22 ธันวาคม, 2554

NEVER TOO MUCH (รักเธอไม่เคยพอ) By.....Lori Foster


- NEVER TOO MUCH (รักเธอไม่เคยพอ) เขียนโดย Lori Foster

- สำนักพิมพ์ - คริสตัล พับลิชชิ่ง

- ประเภทหนังสือ - contemporary romance

- ผู้แปล : ปิยะฉัตร

- ราคาจากปก 259 บาท

- จำนวนหน้า 304  หน้า












เรื่องย่อจากปกหลัง
 


ใครบางคนในบาร์ของเบนเปิดตู้เพลง เสียงเพลง “แบ้ด ทู เดอะ โบน” ดังกึกก้อง เสียงมันสั่นสะเทือนในอกและในสมอง


แล้วเบนก็เห็นเธอ


เธอ เดินออกมาจากเงามืดและข้ามถนนตรงมาทางเขา เบนมองเหมือนถูกมนตร์สะกดขณะที่ม่านหมอกดูเหมือนจะแยกออกรอบกายเธอ ทำให้เธอดูเหมือนวิญญาณล่องลอยมา ฝีเท้าที่เชื่องช้าเป็นจังหวะเข้ากับเสียงเพลงและเสียงเต้นของหัวใจ


แสง ไฟถนนสะท้อนบนเรือนผมสีน้ำตาลอมแดงที่รวบสูงไว้เป็นหางลา มันอาจดูเรียบร้อยดีในช่วงหนึ่งของวันนี้ แต่ตอนนี้มันห้อยและหลุดลุ่ยระรอบดวงหน้า และผมหน้าม้าชื้นเหงื่อลุ่ยลงปิดตา เธอใส่เสื้อแขนกุดสีขาวเลอะฝุ่นใต้เสื้อกางเกงติดกันแบบอี๊ยมขาสั้นชายลุ่ย กับรองเท้าบู๊ททำงานสีน้ำตาลทับถุงเท้าสีเทา


เบนไม่ขอเรียกมันว่าเสื้อผ้าของผู้หญิง เรียกมันว่าเสื้อผ้าเซ็กซี่ได้มั้ย จะอะไรก็ช่าง เอาเป็นว่าเธอทำให้เขาสนใจก็แล้วกัน


เบนอดสงสัยไม่ได้ว่ากางเกงชั้นในแบบไหนที่ผู้หญิงจะใส่ใต้เสื้อผ้าแบบนั้น
แม้ว่าเธอจะดูเร่าร้อนยิ่งกว่าไฟประลัยกัลป์ แต่ก็ย่างก้าวยาวๆ อย่างมาดมั่นและคล่องแคล่วรับกับเสียงเพลง แบ้ด ทู เดอะ โบน


เธอเดินแบบผู้หญิงที่พอใจในตัวเอง และมันทำให้เบนเกิดอารมณ์ เขาเห็นว่าความมั่นใจในตัวเองของผู้หญิงเป็นอะไรที่เซ็กซี่มากเสมอ
ความที่เธอยืนอยู่ในเงามืด จึงไม่เห็นเขาจนกระทั่งนาทีสุดท้ายเมื่ออยู่ห่างจากเขาแค่สามฟุต ทั้งคู่สบตากัน หญิงสาวลังเล แล้วก็ค่อยๆ กวาดตามองสำรวจเขาช้าๆ อย่างตั้งอกตั้งใจ เรียวปากเผยอน้อยๆ ด้วยความประหลาดใจ










สวัสดีปีใหม่ทุกๆท่านนะคะ บล็อคแรกของปีนี้ก็เป็นนิยายที่อ่านในช่วงปีใหม่พอดีเด๊ะๆค่ะ ไม่ว่าจะปีใหม่หรือปีเก่าเราก็ยังไม่หยุดอ่าน อิ อิ


"รักเธอไม่เคยพอ" เล่มนี้จะเป็นเล่มของเบนน้องชายของโนอาห์จาก(Too Much Temptation)ค่ะ ต้องบอกก่อนว่าก่อนที่จะได้อ่านเล่มนี้อินค่อนข้างตั้งความหวังกับบทของเบนเหมือนกันเพราะชอบเขามากๆในเล่มแรก แต่พอได้มาอ่านเล่มที่เป็นของเขาจริงๆแอบผิดหวังค่ะ เพราะอย่างที่เคยบอกไว้ในบล็อคเก่าว่าหลังจากที่อ่านงานของ  Lori ในสองเล่มที่ผ่านมาก่อนหน้านี้อินชอบงานของเธอเลยแม้ว่าจริงๆแล้วทั้งพล็อตเรื่อง ทั้งคาแร็คเตอร์ของพระเอก - นางเอก จะไม่ค่อยมีอะไรแตกต่างจากทั่วๆไปก็เถอะ


ก่อนหน้านี้อ่านงานของ  Lori (Impetuous)(Too Much Temptation)
 แล้วไม่อยากให้จบเลยค่ะแต่อ่านเล่มนี้แล้วกลับทนอ่านให้จบไวๆเพราะจะได้ไปอ่านเล่มอื่นๆต่อหรือตอนที่อ่านมีอารมณ์ร่วมไม่มากพอรึเปล่าก็ไม่รู้แฮะ!!! แต่ส่วนตัวแล้วสำหรับเล่มนี้อ่านจบแล้วแอบผิดหวังค่ะ




ถ้าพูดถึง เบน แบ๊ดวิน มีผู้หญิงคนไหนบ้างที่ไม่อยากวิ่งเข้าหา และตอนนี้เบนต้องการผู้หญิงซักคนเพื่อเพิ่มความตื่นเต้นในการจีบของเขาซึ่งชอบความท้าทาย ไล่ล่าเพราะเขาชอบทดสอบตัวเอง(เหตุผลตรงนี้ปัญญาอ่อนมั่กๆ) แล้วเบนก็เห็นเธอผู้หญิงที่ทำให้เขาเหมือนตกอยู่ในมนต์สะกดที่ไม่อาจถอนสายตาจากเธอได้ เซียร่า เมอร์ฟี เจ้าของร้านรับจัดสวนเล็กๆที่เพิ่งย้ายเข้ามาในเมืองแห่งนี้


ผู้หญิงคนแรกที่ปฏิเสธและพยายามอยู่ให้ห่างจากเบน เพียงแค่นี้ก็กระตุ้นให้เบนสนใจในตัวองเซียร่าได้แล้ว!!!เพราะเขาจำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่มีผู้หญิงที่ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้น มีชีวิตชีวาเหมือนกำลังล่าเหยื่อซึ่งสำหรับเขามันหาได้ยากยิ่ง =_="  และขณะเดียวกันเซียร่าก็กำลังเตรียมรับมือกับอดีตสามีที่ยังตามระราน ในเรื่องจะมีผู้ชายอีกคนที่เป็นเหมือนพี่ชายคอยช่วยเหลือ และ คอยดูแล เซียร่าอยู่เสมอๆชื่อ เคนท์และเคนท์คนนี้จะมาปิ๊งกับบรู๊คแม่ของเบนค่ะ  ความรู้สึกส่วนตัวตอนอ่านมีความรู้สึกว่าคู่ของเคนท์กับบรู๊คน่ารักมากๆน่ารักกว่าคู่ลูกอีก


ส่วนคู่ของเบนกับเซียร่าบอกตรงๆว่าน่าเบื่อมากกกกแทบจะไม่มีอะไรคืบหน้าเลยและเหตุผลที่อดีตสามียังตามมารังควานเซียร่าก็แบบเหตุผลอ่อนด๋อยมากอ่ะพอบทจะหนีหายก็วิ่งหนีไปเฉยๆซะงั้น!! 
ส่วนตัวเลยมองว่าเล่มนี้สนุกน้อยกว่าเล่มของ  เกรซกับโนอาห์(มากๆ)




RISING TIDES (ทะเลรัก) By.....NORA ROBERTS


- RISING TIDES (ทะเลรัก) By.....NORA ROBERTS

- สนพ เพิร์ลพับลิซชิ่ง

- ประเภทหนังสือ contemporary romance

- ผู้แปล เสาวณีย์ นิวาศะบุตร

- ราคา 295 บาท

- จำนวนหน้า 322 หน้า














จากปกหลัง




อีธัน หนุ่มชาวเรือผู้เปรียบเสมือนท้องทะเลที่ลึกล้ำยากจะหยั่งถึง ยอมสละ ชีวิตสันโดษเพื่อกลับมาดูแลเด็กกำพร้าคนสุดท้ายของครอบครัวร่วมกับพี่น้อง ท้องทะเลอันสงบเงียบก็ถึงคราวปั่นป่วน


เขาจำต้อง ปฏิเสธความรักของหญิงสาวที่เขาเฝ้าถวิลหามาตลอด เพราะกลัวว่าอดีต ที่ฝังลึกอยู่ในใจ จะทำให้หญิงสาวผู้บอบบางต้องแหลกสลาย อีธันต้อง ตัดสินใจว่าจะเผชิญกับอดีตที่เลวร้ายและก้าวข้ามมันไปให้ได้ หรือจะยอม ละทิ้งความรักไปตลอดกาล...







ต้องบอกว่าหลังจากอ่านเล่มแรก (SEA SWEPT)จบตอนนั้นก็เฝ้ารอเล่มสองให้ออกมาเร็วๆเลยค่ะเพราะอยากอ่านแบบต่อเนื่องๆมากเพราะ SEA SWEPT ลงตัวมากๆและคนอ่านอย่างเราก็หลงรักพี่น้องครอบครัวนี้ทันทีและทำให้อยากรู้พัฒนาการต่อๆไปของตัวละครแต่ละตัว




เล่มนี้จะเป็นเล่มของ อีธัน หนึ่งในพี่น้องครอบครัวควินน์ ผู้ที่มีบาดแผลฝังลึกในใจและปฏิเสธความรักความสุขในชีวิต และตอนนี้ชีวิตเขาคือชาวประมงและทำอู่ต่อเรือซึ่งเป็นความฝันของพี่น้องควินน์ และที่สำคัญอีกอย่างคือการดูแล เซ็ธ น้องชายคนใหม่ของพวกเขาให้ดีที่สุด อย่างที่บอกว่าความรัก ความสัมพันธู์ของพี่น้องควินน์นั้นทำให้คนอ่านอย่างเราอ่านแล้วอบอุ่นมาก ถึงแม้ว่าครอบครัวนี้เริ่มแรกจะมีแต่ผู้ชายก็เถอะ แต่พวกเขาก็พร้อมที่จะสู้เพื่อเซ็ธ และอยู่เคียงข้างน้องชายเขาเสมอโดยเฉพาะเรื่องของเซ็ธนะอยากรู้มากว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตเขาจะเป็นอย่างไรต่อไป


 แต่ต้องขอสารภาพค่ะว่าสำหรับอินๆชอบเล่ม คลื่นอารมณ์ มากกว่า ทะเลรักค่ะ เพราะเล่มนี้อินออกจะอึดอัดนิดหน่อยสำหรับบุคลิค ความคิด ของอีธันเขาล่ะแต่ก็เข้าใจอีธันนะว่าเรื่องในอดีตที่เขาเจอมามันยังเป็นปมที่ติดอยู่ในใจ ไม่มีทางที่จะลบออกไปได้เลยไม่กล้าที่จะรักใคร และให้ใครมารักเขาและทำให้อีธันปฏิเสธความรู้สึกที่มีกับเกรซไปซะ แม้ว่าเขาจะบอกเรื่องที่เคยเกิดขึ้นในอดีตให้เกรซรับรู้และเกรซเธอเข้าใจทุกอย่าง แต่อีธันกลับไม่กล้าที่จะเสี่ยงกับความรู้สึกนั้นที่เขาเองรู้ว่าเกรซคือผู้หญิงที่ตัวเองต้องการมาตลอด




แต่ความรักระหว่างพี่น้องในเล่มนี้จะยิ่งแน่นแฟ้นขึ้นซึ่งส่วนนี้ทำให้เวลาอ่านแล้วมีความสุขไปกับพี่น้อง ควินน์จริงๆค่ะ และ แน่นอนฉากสะเทือนอารมณ์ ความรู้สึกในเล่มนี้ก็ยังกระชากอารมณ์เหมือนเดิมคือต้องยอมรับว่า นอร์ร่า โรเบิร์ต จับเอาประเด็นนี้มาเขียนได้ดีเลยค่ะ เพราะเราเศร้า เจ็บปวดไปกับ ตัวละครจริงๆ ที่โดนแม่แท้ๆทำกับตัวเองแบบนี้ ทำให้เราเกลียดๆๆๆๆแม่ของ อีธัน กับ เซ็ธ สุดๆไปเลย และอินชอบซีนนี้ที่สุดเพราะมันเป็นการเปิดอกคุยระหว่างสองพี่น้อง เซ็ธ และ อีธัน ที่ทำให้ทั้งสองคนเข้าใจกันและกันมากขึ้น และทำให้คนอ่านอย่างเราน้ำตาไหลไปด้วยแบบไม่รู้ตัว




และอีกอย่างในเล่มนี้อินชอบ คาแร็คเตอร์ของเกรซมากกว่าอีธันซะอีกค่ะ เพราะเกรซ เธอเข้มแข็งมาก และรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ต้องการใคร ชัดเจนในความรู้สึกทำงานเลี้ยงลูกเองคนเดียว และลูกสาวเธอก็น่ารักมาก สำหรับอินรอลุ้นให้ ออร์บรีโตขึ้นแล้วให้คู่กับเซ็ธจัง อิ อิ (ตามนั้น)

Tempt Me with Darkness (พิศวาสจอมอสูร) By..... Shayla Black


- Tempt Me with Darkness (พิศวาสจอมอสูร) เขียนโดย Shayla Black

- สำนักพิมพ์ : คริสตัล พับลิชชิ่ง

- ประเภทหนังสือ : Paranormal Romance

- ผู้แปล : พลอยดาว

- ราคาจากปก : 329 บาท

- จำนวนหน้า     432    หน้า





Doomsday Brethren Series, Book 1 — Marrok & Olivia














จากปกหลัง




เขาเป็นอัศวินอมตะโหยหาความสุข...




ทัน ทีที่มาร์ร็อคเห็นดวงตาสีม่วงร้อนแรงและแพผมสีเข้มยุ่งเหยิงจากแรงลมของ โอลิเวีย เกรย์ เขาแน่ใจว่าทั้งสองเคยพบกันในอดีตกาล เขารู้สึกถึงเรือนกายอ่อนนุ่มเต็มไปด้วยส่วนเว้าส่วนโค้งกำลังเสียดส่ายด้วย ความพอใจใต้เรือนกายแข็งแรงทรงพลัง...มอร์แกนน่า !


เมื่อ หลายศตวรรษก่อน ครั้งหนึ่ง มาร์ร็อคผู้ยิ่งใหญ่เคยเป็นนักรบคนสำคัญที่สุดของกษัตริย์อาเธอร์ เขาต้องทนเคราะห์กรรมจากคำสาปเลวร้าย เมื่อเขาเหยียดหยามแม่มดด้วยการปฏิเสธข้อเสนอของหล่อน




เธอเป็นสาวสมัยใหม่ผู้กำลังจะค้นพบเวทมนตร์โบราณ...




โอ ลิเวียร่วมแบ่งปันความลี้ลับ...และความสัมพันธ์...เกินห้ามใจ กับมาร์ร็อคผู้เคร่งขรึม นักรบเซ็กซี่ปรากฏตัวไม่นานนักหลังจากเธอฝันรัญจวน เขาลักพาตัวเธอ เรียกร้องให้เธอถอนคำสาปให้เขา


พิศวาส เร่าร้อนของทั้งคู่ทรงพลัง...และสนิทชิดเชื้อ...เกินประสบการณ์ของทั้งคู่ โอลิเวียอาจเป็นกุญแจไขล็อกบันทึกซึ่งจะทำลายการควบคุมชีวิตเขาของมอร์แกน น่า แต่หากไปอยู่ในมือคนผิด คัมภีร์อาจควบคุมพลังทำลายล้างผู้มีเวทมนตร์ทั้งหมด


ขณะ ที่ทั้งสองค้นหาคำตอบ พ่อมดโฉดผู้กลับมาจากแดนเนรเทศกำลังสร้างกองทัพปีศาจ เมื่อพ่อมดค้นพบว่ามาร์ร็อคและโอลิเวียครอบครองบันทึก มีเพียงความรักของทั้งคู่...กับความช่วยเหลือของกลุ่มพี่น้องผู้มีเวทมนตร์ ทรงพลังเท่านั้น...สามารถพิทักษ์ให้ทั้งคู่ปลอดภัยได้










นึกว่าจะเข้าบล็อกไม่ได้ซะแล้ววันนี้ เวบเน่ามากจ้า อิ อิ วันนี้มากับแนว Paranormal อีกแล้วค่ะ สำหรับอินอ่านงานของ Shayla Black แล้วต้องรีบมารีวิวทันทีไม่ใช่ว่าเขียนมากจนทุกอย่างดีไปหมดหรอกนะคะ อาจจะเทียบกับแนวพาราฯอื่นๆแล้วพล็อตออกจะไม่มีอะไรใหม่เท่าไหร่ก็ว่าได้ เพียงแต่ว่าอินอ่านแล้วชอบแค่นั้นเองค่ะ เหมือนว่าอ่านแล้วหยุดไม่ได้ต้องอ่านให้จบ ไม่งั้นมันไม่ได้ใจจะขาด 


สำหรับอินไม่ได้ชอบพระเอก หรือ นางเอก มากมายอะไรเลย ส่วนตัวแล้วชอบ บราม พ่อมดหนุ่มที่คอยช่วยเหลือพระเอกมากกว่าค่ะ อิ อิ หนังสือชุดนี้จะเป็นซีรี่ย์นะคะ แต่ฉบับแปลเพิ่งออกมาเล่มเดียวค่ะ (Shayla Black.com) ตั้งตารอกันต่อปายยยย


กว่า 15 ศตวรรษที่มาร็อค แห่งแคดบิวรี่ นักรบผู้เก่งกาจ ได้ถูกแม่มดสาวมอร์แกนน่า ใช้คัมภีร์สาปให้เขาพบกับเคาระห์กรรมที่เลวร้าย(คือประมาณปลดปล่อยอารมณ์กับผู้หญิงคนไหนไม่ได้และทุกข์ทรมานเพราะคำสาปอย่างมากมาย)  และ คนเดียวที่จะถอนคำสาปอันทรมานของเขาคือมอร์แกนน่าที่เขาพยายามตามหาหล่อนมานับศตวรรษ


และบรามพ่อมดหนุ่มได้ชักนำให้เขามาพบกับ โอลิเวีย เกรย์ เจ้าของแกลลอรี่ ที่สนใจในงานแกะสลักไม้ชิ้นงามของมาร็อค หลังจากทั้งสองพบหน้ากันครั้งแรกนี้ก็ตามระเบียบล่ะค่ะ ตะลึงจังงังพูดไม่ออกกันเลยทีเดียว และมาร็อคก็เข้าใจว่า โอลิเวีย คือมอร์แกนน่า คนที่สาปเขาเมื่อ 1500 ปีก่อน และตอนหลังโอลิเวียถึงได้รู้ว่ามอร์แกนน่าเป็นทวดของทวดของทวดอภิมหึมามหาทวดดดของเธอเอง และเธอก็สืบเชื้อสายแม่มดและกำลังจะค้นพบพลังของตัวเองในอนาคตอันใกล้นี้


แต่หลังจากนั้นก็เริ่มรู้แล้วล่ะว่าโอลิเวียกับมอร์แกนน่าเป็นคนละคนกัน และ พ่อของโอลิเวียที่ไม่เคยปรากฏตัวให้เห็นเกือบตลอดชีวิตของเธอก็ปรากฏตัวขึ้นและเธอเองก็โหยหาความรักจากพ่อเหลือเกิน แต่หลังจากที่พ่อของโอลิเวียปรากฏตัวขึ้น พร้อมกันนั้นเหล่าอนาร์คีลูกสมุนของแมธเธียสก็ปรากฏตัวขึ้นหลังจากที่รู้ว่ามาร็อคครอบครองคัมภีร์โบราณเล่มนั้น และทั้งมาร็อคและโอลิเวียต้องรีบหาที่ซ่อนคัมภีร์ให้ปปลอดภัยให้ได้ (สปอยล์) และคนที่พยายามหลอกล่อเอาคัมภีร์มาให้ได้ก็คือริชาร์ดพ่อของโอลิเวียนั่นแหละเรื่องนี้อาจพอเดาๆพล็อตกันได้อ่ะนะคะแต่เชื่อไหมว่าเวลาอ่านพลาดไม่ได้เลยซักหน้า อ่านไปก็ลุ้นตามไปด้วย แม้ว่าบางทีนางเอกจะงี่เง่าไปบ้างที่ไม่ได้ฟังมาร็อคเตือนบ้างเลยก็เถอะ 


แต่ก็เข้าใจโอลิเวียชีนะเพราะเกือบตลอดชีวิตเธอไม่เคยเจอพ่อเลยพอเจอแล้วก็เลยพยายามจะไว้ใจให้มากที่สุดเพราะยังไงก็เป็นพ่อ แต่เหนือสิ่งอื่นใดกลุ่มผองเพื่อนพระเอกนี่สิที่น่าสนใจ อิ อิ สรุปเรื่องนี้อินชอบเลยล่ะค่ะ แต่จะให้ดีกว่านี้อยากอ่านเล่มของบรามมากมายอ่าาาา


17 ธันวาคม, 2554

Chicken Farm Baker's Project # 40 : Play me please!! Pate a Choux, The Swan Choux



Chicken Farm Baker's Project # 40 : Play me please!! Pate a Choux, The Swan Choux

การบ้านฟาร์มไก่ตั้งแต่เมื่อสองเดือนที่แล้วค่ะเพิ่งจะได้อัพบล็อคนะแบบว่าขี้เกียจอยู่นานตอนนี้ได้ฤกษ์ซะที ซึ่งโฮสก็คือ ก้อย http://bake-aholic.blogspot.com/ นั่นเองค่า คราวนี้ได้หาโจทย์สนุกๆมาให้พวกเราเล่นกันอีกแล้ว โดยการเล่นกบเจ้าชูว์ครีม หรือ เอแคลล์ นั่นเองค่ะ ก้อยใ้ห้พวกเราทำเจ้าเปลือกชูว์ในรูปแบบใหม่ที่ไม่ใช่แค่รูปแบบเดิมๆที่เคยเห็น เช่น เอาแป้งชูว์มาม้วนเป็นเค้กรล ทำเป็นภูเขาสูงๆฯลฯ แต่วันนี้อินมาในรูปแบบของเจ้าสวอนตัวเล็กๆน่ารักๆค่ะ อิ อิ

เรามาเริ่มกันที่เจ้าแป้งชูว์กันก่อนนะคะสำหรับสูตรแป้งชูว์อินเอามาจากหนังสือ http://www.amazon.co.uk/Bake-Rachel-Allen/dp/0007259700 ค่ะ 

ส่วนผสมของ choux pastry

- plain flour.................100 g
- เกลือ............ประมาณหยิบมือ
- น้ำเปล่า.................150 ml
- เนย.................... 75 g
- ไข่...................... 3

-เตรียมพิมพ์แล้วปูกระดาษไขเตรียมไว้ และ เปิดเตาอบที่ 220 ํc 

- ร่อนแป้งแล้วพักไว้ เนย + น้ำเปล่า + เกลือ ใส่หม้อตั้งไฟให้เดือดปุดๆแล้วยกลงจากเตาใส่แป้งที่ร่อนไว้ลงไป คนเร็วๆให้เข้ากัน



- ผัดไปจนแป้งข้ากัน แล้วพักไว้ให้แป้งพออุ่นๆไม่ร้อนจนเกินไป


- จากนั้นค่อยๆเทไข่ไก่ที่ตีพอแตกลงไปแล้วคนให้เข้ากัน ไข่อินไม่ได้ใส่หมดนะคะ 


- การเช็คความหนืดของแป้ง ใช้นิ้วแตะดูแบบนี้ค่ะ


-  พอได้ที่แล้วก็บีบลงถาดที่ปูกระดาษไขไว้ วันนี้ทำเป็นรูปหงษ์ เพราะงั้นอินเลยบีบส่วนบนของเจ้าหงษ์ก่อนค่ะ เป็นส้นๆแบบนี้


- และตามด้วยตัวของหงษ์ อิ อิจากนั้นก็นำเข้าอบเลยค่ะจนแป้งพองและเป็นสีน้ำตาลสวย


หลังจากนั้นก็มาทำ ในส่วนของ Pastry Cream กันต่อเลยค่ะในส่วนของ Pastry Cream สูตรมาจากหนังสือOkashi Treats: Sweet Treats Made With Love by Keiko Ishida และอินเพิ่มเนยเข้าไปเื่องเพื่อความหอมยิ่งๆๆขึ้นค่า และ ปรับจากส่วนนมทั้งหมดเป็นนมครึ่งนึง และ วิปครีมครึ่งนึงค่ะ

ส่วนของ Pastry Cream 

- นมสด..............100 ml
-วิปปิ้งครีม......................100ml
- ไข่แดง..........................3
- น้ำตาลทราย.........................50 g
- วนิลลา........................1 ฝัก
- แป้งเค้ก........................20 g

- นมสด + วิปครีม วนิลลบีน  ใส่หม้อตั้งไฟให้พอเดือดเป็นฟองรอบๆหม้อ 


- จากนั้น ไข่แดง + น้ำตาล ใส่ลงในชามผสม ตีข่กับน้ำตาลด้วยตระกร้อมือ ให้สีอ่อนลง จากนั้นใส่แป้งลงไป ตีให้เข้ากันอีกรอบ 




- ยกนมลงจากเตา แล้วเทลงไปในส่วนของไข่ และ คนตลอดเวลาจากนั้นเทส่วนผสมทั้งหมดลงไปในหม้อนขึ้นตั้งไฟอีกครั้ง คนจนส่วนผสมข้นขึ้น แล้วเทใส่ภาชนะ ปิดหน้าด้วยพลาสติกแล๊ปแล้วพักให้เย็นค่ะ





จากนั้นเมื่อหงษ์น้อยๆออกจากเตาแล้วก็พักให้เย็นแล้วบีบไส้  Pastry Cream ใส่ได้เลยค่ะแล้วค่อยประกอบร่างหัว กับ ตัวหงษ์ แล้วก็พร้อมหม่ำได้แย้ววววววว



อันนี้ยังไม่บีบไส้ใส่ เตรียมตัวรอแย้ววววว











Chicken Farm Baker's Project # 34 :Boost your body with Yummy Sweet :: Black Sesame Cream Jelly




    


    
 

    

      


      


      


    

  








การบ้านฟาร์มไก่ประจำเดือนมาแล้วค่ะ ส่งช้าส่งบ๊วยอีกตามเคยค่ะ
สำหรับโฮสเดือนนี้คือน้องหมอก้อย ฟันคุดน้อยซี่ที่7 ค่ะ


โฮสอยากให้ทำขนมที่ช่วยฟื้นฟูทั้งจิตใจที่ห่อเหี่ยว
และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายพร้อมรับกับสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง
และมีข้อแม้ว่า




1. ขอให้เป็นขนมหรือของหวานที่มีพืชผักผลไม้หรือธัญพืชเป็นส่วนประกอบ
ถ้าเป็นสมุนไพรที่ปกติไม่ค่อยเห็นเอามาทำขนมกันได้ก็จะดีมากๆเลย อย่างพวก ใบบัวบก เก๋ากี้ เป็นต้น
จะทำด้วยวิธีการใดๆก็ได้ ไม่ว่าจะอบ ต้ม ตุ๋น นึ่ง ไม่จำกัดวิธีการ






2. ให้บอกสรรพคุณของขนม ว่าช่วยส่งเสริมสุขภาพด้านไหน ข้อนี้ขอให้ระบุเฉพาะเจาะจงหน่อยนะคะ เอาเป็นว่าให้เหมาะกับบริบทของแต่ละคนแล้วกันค่ะ ตามสภาพอากาศและร่างกายของแต่ละคน เช่นคนที่มักจะท้องอืดบ่อยๆอาจจะทำขนมที่มีส่วนผสมของขิงหรือมินต์ช่วยลดอาการท้องอืด หรือคนที่ร้อนในบ่อยๆก็อาจจะใช้ส่วนประกอบที่มีฤทธิ์เย็นเพื่อลดความร้อนในร่างกาย




สำหรับอินวันนี้เลือกเอางาดำมาเป็นส่วนประกอบหลักค่ะ สำหรับสรรพคุณของทั้งงาขาวและงาดำ
นอกจากจะใช้ปรุงอาหารแล้วยังนำไปสกัดเป็นน้ำมันงา หรือ สกัดกลิ่น และมีสรรพคุณช่วยบำรุงผิวพรรณ บำรุงผม หรือเป็นยาระบาย อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญอย่าง แคลเซียม แมกนีเซียมฟอสฟอรัส หรือ วิตามินบีและอี ซึ่งบำรุงประสาท ฯลฯ


วันนี้เลือกเป็นเมนูเบาๆค่ะ และ ได้รสของงาดำแบบเต็มๆคำค่ะ Black Sesame Cream Jelly สูตรนี้อินเอามาจากหนังสือ Okashi Treats: Sweet Treats Made With Love เล่มนี้ค่ะ ทำง่ายมากๆส่วนผสมก็น้อย
ไม่ถึง 15 นาทีก็เรียบร้อย จากนั้นก็จับโยนเข้าตู้เย็นรอให้เซตตัว จากนั้นก็พร้อมเสิร์ฟแล้วค่ะ


สำหรับวันนี้อินเพิ่มครัมข้าวโอ๊ตมาเป็นส่วนประกอบค่ะ 
ว่ากินได้รสชาติของครีมงาดำกับครัมหอมๆพร้อมกันอร่อยดีค่ะ
และหอมกลิ่นน้ำตาลทรายแดงมากๆ สำหรับใครที่ไม่ชอบหวานสามารถลดน้ำตาลลงได้ค่ะ













ส่วนของ Black Sesame Cream Jelly 


- นมสด..........300 g


- น้ำตาลทราย...........35 g


- เจลลาติน...........5 g


- วิปปิ้งครีม..............40 g


- งาดำ...........50 g (คั่วให้หอมแล้วนำมาบดพอละเอียด)




- ผสม นม + งาดำบด + น้ำตาล ลงใบหม้อใบเล็ก แล้วนำขึ้นตั้งไฟอ่อนถึงกลางให้พอเดือดเป็นฟองรอบๆหม้อแล้วยกลงจากเตา


- ใส่วิปครีม และ เจลาตินที่bloom แล้วใส่ลงไปคนให้เข้ากัน แล้วเทใส่ภาชนะ จับเข้าตู้เย็นจนส่วนของครีมเจลลี่เซตตัว 






แล้วก็มาทำส่วนของท้อปปิ้งครัมข้าวโอ๊ตค่ะ(จะได้ไม่หลุดคอนเซป Chicken Farm Baker's)อิ อิ


- เนยสด...........30 g


- ข้าวโอ๊ต........1/4 cup


- น้ำตาลทรายแดง...........1/4 cup


- แป้งเอนกประสงค์..............1/4 cup


- เกลือป่น..................เล็กน้อย


- ผสม เนย + แป้งเอนกฯ + น้ำตาลทรายแดง + เกลือ + ข้าวโอ๊ต ให้เข้ากัน แล้ววางในถาดนำเข้าอบอบจนครัมเริ่มกรอบแล้วเอาออกจากเตาพักให้เย็นแล้วโรยเป็นท้อปปิ้งบนครีมเจลลี่ค่ะ




    


    


    

      


      
เสร็จแล้วก็จับยัดเข้าตู้เย็นได้เลยค่ะรอให้เซตตัวแล้วค่อยพร้อมเสริฟ

      


      


      


      
 

      


    

  











LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...