22 ธันวาคม, 2554

เจ้าสาวของหมาป่า (ชุด ชีวิตอันเป็นนิรันดร์) By.....Kresley Cole


- เจ้าสาวของหมาป่า (ชุด ชีวิตอันเป็นนิรันดร์) By.....Kresley Cole

- สำนักพิมพ์ แก้วกานต์

- หนังสือแนว paranomal romance

- ผู้แปล จิตอุษา

- ราคาจากปก 285 บาท

- จำนวนหน้า 381 หน้า





ช่วงนี้หยิบแนวพาราฯขึ้นมาอ่านอีกครั้งค่ะ เพราะที่ผ่านมาจะอ่านย้อนยุคกับแนวปัจจุบันซะเยอะ เพราะก่อนหน้านี้อ่านแนวพาราฯ(บางเล่ม)แล้วเนื้อเรื่องชวนให้หลับมากเลยขอเบรคพาราฯไปนิดนึงค่ะ แต่เมื่อวานหยิบเจ้าสาวของหมาป่าเล่มนี้มาอ่าน หลังจากที่อ่าน เพลิงปราถนาแวมไพร์จบไปก่อนหน้านี้แล้ว แต่ยังไม่ได้รีวิวค่ะ ดันมารีวิวเล่มนี้ก่อนเพราะชอบแลคแลนมากกกถึงมากที่สุดน่ะจิคะ อิ อิ
อ่านเล่มนี้แล้วทำให้อารมณ์ค้างมากอยากอ่านเล่มสองต่อในบัดดล

หลังจากแลคแลนหนีออกมาจากสุสานใต้ดินที่แวมไพร์เดอะฮอร์ดจองจำเขาไว้เพื่อมาตามหา "คู่ครอง"ของเขาที่ตอนนี้เขารู้สึกได้ว่าเธออยู่ ณ ที่แห่งนี้และเขาจะต้องหาเธอให้พบ เอ็มมาลีน ลูกครึ่งแวมไพร์วัลคีรี สาวน้อยที่มาตามหาพ่อในปารีสซึ่งตอนนี้เธอกำลังหิว(เลือด)มากเพราะเธอไม่สามารถดูดเลือดจากแหล่งอาหารได้โดยตรงและที่นี่เธอก็ไม่รู้ว่าจะหาคนขายเลือดได้จากที่ไหน!!!

หลังจากนี้ไปเนื้อเรื่องเริ่มสนุกแล้วค่ะโดยเฉพาะเวลาแลคแลนอยู่กับนางเอกนี่ล่ะ ทั้งๆที่เขาพยายามบอกตัวเองว่าผู้หญิงคนนี้คงไม่ใช่คู่ครองของเขาจริงๆเพราะหล่อนเป็นแวมไพร์ดูดเลือดที่เขาอยากจฆ่านัก แต่ตอนนี้เขาเองกลับต้องมาคอยดูแลและคุ้มครองผู้หญิงคนนี้ซะงั้นและที่สำคัญเขาต้องพาหล่อนไปสก๊อตแลนด์กับเขาด้วย ช่วงที่ทั้งสองคนพักอยู่ในห้องนี่แอบฮาแลคแลนหน่อยๆที่อยู่ในห้องเดียวกันแต่ไม่สามารถทำอะไรเอ็มม่าได้ก็เลยต้องลงเอยด้วยการทำลายข้าวของในห้องจนกระจุยไม่มีชิ้นดีเพื่อระบายอารมณ์ อิ อิ ยกเว้นที่ไม่บุบสลายคือเอ็มม่าและข้าวของของเธอที่ยังอยู่ดี

ช่วงหลังๆมาพระเอกเริ่มน่ารักกับนางเอกมากขึ้นแล้วค่ะชอบเซอร์ไพร์เอ็มม่าเราบ่อยๆด้วยโรแมนติคมากๆเหมือนกันแฮะแลคแลนจากตอนแรกตอนที่เจอนางเอกเถื่อนๆโหดๆยิ่งตอนที่ไม่รู้จะใช้วิธีไหนที่จะได้ครองคู่กับนางเอกตัวเองเลยดื่มเหล้าเข้าไปเยอะๆเพื่อจะให้นางเอกเมาเวลาดูดเลือดจากเขา ตอนนี้เราขำกร๊ากกกเลยและนางเอกก็เมาจริงๆด้วยน่ะสิ แต่เห็นเอ็มม่าเธออ่อนประสบการณ์(ไม่แน่ใจว่าใช้คำนี้ถูกไหม)ในเรื่องต่างๆแต่พอถึงเวลาที่ต้องต่อสู่กับผู้ที่แข็งแรงกว่าเธอมากๆเธอก็ทำได้ และทำได้ดีซะด้วยเพราะเธอใช้ดาบฟันคู่ต่อสู้ซะขาดเป็นสามท่อนเลยจิสุดยอดไหมล่ะและชื่อของเธอยังได้รับการบันทึกลงในคัมภีร์แห่งนักรบของวัลคีรีต่างหาก

ช่วงท้ายๆอินชอบอยู่ช่วงนึงที่แลคแลนมาตามหาเอ็มม่าที่บ้านของเหล่าป้าๆน้าๆของเธอแล้วโดนแอนนิก้าจับไปขังในใต้ถุนของคฤหาสน์กับการ์เร็ธแล้วแลคแลนก็หาทางขึ้นไปหาเอ็มม่าข้างบนโดยขุดทะลุเพดานขึ้นไปแล้วให้การ์เร็ธดันเพดานไว้ แล้วตัวเองไปนานจนลืมไปว่าน้องชายดันเพดานไว้คนเดียวจนถึงป่านนี้ แต่พอไปถึงก็เห็นรอธกำลังช่วยการ์เร็ธยันเพดานไว้และพูดว่า  " ไอ้ปัญญาอ่อนที่ไหนมันคิดแผนเลิศสุดๆนี้ขึ้นมา"  เราขำกร๊ากกกกกเลย รอธอย่างฮาอ่ะ

ปอลิง (รอธ จากเล่มเพลิงปราถนาแวมไพร์จ้า)

คืนรัก ฤดูร้อน (ONE SUMMER) By..... แคเรน โรบาร์ดส์


- คืนรักฤดูร้อน (ONE SUMMER) ผู้แต่ง: แคเรน โรบาร์ดส์

- สำนักพิมพ์ : แพรวสำนักพิมพ์

-  ประเภทหนังสือ - romantic suspense

- ผู้แปล : พาฝัน เจริญดี

- ราคาจากปก 269 บาท

- จำนวนหน้า 379 หน้า




เครดิตภาพจาก naiin.com ค่ะ

หลังจากเมื่อ 11 ปีที่แล้ว จอห์นนี แฮร์รีสต้องติดคุกเพราะข้อหาฆาตรกรรม แต่วันนี้เขาพ้นโทษและกลับมายังไทเลอร์วิลล์อีกครั้งโดยได้รับความช่วยเหลือจาก เรเชล แกรนท์ ครูสมัยมัธยมของเขาเธอให้งานเขาทำ ให้ที่พักพิง ในขณะที่ทุกคนในไทเลอร์วิลล์ต่างรังเกียจและปฏิเสธตลอดเวลา เรเชลรู้ดีว่าไม่ว่าจอห์นนีจะมีปัญหาหรือก่อปัญหามากขนาดไหนแต่เธอก็ไม่สามารถที่จะปล่อยเขาให้ต่อสู้ตามลำพังได้ และเธอเองพร้อมที่จะปกป้องเขาเสมอเพราะเรเชลเชื่อว่าจอห์นนีไม่เคยลงมือฆ่าเด็กสาวคนนั้นอย่างที่โดนกล่าวหา

หลังจากที่จอห์นนีกลับมาไทเลอร์วิลล์ในครั้งนี้แล้วผู้หญิงที่ใกล้ชิดกับเขาอีกคนนั้นก็ถูกฆาตรกรรมขึ้นมาอีกครั้งและทุกๆคนในเมืองนี้ก็คิดว่าเขาคือคนที่ฆ่าเกล็นดา แต่เรเชลรู้ดีว่าไม่ใช่เขาแน่นอนเพราะเวลานั้นเขาอยู่กับเธอ และคนที่รู้ดีกว่านั้นว่าไม่ใช่จอห์นนีแน่ๆคือเจเรมีลูกชายของเกล็นดา ที่เห็นตอนฆาตรกรใช้มีดแทงแม่ของเขา และภัยร้ายนั้นก็กำลังคืบคลานเข้ามาเจเรมีอย่างระทึก

จริงๆแล้วตอนอ่านเล่มนี้ไม่ได้คิดว่าตัวเราจะชอบเท่าไหร่หรอกค่ะ แต่พออ่านแล้วเราชอบมากกกกก ชอบในตัวพระเอกในความคิดที่ใหญ่เกินตัวมากๆถึงคนอื่นในเมืองจะบอกว่าเขาเลวยังไงแต่เขารู้ตัวดีว่าเขาทำอะไรอยู่และแม้ว่าการติดคุกครั้งนั้นในความผิดที่เขาไม่ได้เป็นคนทำเพียงแต่เขาเป็นแฟนกับผู้หญิงที่ตายแค่นั้นเองทุกๆอย่างเลยบอกว่าคือเขาคนนี้แหละที่ลงมือ และเพียงแค่ว่าคนอื่นบอกว่าเขาเป็นแค่คนชั้นต่ำ!!!! ในความก้าวร้าวแข็งกร้าวที่เขาแสดงออกมาภายนอกนั้นที่ทำให้คนอื่นๆไม่อยากเข้าใกล้แต่ในจิตใจลึกๆแล้วจอห์นนีเป็นคนที่อ่อนโยน อ่อนไหว มากๆ

ชอบมากถึงมากที่สุดเวลาที่จอห์นนีกับเรเชลอยู่ด้วยกันมันทำให้คนอ่านอย่างเราๆรู้สึกว่าเขาทั้งคู่คือส่วนที่เติมเต็มซึ่งกันและกัน และชอบมากตอนที่เรเชลบอกกับแม่ของเธอว่าเธอหลงรักจอห์นนีแบบหัวปักหัวปัม(และตอนนี้นั่งนึกถึงสีหน้าของจอห์นนีออกเลยอ่ะว่าจะดี๊ด๊า(ใช้คำนี้ได้มั้ย)ขนาดไหน) และระยะห่างของอายุที่แตกต่างกันกว่า 5 - 6 ปีของครูกับนักเรียนทั้งสองคนไม่มีความสำคัญเลย ตอนอ่านในเล่มนี้ชอบหลายๆตอนเลยค่ะ อ่่านๆอยู่เนื้อเรื่องก็ทำให้เรายิ้มตามในความน่ารัก(ของจอห์นนี)อย่างห้ามไม่ได้ อย่างตอนที่เรเชลชวนจอห์นนีไปกินข้าวที่บ้านกับครอบครัว ทุกคนวาดภาพของจอห์นนีเป็นอีกแบบนึงโดยเฉพาะแม่ของเรเชล อิ อิ แต่พอเขาโผล่มาแบบตัดผมสั้นใส่สูทอย่างหล่อเนี๊ยบทุกคนก็ตะลึงกันไป

ส่วนตัวอินแล้วชอบมากที่สุดในตอนที่(สปอยล์)จอห์นนีขอเรเชลแต่งงานบนบ้านต้นไม้ แล้วท่องบทกวีที่เรเชลชอบที่สุดให้เธอฟัง จอห์นนีโรแมนติคคอดๆๆๆอ่าส่วนตัวของฆาตรกรเองอ่านๆไปอาจจะเริ่มเดากันได้แล้วว่าเป็นใครโดยเฉพาะในงานศพของเกล็นดาจะเริ่มชัดเจนและเข้มข้นขึ้นแล้วค่ะ รู้สึกว่าพักนี้อ่านนิยายแนวนางเอกแก่กว่าพระเอกแล้วมันโดนแฮะ!!ยิ่งพระเอกมีปมในชีวิตเท่าไหร่ยิ่งชอบ คิดว่าหลายๆคนคงคิดเหมือนกันใช่ไหมคะ อิ อิ

NEVER TOO MUCH (รักเธอไม่เคยพอ) By.....Lori Foster


- NEVER TOO MUCH (รักเธอไม่เคยพอ) เขียนโดย Lori Foster

- สำนักพิมพ์ - คริสตัล พับลิชชิ่ง

- ประเภทหนังสือ - contemporary romance

- ผู้แปล : ปิยะฉัตร

- ราคาจากปก 259 บาท

- จำนวนหน้า 304  หน้า












เรื่องย่อจากปกหลัง
 


ใครบางคนในบาร์ของเบนเปิดตู้เพลง เสียงเพลง “แบ้ด ทู เดอะ โบน” ดังกึกก้อง เสียงมันสั่นสะเทือนในอกและในสมอง


แล้วเบนก็เห็นเธอ


เธอ เดินออกมาจากเงามืดและข้ามถนนตรงมาทางเขา เบนมองเหมือนถูกมนตร์สะกดขณะที่ม่านหมอกดูเหมือนจะแยกออกรอบกายเธอ ทำให้เธอดูเหมือนวิญญาณล่องลอยมา ฝีเท้าที่เชื่องช้าเป็นจังหวะเข้ากับเสียงเพลงและเสียงเต้นของหัวใจ


แสง ไฟถนนสะท้อนบนเรือนผมสีน้ำตาลอมแดงที่รวบสูงไว้เป็นหางลา มันอาจดูเรียบร้อยดีในช่วงหนึ่งของวันนี้ แต่ตอนนี้มันห้อยและหลุดลุ่ยระรอบดวงหน้า และผมหน้าม้าชื้นเหงื่อลุ่ยลงปิดตา เธอใส่เสื้อแขนกุดสีขาวเลอะฝุ่นใต้เสื้อกางเกงติดกันแบบอี๊ยมขาสั้นชายลุ่ย กับรองเท้าบู๊ททำงานสีน้ำตาลทับถุงเท้าสีเทา


เบนไม่ขอเรียกมันว่าเสื้อผ้าของผู้หญิง เรียกมันว่าเสื้อผ้าเซ็กซี่ได้มั้ย จะอะไรก็ช่าง เอาเป็นว่าเธอทำให้เขาสนใจก็แล้วกัน


เบนอดสงสัยไม่ได้ว่ากางเกงชั้นในแบบไหนที่ผู้หญิงจะใส่ใต้เสื้อผ้าแบบนั้น
แม้ว่าเธอจะดูเร่าร้อนยิ่งกว่าไฟประลัยกัลป์ แต่ก็ย่างก้าวยาวๆ อย่างมาดมั่นและคล่องแคล่วรับกับเสียงเพลง แบ้ด ทู เดอะ โบน


เธอเดินแบบผู้หญิงที่พอใจในตัวเอง และมันทำให้เบนเกิดอารมณ์ เขาเห็นว่าความมั่นใจในตัวเองของผู้หญิงเป็นอะไรที่เซ็กซี่มากเสมอ
ความที่เธอยืนอยู่ในเงามืด จึงไม่เห็นเขาจนกระทั่งนาทีสุดท้ายเมื่ออยู่ห่างจากเขาแค่สามฟุต ทั้งคู่สบตากัน หญิงสาวลังเล แล้วก็ค่อยๆ กวาดตามองสำรวจเขาช้าๆ อย่างตั้งอกตั้งใจ เรียวปากเผยอน้อยๆ ด้วยความประหลาดใจ










สวัสดีปีใหม่ทุกๆท่านนะคะ บล็อคแรกของปีนี้ก็เป็นนิยายที่อ่านในช่วงปีใหม่พอดีเด๊ะๆค่ะ ไม่ว่าจะปีใหม่หรือปีเก่าเราก็ยังไม่หยุดอ่าน อิ อิ


"รักเธอไม่เคยพอ" เล่มนี้จะเป็นเล่มของเบนน้องชายของโนอาห์จาก(Too Much Temptation)ค่ะ ต้องบอกก่อนว่าก่อนที่จะได้อ่านเล่มนี้อินค่อนข้างตั้งความหวังกับบทของเบนเหมือนกันเพราะชอบเขามากๆในเล่มแรก แต่พอได้มาอ่านเล่มที่เป็นของเขาจริงๆแอบผิดหวังค่ะ เพราะอย่างที่เคยบอกไว้ในบล็อคเก่าว่าหลังจากที่อ่านงานของ  Lori ในสองเล่มที่ผ่านมาก่อนหน้านี้อินชอบงานของเธอเลยแม้ว่าจริงๆแล้วทั้งพล็อตเรื่อง ทั้งคาแร็คเตอร์ของพระเอก - นางเอก จะไม่ค่อยมีอะไรแตกต่างจากทั่วๆไปก็เถอะ


ก่อนหน้านี้อ่านงานของ  Lori (Impetuous)(Too Much Temptation)
 แล้วไม่อยากให้จบเลยค่ะแต่อ่านเล่มนี้แล้วกลับทนอ่านให้จบไวๆเพราะจะได้ไปอ่านเล่มอื่นๆต่อหรือตอนที่อ่านมีอารมณ์ร่วมไม่มากพอรึเปล่าก็ไม่รู้แฮะ!!! แต่ส่วนตัวแล้วสำหรับเล่มนี้อ่านจบแล้วแอบผิดหวังค่ะ




ถ้าพูดถึง เบน แบ๊ดวิน มีผู้หญิงคนไหนบ้างที่ไม่อยากวิ่งเข้าหา และตอนนี้เบนต้องการผู้หญิงซักคนเพื่อเพิ่มความตื่นเต้นในการจีบของเขาซึ่งชอบความท้าทาย ไล่ล่าเพราะเขาชอบทดสอบตัวเอง(เหตุผลตรงนี้ปัญญาอ่อนมั่กๆ) แล้วเบนก็เห็นเธอผู้หญิงที่ทำให้เขาเหมือนตกอยู่ในมนต์สะกดที่ไม่อาจถอนสายตาจากเธอได้ เซียร่า เมอร์ฟี เจ้าของร้านรับจัดสวนเล็กๆที่เพิ่งย้ายเข้ามาในเมืองแห่งนี้


ผู้หญิงคนแรกที่ปฏิเสธและพยายามอยู่ให้ห่างจากเบน เพียงแค่นี้ก็กระตุ้นให้เบนสนใจในตัวองเซียร่าได้แล้ว!!!เพราะเขาจำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่มีผู้หญิงที่ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้น มีชีวิตชีวาเหมือนกำลังล่าเหยื่อซึ่งสำหรับเขามันหาได้ยากยิ่ง =_="  และขณะเดียวกันเซียร่าก็กำลังเตรียมรับมือกับอดีตสามีที่ยังตามระราน ในเรื่องจะมีผู้ชายอีกคนที่เป็นเหมือนพี่ชายคอยช่วยเหลือ และ คอยดูแล เซียร่าอยู่เสมอๆชื่อ เคนท์และเคนท์คนนี้จะมาปิ๊งกับบรู๊คแม่ของเบนค่ะ  ความรู้สึกส่วนตัวตอนอ่านมีความรู้สึกว่าคู่ของเคนท์กับบรู๊คน่ารักมากๆน่ารักกว่าคู่ลูกอีก


ส่วนคู่ของเบนกับเซียร่าบอกตรงๆว่าน่าเบื่อมากกกกแทบจะไม่มีอะไรคืบหน้าเลยและเหตุผลที่อดีตสามียังตามมารังควานเซียร่าก็แบบเหตุผลอ่อนด๋อยมากอ่ะพอบทจะหนีหายก็วิ่งหนีไปเฉยๆซะงั้น!! 
ส่วนตัวเลยมองว่าเล่มนี้สนุกน้อยกว่าเล่มของ  เกรซกับโนอาห์(มากๆ)




RISING TIDES (ทะเลรัก) By.....NORA ROBERTS


- RISING TIDES (ทะเลรัก) By.....NORA ROBERTS

- สนพ เพิร์ลพับลิซชิ่ง

- ประเภทหนังสือ contemporary romance

- ผู้แปล เสาวณีย์ นิวาศะบุตร

- ราคา 295 บาท

- จำนวนหน้า 322 หน้า














จากปกหลัง




อีธัน หนุ่มชาวเรือผู้เปรียบเสมือนท้องทะเลที่ลึกล้ำยากจะหยั่งถึง ยอมสละ ชีวิตสันโดษเพื่อกลับมาดูแลเด็กกำพร้าคนสุดท้ายของครอบครัวร่วมกับพี่น้อง ท้องทะเลอันสงบเงียบก็ถึงคราวปั่นป่วน


เขาจำต้อง ปฏิเสธความรักของหญิงสาวที่เขาเฝ้าถวิลหามาตลอด เพราะกลัวว่าอดีต ที่ฝังลึกอยู่ในใจ จะทำให้หญิงสาวผู้บอบบางต้องแหลกสลาย อีธันต้อง ตัดสินใจว่าจะเผชิญกับอดีตที่เลวร้ายและก้าวข้ามมันไปให้ได้ หรือจะยอม ละทิ้งความรักไปตลอดกาล...







ต้องบอกว่าหลังจากอ่านเล่มแรก (SEA SWEPT)จบตอนนั้นก็เฝ้ารอเล่มสองให้ออกมาเร็วๆเลยค่ะเพราะอยากอ่านแบบต่อเนื่องๆมากเพราะ SEA SWEPT ลงตัวมากๆและคนอ่านอย่างเราก็หลงรักพี่น้องครอบครัวนี้ทันทีและทำให้อยากรู้พัฒนาการต่อๆไปของตัวละครแต่ละตัว




เล่มนี้จะเป็นเล่มของ อีธัน หนึ่งในพี่น้องครอบครัวควินน์ ผู้ที่มีบาดแผลฝังลึกในใจและปฏิเสธความรักความสุขในชีวิต และตอนนี้ชีวิตเขาคือชาวประมงและทำอู่ต่อเรือซึ่งเป็นความฝันของพี่น้องควินน์ และที่สำคัญอีกอย่างคือการดูแล เซ็ธ น้องชายคนใหม่ของพวกเขาให้ดีที่สุด อย่างที่บอกว่าความรัก ความสัมพันธู์ของพี่น้องควินน์นั้นทำให้คนอ่านอย่างเราอ่านแล้วอบอุ่นมาก ถึงแม้ว่าครอบครัวนี้เริ่มแรกจะมีแต่ผู้ชายก็เถอะ แต่พวกเขาก็พร้อมที่จะสู้เพื่อเซ็ธ และอยู่เคียงข้างน้องชายเขาเสมอโดยเฉพาะเรื่องของเซ็ธนะอยากรู้มากว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตเขาจะเป็นอย่างไรต่อไป


 แต่ต้องขอสารภาพค่ะว่าสำหรับอินๆชอบเล่ม คลื่นอารมณ์ มากกว่า ทะเลรักค่ะ เพราะเล่มนี้อินออกจะอึดอัดนิดหน่อยสำหรับบุคลิค ความคิด ของอีธันเขาล่ะแต่ก็เข้าใจอีธันนะว่าเรื่องในอดีตที่เขาเจอมามันยังเป็นปมที่ติดอยู่ในใจ ไม่มีทางที่จะลบออกไปได้เลยไม่กล้าที่จะรักใคร และให้ใครมารักเขาและทำให้อีธันปฏิเสธความรู้สึกที่มีกับเกรซไปซะ แม้ว่าเขาจะบอกเรื่องที่เคยเกิดขึ้นในอดีตให้เกรซรับรู้และเกรซเธอเข้าใจทุกอย่าง แต่อีธันกลับไม่กล้าที่จะเสี่ยงกับความรู้สึกนั้นที่เขาเองรู้ว่าเกรซคือผู้หญิงที่ตัวเองต้องการมาตลอด




แต่ความรักระหว่างพี่น้องในเล่มนี้จะยิ่งแน่นแฟ้นขึ้นซึ่งส่วนนี้ทำให้เวลาอ่านแล้วมีความสุขไปกับพี่น้อง ควินน์จริงๆค่ะ และ แน่นอนฉากสะเทือนอารมณ์ ความรู้สึกในเล่มนี้ก็ยังกระชากอารมณ์เหมือนเดิมคือต้องยอมรับว่า นอร์ร่า โรเบิร์ต จับเอาประเด็นนี้มาเขียนได้ดีเลยค่ะ เพราะเราเศร้า เจ็บปวดไปกับ ตัวละครจริงๆ ที่โดนแม่แท้ๆทำกับตัวเองแบบนี้ ทำให้เราเกลียดๆๆๆๆแม่ของ อีธัน กับ เซ็ธ สุดๆไปเลย และอินชอบซีนนี้ที่สุดเพราะมันเป็นการเปิดอกคุยระหว่างสองพี่น้อง เซ็ธ และ อีธัน ที่ทำให้ทั้งสองคนเข้าใจกันและกันมากขึ้น และทำให้คนอ่านอย่างเราน้ำตาไหลไปด้วยแบบไม่รู้ตัว




และอีกอย่างในเล่มนี้อินชอบ คาแร็คเตอร์ของเกรซมากกว่าอีธันซะอีกค่ะ เพราะเกรซ เธอเข้มแข็งมาก และรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ต้องการใคร ชัดเจนในความรู้สึกทำงานเลี้ยงลูกเองคนเดียว และลูกสาวเธอก็น่ารักมาก สำหรับอินรอลุ้นให้ ออร์บรีโตขึ้นแล้วให้คู่กับเซ็ธจัง อิ อิ (ตามนั้น)

Tempt Me with Darkness (พิศวาสจอมอสูร) By..... Shayla Black


- Tempt Me with Darkness (พิศวาสจอมอสูร) เขียนโดย Shayla Black

- สำนักพิมพ์ : คริสตัล พับลิชชิ่ง

- ประเภทหนังสือ : Paranormal Romance

- ผู้แปล : พลอยดาว

- ราคาจากปก : 329 บาท

- จำนวนหน้า     432    หน้า





Doomsday Brethren Series, Book 1 — Marrok & Olivia














จากปกหลัง




เขาเป็นอัศวินอมตะโหยหาความสุข...




ทัน ทีที่มาร์ร็อคเห็นดวงตาสีม่วงร้อนแรงและแพผมสีเข้มยุ่งเหยิงจากแรงลมของ โอลิเวีย เกรย์ เขาแน่ใจว่าทั้งสองเคยพบกันในอดีตกาล เขารู้สึกถึงเรือนกายอ่อนนุ่มเต็มไปด้วยส่วนเว้าส่วนโค้งกำลังเสียดส่ายด้วย ความพอใจใต้เรือนกายแข็งแรงทรงพลัง...มอร์แกนน่า !


เมื่อ หลายศตวรรษก่อน ครั้งหนึ่ง มาร์ร็อคผู้ยิ่งใหญ่เคยเป็นนักรบคนสำคัญที่สุดของกษัตริย์อาเธอร์ เขาต้องทนเคราะห์กรรมจากคำสาปเลวร้าย เมื่อเขาเหยียดหยามแม่มดด้วยการปฏิเสธข้อเสนอของหล่อน




เธอเป็นสาวสมัยใหม่ผู้กำลังจะค้นพบเวทมนตร์โบราณ...




โอ ลิเวียร่วมแบ่งปันความลี้ลับ...และความสัมพันธ์...เกินห้ามใจ กับมาร์ร็อคผู้เคร่งขรึม นักรบเซ็กซี่ปรากฏตัวไม่นานนักหลังจากเธอฝันรัญจวน เขาลักพาตัวเธอ เรียกร้องให้เธอถอนคำสาปให้เขา


พิศวาส เร่าร้อนของทั้งคู่ทรงพลัง...และสนิทชิดเชื้อ...เกินประสบการณ์ของทั้งคู่ โอลิเวียอาจเป็นกุญแจไขล็อกบันทึกซึ่งจะทำลายการควบคุมชีวิตเขาของมอร์แกน น่า แต่หากไปอยู่ในมือคนผิด คัมภีร์อาจควบคุมพลังทำลายล้างผู้มีเวทมนตร์ทั้งหมด


ขณะ ที่ทั้งสองค้นหาคำตอบ พ่อมดโฉดผู้กลับมาจากแดนเนรเทศกำลังสร้างกองทัพปีศาจ เมื่อพ่อมดค้นพบว่ามาร์ร็อคและโอลิเวียครอบครองบันทึก มีเพียงความรักของทั้งคู่...กับความช่วยเหลือของกลุ่มพี่น้องผู้มีเวทมนตร์ ทรงพลังเท่านั้น...สามารถพิทักษ์ให้ทั้งคู่ปลอดภัยได้










นึกว่าจะเข้าบล็อกไม่ได้ซะแล้ววันนี้ เวบเน่ามากจ้า อิ อิ วันนี้มากับแนว Paranormal อีกแล้วค่ะ สำหรับอินอ่านงานของ Shayla Black แล้วต้องรีบมารีวิวทันทีไม่ใช่ว่าเขียนมากจนทุกอย่างดีไปหมดหรอกนะคะ อาจจะเทียบกับแนวพาราฯอื่นๆแล้วพล็อตออกจะไม่มีอะไรใหม่เท่าไหร่ก็ว่าได้ เพียงแต่ว่าอินอ่านแล้วชอบแค่นั้นเองค่ะ เหมือนว่าอ่านแล้วหยุดไม่ได้ต้องอ่านให้จบ ไม่งั้นมันไม่ได้ใจจะขาด 


สำหรับอินไม่ได้ชอบพระเอก หรือ นางเอก มากมายอะไรเลย ส่วนตัวแล้วชอบ บราม พ่อมดหนุ่มที่คอยช่วยเหลือพระเอกมากกว่าค่ะ อิ อิ หนังสือชุดนี้จะเป็นซีรี่ย์นะคะ แต่ฉบับแปลเพิ่งออกมาเล่มเดียวค่ะ (Shayla Black.com) ตั้งตารอกันต่อปายยยย


กว่า 15 ศตวรรษที่มาร็อค แห่งแคดบิวรี่ นักรบผู้เก่งกาจ ได้ถูกแม่มดสาวมอร์แกนน่า ใช้คัมภีร์สาปให้เขาพบกับเคาระห์กรรมที่เลวร้าย(คือประมาณปลดปล่อยอารมณ์กับผู้หญิงคนไหนไม่ได้และทุกข์ทรมานเพราะคำสาปอย่างมากมาย)  และ คนเดียวที่จะถอนคำสาปอันทรมานของเขาคือมอร์แกนน่าที่เขาพยายามตามหาหล่อนมานับศตวรรษ


และบรามพ่อมดหนุ่มได้ชักนำให้เขามาพบกับ โอลิเวีย เกรย์ เจ้าของแกลลอรี่ ที่สนใจในงานแกะสลักไม้ชิ้นงามของมาร็อค หลังจากทั้งสองพบหน้ากันครั้งแรกนี้ก็ตามระเบียบล่ะค่ะ ตะลึงจังงังพูดไม่ออกกันเลยทีเดียว และมาร็อคก็เข้าใจว่า โอลิเวีย คือมอร์แกนน่า คนที่สาปเขาเมื่อ 1500 ปีก่อน และตอนหลังโอลิเวียถึงได้รู้ว่ามอร์แกนน่าเป็นทวดของทวดของทวดอภิมหึมามหาทวดดดของเธอเอง และเธอก็สืบเชื้อสายแม่มดและกำลังจะค้นพบพลังของตัวเองในอนาคตอันใกล้นี้


แต่หลังจากนั้นก็เริ่มรู้แล้วล่ะว่าโอลิเวียกับมอร์แกนน่าเป็นคนละคนกัน และ พ่อของโอลิเวียที่ไม่เคยปรากฏตัวให้เห็นเกือบตลอดชีวิตของเธอก็ปรากฏตัวขึ้นและเธอเองก็โหยหาความรักจากพ่อเหลือเกิน แต่หลังจากที่พ่อของโอลิเวียปรากฏตัวขึ้น พร้อมกันนั้นเหล่าอนาร์คีลูกสมุนของแมธเธียสก็ปรากฏตัวขึ้นหลังจากที่รู้ว่ามาร็อคครอบครองคัมภีร์โบราณเล่มนั้น และทั้งมาร็อคและโอลิเวียต้องรีบหาที่ซ่อนคัมภีร์ให้ปปลอดภัยให้ได้ (สปอยล์) และคนที่พยายามหลอกล่อเอาคัมภีร์มาให้ได้ก็คือริชาร์ดพ่อของโอลิเวียนั่นแหละเรื่องนี้อาจพอเดาๆพล็อตกันได้อ่ะนะคะแต่เชื่อไหมว่าเวลาอ่านพลาดไม่ได้เลยซักหน้า อ่านไปก็ลุ้นตามไปด้วย แม้ว่าบางทีนางเอกจะงี่เง่าไปบ้างที่ไม่ได้ฟังมาร็อคเตือนบ้างเลยก็เถอะ 


แต่ก็เข้าใจโอลิเวียชีนะเพราะเกือบตลอดชีวิตเธอไม่เคยเจอพ่อเลยพอเจอแล้วก็เลยพยายามจะไว้ใจให้มากที่สุดเพราะยังไงก็เป็นพ่อ แต่เหนือสิ่งอื่นใดกลุ่มผองเพื่อนพระเอกนี่สิที่น่าสนใจ อิ อิ สรุปเรื่องนี้อินชอบเลยล่ะค่ะ แต่จะให้ดีกว่านี้อยากอ่านเล่มของบรามมากมายอ่าาาา


LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...