรู้จักกับ Patricia cabot อย่างเป็นทางการก็ว่าได้ค่ะ
หลายคนอาจไม่แน่ใจว่าควรจะอ่านเล่มนี้ดีไหม
สำหรับเราอยากให้ลองดูนะคะสำหรับแนวย้อนยุค(เล่มนี้)ของเธอนับว่าไม่ผิดหวังระดับนึงเลย
และทำให้เรามีความสุขเวลาอ่านมากๆค่ะ

จริงๆเรื่องนี้อ่านจบไปพักใหญ่ๆแล้วค่ะ
แต่ไม่ได้รีวิวเลยเพราะขี้เกียจยังไงไม่รู้เลยดองบล็อกไว้ก่อนนะ
แต่ถ้าไม่เขียนถึงคงไม่ได้เพราะเราชอบหนังสือเล่มนี้จัง
 ทุกๆอย่างในหนังสือเวลาอ่านทำให้เรายิ้มไปด้วยน่ะค่ะ
จริงๆพล็อตในเล่มมันไม่ได้สมบูรณ์แบบไปหมดนะคะ
 มีบางจุด ที่เราอ่านแล้วก็แอบคิดไปเหมือนกันว่าเฮ้ยยยยยยง่ายไปป่าวแว๊ ^^”
เล่นงี้กันเลย แต่พล็อตหลักๆของพระเอก – นางเอก ทำให้เรามองข้ามส่วนนั้นไป

ก่อนที่จะอ่านเล่มนี้เห็นเพื่อนๆบิ๊วกันว่าห้ามพลาดสำหรับเรื่องนี้
 ทำให้เราไม่อ่านรีวิว หรือ สปอยล์ ใดๆในบล็อกที่หลายๆคนรีวิวไปค่ะ
เราอยากรู้สึก และ ลุ้นเองว่าพล็อตจะเป็นยังไง ซึ่งเล่มนี้พออ่านแล้วไม่อยากวางเลย
 แต่ต้องบอกตัวเองให้หยุดอ่านเพราะเวลามันล่วงเข้าเกือบตีสี่แล้วเพราะฉะนั้นต้องนอน
(แต่ลากยาวถึง 6 โมงเช้าก้เคยมาแล้วนิจะแคร์ทำไม ฮ่าๆๆ)
สำหรับเราตอนอ่านเหมือนเป็นส่วนนึงในเรื่องค่ะเพราะลุ้นตลอดๆว่า
 พระเอก กับ นางเอก เมื่อไหร่จะเข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่ายซักทีนะ

หลังจากเจเรมี ดยุคหนุ่มน้อยถูกไล่ออกจากโรงเรียนในความผิดที่เขาก่อขึ้น
ด้วยการท้าดวลจากเพื่อนของเขาเจเรมีได้กลับมายังบ้านเกิดของเขาอีกครั้งหนึ่ง
 แต่ระหว่างทางกลับบ้านก็ได้มีบางอย่างบนต้นไม้ทุ่มใส่เขาโดยไม่ทันตั้งตัว
และเพียงชั่วครู่เขาก็พบว่าคนที่ทุ่มใส่เขาทั้งตัวหาใช่คนที่เขาเพิ่งฆ่าตา
ยแต่เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่เขานึกได้หลังจากนั้นว่าคือ แม็กกี้
เพื่อนในวัยเด็กของเขาที่ในอดีตเคยผอมเก้งก้าง
 และสูงจนเกินเด็กแต่ตอนนี้แม้กกี้กลับมีเรือนร่างที่เย้ายวน
และตอนนี้ความรู้สึกเขาที่มีต่อแม็กกี้ก็เปลี่ยนไป

แต่หลังจากที่เจเรมีกลับบมาและทำเรื่องเสื่อมเสียแก่แม็กกี้
เจเรมีจูบแม็กกี้ที่คอกม้าและเอ็ดเวิร์ดอาของเจเรมี่มาเห็นเข้า
 เอ็ดเวิร์ดสั่งให้เจเรมี่ไปขอโทษแม็กกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด
เจเรมีเสนอทางออกแก่อาของเขาคือเขาจะแต่งงานกับแม็กกี้
แต่สิ่งที่เอ็ดเวิร์ดบอกกับเขาว่าไม่ใช่แม็กกี้ไม่สามารถเป็นดัชเชสที่ดีได้
แต่เป็นเจเรมี่เองต่างหากที่ไม่ดีพอสำหรับเธอ

และในคืนเดียวกันเจเรมี่ไปหาแม็กกี้โดยผ่านทางระเบียงห้องของเธอ
การปรากฏตัวของเจเรมี่ครั้งนี้แตกต่างออกไปเพราะครั้งนี้เขามาขอเธอแต่งงาน
 และ แน่นอนที่แม็กกี้ปฏเสธและเห็นเป็นเรื่องน่าขำเมื่อแม็กกี้บอกว่า
เขาขอแต่งงานกับกับผู้หญิงทุกคนที่เขาจูบด้วยและเธอเข้าใจ
และแน่ใจว่าคนที่บอกให้เขาขอเธอแต่งงานคืออาของเขาเองหาใช่ความต้องการจริงๆของเจเรมี่

แต่….เจเรมี เองขอให้แม็กกี้สัญญาว่าจะรอเขาในระหว่างที่เขาเข้าร่วมกองทัพ

แต่หลังจากผ่านไปห้าปีที่แม็กกี้รอเขาตามคำสัญญาเธอก็ได้รับทราบข่าวว่า
เจเรมี่ได้หมั้นหมายกับผู้หญิงอีกคนหนึ่ง!!
และเพราะเหตุนี้แม็กกี้คิดว่าเจเรมี่หาได้มีความซื่อสัตย์ต่อคำสัญญาในอดีต
 เหตุนี้ทำให้แม็กกี้ได้ตอบตกลงที่จะคบหาและหมั้นกับผู้ชายอีกคน
ในระหว่างที่เจเรมี่อยู่ในลอนดอนข่าวการหมั้นหมายของเขาแพร่กระจายไปทั่ว
ทุกคนคิดรวมถึงแม็กกี้เองคิดว่าเขาได้ตอบรับการหมั้นหมายครั้งนี้และพาคู่หมั้นกลับมาด้วย

เรื่องนี้อย่างที่บอกว่าอ่านไปก็ยิ้มไปค่ะการสื่อสารของแต่ละตัวละครน่ารักมากๆ
โดยเฉพาะเจเรมี่ที่แอบหาเรื่องคู่หมั้นของแม็กกี้ตลอดๆเพราะความหึงน่ะแหละ
แถมยังแอบฮาอีกเมื่อเรียกคู่หมั้นแม็กกี้ว่า”ไอ้ตัวกินกบ” ยิ่งเวลาผ่านไปกว่าที่ทั้งสองคน
จะรู้ใจตัวเองก็ทำให้เราลุ้นไปด้วยและอ่านจบแบบไม่รู้ตัวค่ะ แม้จะลุ้นไปกับพล็อตหลักในเรื่อง
แต่เรากลับอ่านแล้วสบายใจมากๆ และแม้ตอนท้ายๆจะมีบางประเด็นที่เราไม่คล้อยตามบ้างนิดหน่อย
แต่ก็อย่างที่บอกว่าส่วนอื่นมันโอเคเลยทำให้มองข้ามบางประเด็นที่ไม่คล้อยตามไปได้ค่ะ





LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...