10 ธันวาคม, 2554

Dark - Hunter เขียนโดย > > > sherrilyn kenyon < < < หนังสือแนว - paranormal romance ลิขสิทธิ์แปลภาษาไทย - สำนักพิมพ์ KAEWKARN (อ่านเรื่องย่อได้ตามลิงค์ค่ะ) --------------------------------------------------------------------------------

 Book 6  NIGHT PLAY (มายาราตรี)


เป็นเรื่องของ เวน แคตตาลาคิส ที่เป็นเวอร์ - ฮันเตอร์ เวนมีน้องชายสองคนคือ แฟ็ง และ ฟิวรี่ (ที่จะมีบทบาทในตอนต่อๆไป)เวนเป็นมนุษย์ที่แปลงกายเป็นหมาป่าได้ค่ะ  เวนเจอนางเอกของเราครั้งแรกก็ปิ๊งๆในบัดดล แต่ได้แต่เก็บไว้ในใจตลอดมา

จนได้มาเจอกับนางเอกอีกครั้งโดยบังเอิญที่ร้านของนางเอกเอง

ไบรด์ แมคเทีียร์นีย์  เป็นเพื่อนกับซันไชน์ (นางเอกเล่ม 3) และ แท็บบี้(นางเอกเล่ม 7)

เพิ่งโดนแฟนบอกเลิกทางจดหมายสาเหตุเพราะ เธออ้วนเกินไป (ป๊าดดดด อันนี้อิชั้นปรี๊ดดดดดมากกก) กร๊ากกก

หลังจากที่มาพบกันอีกครั้ง เวนก็แปลงกายมาเป็นหมาป่าเพื่อคอยมาอยู่ใกล้ๆนางเอก

เล่มนี้ก็น่ารักดีในแบบหมาป่าๆอ่านไปแอบฮาไปในหลายๆตอน โดยเฉพาะตอนที่เวนพาไบรด์ไปเดทครั้งแรกแล้วเจอ แฟนเก่าของไบรด์ อิ อิ

แม้ว่าช่วงหลังที่ไบรด์สติแตกไปหน่อยที่รู้ว่า เวน เป็นหมาป่า และมีเพื่อนแปลกๆอย่างพวก ดาร์ค - ฮันเตอร์

แต่เราก็ชอบไบรด์ที่พยายามปกป้องเวนและน้องๆจากการที่จะโดนแม่ของพวกเขาฆ่า เหตุเพราะเป็นหมาป่า

ไบรด์เลยเล่นงานแม่สามีซะหมอบราบคาบเลย 5555++สะใจมากกกกก

คะแนนความสนุก -

Book 7  SEIZE THE NIGHT (ราตรีที่ผูกพัน)

วาเลอเรียส แมกนัส เป็นหลานของ วาเลอริอัส ซึ่งในอดีตเป็นคนที่ฆ่าไคเรียน(พระเอกเล่ม 2 ) ตายอย่างทรมานทำให้ไคเรียน นิค และ ดาร์ค - ฮันเตอร์ เกือบทุกคนไม่มีใครชอบ วาล วาลจึงอยู่คนเดียวเสมอมาอ่านเล่มนี้แล้วทำให้เราสงสาร วาล มากๆเลยอ่ะเขายอมให้ทุกคนเกลียดเขาเพื่อความสบายใจ แม้ว่าตัวเองจะเจ็บปวดก็ตามที (แมนมั่กๆ) และเล่มนี้ก็มี ซาเร็คที่กลายไปเป็นเทพแล้ว มาปั่นป่วน วาล พอหอมปากหอมคอ 555++ แต่ดีตรงที่มีแอชรอนมาคอยเป็นคนสมานฉันจ์(ว้ายยยยย ที่รักมีบทบาทกับทุกตอนเลยนะคะ อิ อิ) แท็บบิทา (น้องของอแมนด้า) เป็นนักล่าแวมไพร์ ซึ่งเจอกับวาลครั้งแรก แท็บบี้ก็ทำร้ายวาลซะแล้วหลังจากนั้นทั้งคู่ก็เริ่มสนิทกันมากขึ้น และ วาลไม่รู้ว่าแท็บบี้เป็นน้องภรรยาของไคเรียน ถ้ารู้ก็บรรลัยสิค้าบบบพี่น้อง แต่ไม่ว่ายังไงปัญหาทุกอย่างมันเคลียร์ได้เสมอ อิ อิ เล่มนี้จะเป็นจุดที่ีทำให้รู้ว่าความสัมพันธ์ของเพื่อนรักระหว่าง นิค กับ แอช เปลี่ยนไป หลังจากที่นิคตาย เพราะคำสาปของแอชที่นิคไป....กับซิมี่โดยที่นิคไม่รู้ว่าซิมี่คือปิศาจคู่ใจของแอช นิคตายในวันเดียวกับที่แม่ของเขาตาย และนี่คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้นิคกลายมาเป็น ดาร์ค - ฮันเตอร์ และ นิคก็เกลียด แอชเข้าไส้ซะด้วย (โปรดติดตามตอนต่อไป) หุ หุ

คะแนนความสนุก -

Book 8 Sins Of The Night (บาปรักราตรี)

อเล็กซิออน หนึ่งในคนที่แอชรอนชุบชีวิตขึ้นและ ดูแล อยู่ที่วิหารคาโตเตรอส บ้านของแอชรอน

อเล็กซิออน ในอดีต คือ เอียส ดาร์ค - ฮันเตอร์ ผู้ที่แอชรอนอยากช่วยให้ได้วิญญาณกลับคืนมาเพื่อที่จะให้อยู่กับครอบครัวดังเดิม

แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไป แอชจึงช่วยให้เอียสกลับมามีชีวิตอีกครั้ง

อเล็กซิออน ลงมาที่โลกมนุษย์เมื่อเริ่มมี ดาร์ค - ฮันเตอร์ กลุ่มนึงคิดหาทางการกำจัดแอชรอน โดยเข้าใจผิดว่าแอชได้ดูดกลืนวิญญาณ

ของดาร์ค - ฮันเตอร์ไป จึงทำให้อเล็กซิออนมาพบกับ แดนเจอร์ นางเอกที่เป็นดาร์ค - ฮันเตอร์

ทั้งสองต้องช่วยกันสะสางความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเรื่องต่างให้กระจ่างโดยไว

เพราะอเล็กซิออนมีเวลาอยู่ในโลกมนุษย์เพียงแค่สิบวัน ก่อนที่จะกลายเป็นเงาไปซะก่อน

สำหรับเล่มนี้บทค่อนข้างจะไปเรื่อยๆ บทบู๊ไม่ค่อยหวือหวามากนักนะคะ อ่านได้เรื่อยๆ

แต่ตอนจบแอชก็น่ารักอีกแล้ว ที่ทำให้เล็กซ์กับ แดนเจอร์ ได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีก อิ อิ

คะแนนความสนุก -

Book 9 Unleash The Night (มนต์รักราตรี)


เร็น ไทกาเรียน ลูกครึ่งเสือดาว + เสือหิมะ (โอ้ววววว) เป็นคนที่ไม่ค่อยปริปากคุยกับใครทำงานเป็นเด็กเก็บโต๊ะอยู่ที่ ร้าน"แซงชัวร์รี่"

มีเพื่อนสนิทเป็นลิงชื่อ มาร์วิน

นางเอกคือ มาร์เกอริต ลูกวุฒิสมาชิกสหรัฐและเป็นเพื่อนของ นิค โกเทียร์ ที่เบื่อชีวิตแบบถูกตีกรอบจากผู้เป็นพ่อในทุกๆเรื่อง

เร็น และ แม็กกี้ เริ่มต้นก็สปาร์คๆกันเลยทีเดียว อิ อิ เร็นพยายามไม่ให้แม็กกี้รู้ว่าตัวเองคืออะไร และ ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นบอกยังไงดี

จนวันนึงเร็นถูกยิง และ มาขอความช่วยเหลือจากแม็กกี้ที่บ้าน และตอนนั้นเองที่ร่างของเร็น กลายเป็นเสือดาว นอนนิ่งอยู่ที่พื้นบ้าน

แต่นางเอกของเราก็รับมือกับสถานการณ์ได้อย่างดีเยี่ยม

ช่วงหลังมานางเอกก็ถูกเปลี่ยนให้เป็นเสือโดยพ่อของเร็นซะงั้น หุ หุ แล้วแบบนี้เสือสองตัวจะอยู่ถ้ำเดียวกันได้หรือไม่ต้องไปอ่านเอาเองค่ะ^^!!

คะแนนความสนุก -

 Book 10 Dark Side Of The Moon (มนต์พระจันทร์)

ซูซาน ไมเคิลส์(นางเอก) ต้องไปรับแมวที่สถานพักพิงสัตว์มาเลี้ยงตามคำขอร้องของเพื่อนสนิท

ในขณะเดียวกันซูซานก็เป็นคนที่แพ้ขนแมวอย่างหนัก แต่หารู้ไม่ว่าแมวตัวนี้คือ ราวิน คอนติส เวอร์-ฮันเตอร์ (พระเอก)

ที่แปลงร่างกลายเป็นแมวเหมียวหง่าวได้ แต่สามารถโดนแดดได้

และก็เกิดความวุ่นวายขึ้นเมื่อซูซานโดนตามล่า ในข้อหาเป็นคนฆ่าเพื่อนสนิทสองคน ที่สถานพักพิงสัตว์

และตอนหลัง ซูซาน กลายมาเป็น สไควร์หญิง ของราวิน ด้วยซะงั้น  5555++

เล่มนี้มีซาร์วิท่าร์ กับ นิคโผล่มาให้หายคิดถึงบ้างค่ะ

เล่มนี้ก็อ่านได้เรื่อยๆไม่หวือหวามากเท่าไหร่z(สำหรับเรา) อารมณ์ไปเรื่อยๆมากกว่า

คะแนนความสนุก -

Book 11  Devil May Cry (ปีศาจกำสรวล)

เรื่องของ ซิน อดีตเทพเจ้าสุเมเรียนที่โดนเทพี อาร์ทิมิส ดูดพลังไป ทำให้เขากลายมาเป็นดาร์ค - ฮันเตอร์ และซินก็หาทางจะล้างแค้นอาร์ทิมิสให้ได้ และอาร์ทิมิส ดาร์ค - ฮันเตอร์ ทุกคนจะรู้ดีว่าซินคือนักล่าที่โหดเหี้ยมโรคจิตเพราะเวลาฆ่าเขาจะต้องตัดหัวเหยื่อทุกราย ก็ส่งให้ แคทรา (นางเอก) ลงมาฆ่าซินเพื่อที่นางจะไม่ต้องหวาดกลัวอีกต่อไป เมื่อซินเจอแคท ก็เข้าใจผิดคิดว่าแคทคืออาร์ทิมิส เพราะหน้าตาเหมือนกันมาก เพราะแคท เป็นลูกของ อาร์ตี้กับแอชรอน โดยที่แอชไม่รู้ว่าตัวเองเคยมีลูกสาว (โธ่ๆๆๆน่าสงสารที่รัก)


เล่มนี้จะมีหลายๆปมเกี่ยวกับแอชรอน และ อาร์ทิมิส ให้กระจ่างขึ้นนะคะ

อ่านไปบางทีก็แอบสงสารยัยเทพีหัวแดง อาร์ทิมิสเหมือนกันนะเนี๊ยะ อิ อิ

เล่มนี้อีกเหมือนกันที่ตัวละครอื่นๆออกมากันเยอะดีเหมือนกัน

ที่ชอบอีกอย่างคือพลังเมพของแคทราที่ได้รบมาจากทั้งย่า(เทพีอโพลิมี)และของพ่อ

แค่ยกมือพลัง(ที่มองไม่เห็น)ก็มาแระ

และแล้วซินก็มีวิธีการแก้แค้นอาร์ทิมิสซะที  กิ๊วๆๆ

คะแนนความสนุก -












Ps. แล้วบล็อคหน้า จะเป็น Dark - Hunter เล่มโปรดที่สุดของอินแล้วนะคะ และเป็นเล่มที่หยิบมาอ่านซ้ำบ่อยที่สุดตั้งแต่ซื้อมาเลย โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ ขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามาจ้า

Dark - Hunter

วันนี้เอาหนังสือชุด ดาร์ค - ฮันเตอร์ มาลงในมุมของอินบ้างนะคะ หลังจากที่ตามอ่านตามเก็บให้ครบทุกเล่ม ก็ทำให้หลงเสน่ห์หนุ่มๆ ดาร์ค - ฮันเตอร์ เหมือนกันนะคะ อิ อิ โดย ดาร์ค - ฮันเตอร์ (ณ ขณะนี้) จะมีออกมา 14 เล่ม และจะมีชุด Dream - Hunter แยกออกมาอีก 1ชุด ซึ่งอินจะพูดถึงในบล็อคต่อๆไปค่ะ ในนิยายชุด ดาร์ค - ฮันเตอร์ จะแบ่งคร่าวๆได้ประมาณนี้นะคะ - กลุ่มดาร์ค - ฮันเตอร์ =ผู้พิทักษ์ราตรี จะมีลักษณะคล้ายแวมไพร์ อยู่ท่ามกลางแสงแดดไม่ได้ ใช้ชีวิตเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน มีชีวิตอมตะ และไม่มีดวงวิญญาณโดยจะคอยคุ้มครองมนุษย์ ไม่ให้ตกอยู่ในอันตรายจากพวกดีม่อนหรือ พวกนักล่าวิญญาณมนุษย์ วิญญาณของฮันเตอร์เทพีอาร์ทิมิส เป็นคนเก็บรักษา และ เทพีอาร์ทิมิส เป็นคนที่สร้างเหล่า ดาร์ค-ฮันเตอร์ ขึ้นมา โดยมีผู้เปรียบเสมือนผู้นำกลุ่ม และ คอยฝึกฝนวิชาการต่อสู้ต่างๆ ให้ฮันเตอร์เกิดใหม่คือ "แอชรอน" - กลุ่ม ดีมอน =แวมไพร์นักล่าวิญญาณมนุษย์ โดยมีหัวหน้ากลุ่ม คือ "สไตรเกอร์" สไตรเกอร์ เป็นลูกของเทพ อพอลโล ซึ่งเป็นน้องชายฝาแฝดของ เทพีอาร์ทิมิส - สไควร์=คือคนรับใช้ของเหล่าดาร์คฮันเตอร์ (และในเหล่าสไควร์ทั้งหลายจะมี นิค โกเทียร์ จะมีบทบาทในตอนต่อๆไป) Dark - Hunter เขียนโดย > > > sherrilyn kenyon < < < หนังสือแนว - paranormal romance ลิขสิทธิ์แปลภาษาไทย - สำนักพิมพ์ KAEWKARN (อ่านเรื่องย่อได้ตามลิงค์ค่ะ) - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

BOOK 1    FANTASY LOVER (ทาสหัวใจ)

หนังสือชุดนี้เปิดตัวด้วย จูเลียน แห่งมาเซดอนซึ่งเล่มแรกนี้จูเลียนจะไม่ใช่ดาร์ค-ฮันเตอร์โดยตรงนะคะแต่มีความเกี่ยวเนื่องกับเหล่าฮันเตอร์ในเล่มต่อๆไปค่ะ - จูเลียนในอดีตคือ แม่ทัพผู้เก่งกล้าของมาเซดอน ที่ต้องโดนเทพีอโฟรไดท์สาปให้เข้าไปอยู่ในหนังสือมาหลายร้อยปีโดยไม่สามารถกินหรือดื่มได้ เขาสามารถได้ยินแค่เสียงต่างๆรอบตัวได้เท่านั้น  นอกจากว่าจะมีคนเรียก จูเลียน แห่งมาเซดอน สามครั้ง ถึงจะออกมาจากหนังสือได้เป็นเวลาหนึ่งเดือนเท่านั้นพอครบเวลาหนึ่งเดือนก็จะกลับเข้าไปอยู่ในหนังสือตามเดิม - นางเอกคือ เกรซ อเล็กซานเดอร์  เป็นจิตแพทย์ให้คำปรึกษาด้าน...?! เซลีน่าเพื่อนของเกรซเอาหนังสือเล่มนี้มาให้เกรซดู และ ยุให้เรียก จูเลียน สามครั้งตามที่ว่ากันมา แต่นางเอกของเราไม่เชื่อเรื่องตำนานเล่าขานเลยซักนิดเดียว แต่....เซลีน่าก็ย่อมมีวิธีจนได้อ่ะแหละเนาะ อิ อิ พอจูเลียนกับเกรซได้พบกันแบบตามคำเรียกร้องจูเลียนมาในสภาพที่แบบ อื่อฮือออออ!!!! ทำเอาเกรซของเราตกใจกันเลยทีเดียว 5555++ อ่านๆไปก็แอบยิ้มไปเพราะพระเอกของเราจ้องแต่จะเอ่มมมมม....เกรซตามคำสาปน่ะเซร่คะพี่น้อง แต่ทั้งเกรซ และ จูเลียน จะแก้คำสาปและปลดปล่อยจูเลียนให้เป็นอิสระนี้ไปได้อย่างไรก็ติดตามอ่านกันในหนังสือได้นะค่ะ คะแนนความสนุก  -

BOOK 2  Night Pleasvre (ทาสเสน่หา)

- ไคเรียน แห่ง เทรซ สมัยอดีต(เป็นเพื่อนรักกับจูเลียนพระเอกเล่มแรก) เป็นโอรสของกษัตริย์ และเป็นผู้นำทัพ ต่อสู้กับกองทัพโรมัน แต่ไคเรียนเองก็โดนคนที่เขารักที่สุดทรยศอย่างเจ็บปวดและได้ตายลงเพราะน้ำมือศัตรูและคนที่รักที่สุด ในที่สุดเขาจึงได้ขายวิญญาณเพื่อมาเป็นดาร์ค-ฮันเตอร์  ไคเรียน มีสไคว์ ชื่อ นิค โกเทียร์ (เราชอบตัวละครตัวนี้มาก) แล้วนิคจะเป็นพระเอกในเล่มต่อๆไปค่ะบทของนิค น่าสนใจมากๆเลยล่ะค่ะ - อแมนด้า เดเวอร์โรซ์ (เป็นน้องสาวของเซลีน่า เพื่อนสนิทของเกรซ นางเอกเล่ม 1)ทำตามคำขอร้องของน้องสาวฝาแฝด (แท๊บบี้) ให้แวะไปที่บ้านเพื่อทำธุระให้แต่การไปครั้งนี้ได้ทำให้อแมนด้าเจอคนแปลกหน้าในบ้านน้องสาวของเธอ แล้วแถมยังโดนจับใส่กุญแจไว้ด้วยกันซะด้วย หุ หุ จากความเข้าใจผิดที่มีคนคิดว่าว่าอแมนด้าคือ แท๊บบี้ น้องสาวฝาแฝด  พราะช่วงที่ว่า ใกล้จะเช้าแล้วในอีกไม่กี่นาที แต่...ไคเรียน ไม่สามารถโดนแดดได้ แล้วสองคนจะแก้ปัญหา และปมในอดีตของไคเรียนได้เยี่ยงไร ลุ้นแทบแย่ค่ะ  อิ อิ ยังมีตอนที่อแมนด้าอยากจะที่จะช่วยให้ไคเรียนได้ลืมอดีตอันเลวร้าย แอบเขิลนิดนุงๆ แฮ่ๆ แล้วเรื่องนี้ อแมนด้ามีพลังจิตด้วยล่ะ ความรู้สึกตอนที่อแมนด้าักับนิค(นิค โกเทียร์ สไควร์) ตามไปช่วยไคเรียนที่โดนเดซิเดอริอัสตอกไว้กับไม้เล่นงานเกือบไม่รอดนั่นอ่ะเราว่าช่วงนี้มันเจ็บปวดน่าดู * ขอบอกว่าเราชอบเล่มนี้มากเหมือนกัน *
คะแนนความสนุก  -
BOOK 3   Night Embrace (ดั่งดวงตะวัน)

-  ทาลอน  ในอดีตนั้น ต้องสูญเสีย คนในครอบครัว และ คนรัก คือ นีเนีย รวมทั้งชีวิตของเขาเอง และ คนที่มาช่วยให้ทาลอนมีชีวิตขึ้นมาใหม่นั้นคือแอชรอน นั่นเอง ทาลอน อาศัยอยู่บนเคบินในหนองน้ำที่นึงโดยมีสัตว์เลี้ยงคือ จระเข้ อิ อิ เราชอบที่ แอช กับ ทาลอน ใช้สรรพนามเรียกกัน ว่า เคลล์(ทาลอน) และ ทีเร็คซ์ (แอช)  - ซันไชน์ รันนิ่งวูล์ฟ เป็นศิลปินวาดภาพ และเป็นเพื่อนของ เซลิน่า ในเล่มแรกซันไชน์ ก็ปรากฎตัวแล้วค่ะ ทาลอน และ ซันไชน์ พบกันจากการที่เข้าไปช่วยซันไชน์จากกลุ่มดีม่อนที่ร้าน "คอฟฟี่สแตน" จากการต่อสู้ ทาลอนหมดสติไป ทำให้ซันไชน์ต้องพาทาลอนกลับมาดูแลที่บ้าน แล้วความรู้สึกก็ค่อยๆพัฒนาขึ้นไปทีละนิด โดยมีบางอย่างทำให้ซันไชน์รู้ว่าตัวเองคือนีเนียเมื่อครั้งอดีตและทาลอนคือสเปียร์นั่นเอง ในเล่มนี้ฉากโรแม้นท์ๆเยอะจริง อะไรจริง  อิ อิ
คะแนนความสนุก  -
 BOOK  4  Dance With The Devil  (ระบำมาร)
 - ซาเร็ค  ดาร์ค-ฮันเตอร์ คนนี้ไม่มีใครอยากอยู่ใกล้เขาเลย เพราะเป็นคนที่พูดจาโผงผาง แกร่งกร้าว และไม่เคยเชื่อในความรัก (แต่เอ......ได้ข่าวว่าแอบชอบซันไชน์มิใช่หรือยะ อิ อิ)เล่มนี้เราสงสารซาเร็คอ่ะ แม้เขาจะดิบ เถื่อน ขี้โมโหไปหน่อย แต่นอกนั้นเราว่าซาเร็คเป็นฮันเตอร์ที่น่าสงสารมากเลย ถึงซาเร็คจะร้ายๆๆๆกับคนอื่น แต่กับนางเอก เป็นคนที่น่ารักมากๆอ่ะ  ไม่ยอมใครแต่ยอมนางเอก ป๊าดดดดดด อ่อนโยนเป็นเหมือนกันนะยะซี อิ อิ - แอสทริด นิมส์ (นางไม้)  ผู้มีหน้าที่มาพิพากษาความผิดของ ซาเร็ค จากอาร์ทิมิส และ แม่ของเธอเอง เทพีธิมิสมาพร้อมกับ ซาช่า หมาป่า(เมพ) ที่ไม่ถูกกับ ซาเร็คเลยจริงๆ ขำมากเวลาซีและซาช่าป๊ะหน้ากันและ ในช่วงระหว่างที่แอสทริดลงมาพิพากษาซาเร็คนั้นดวงตาจะมองไม่เห็น แอสทริดเลย ใช้วิธีมองผ่านดวงตาของหมาป่าซาช่า และคอยสื่อสารกับซาช่าผ่านทางจิต  ในระหว่างอยู่ที่อลาสก้า(บ้านของแอสทริด) พอนานวัน แอสทริดยิ่งมองเห็นอีกด้านหนึ่งของซาเร็คว่าจริงๆแล้วเขาไม่ใช่อย่างที่คนอื่นพูดเลย แม้จะร้าย แต่ก็ยังมีความอ่อนโยนทั้งซีและแอสทริด ต่างเริ่มค่อยๆแอบมีใจแบบไม่รู้ตัว อิ อิ
คะแนนความสนุก  -
BOOK 5  Kiss of the Night   (เสน่หาราตรี)

- วูลฟ์ ทริกกาสัน จะต้องคอยปกป้อง แคสซานดร้า  ปีเตอร์ส ทายาทผู้เหลืออยู่เพียงคนเดียวของชนเผ่า อพอลไลท์ถ้าแคสตาย โลก ดวงอาทิตย์ และ ผู้คน ก็จะดับสูญไปเช่นกัน ความน่ารักของแคสกับวูลฟ์ มีทั้งเล่มเลยทีเดียวค่ะ และบทซึ้งๆก็มิน้อยหน้าเราชอบตอนที่ แคส และ วูลฟ์ แต่งงานกัน แล้ว แคสหวังว่าอยากให้พ่อตัวเองมาร่วมงานด้วยแต่แคสรู้ว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่พ่อจะมา แต่วูลฟ์ก็ไปเชิญพ่อของแคสมาจนได้ และ โดยที่แคสกำลังท้องท่ามกลางความดีใจความหดหู่ก็เข้ามาเมื่อแคสจะมีอายุอยู่แค่ 27 ปีเท่านั้น แคสก็จะจากโลกนี้ไปโดยที่ไม่เห็นหน้าวูลฟ์และลูกอีก  เล่มนี้นอกจากแคสซานดร้าแล้วยังมีการเปิดตัวละครเพิ่มอีกหลายคนเลยค่ะ เช่น แคทรา เพื่อนสนิทของแคสซานดร้า ที่มีความเชื่อมโยงกับ แอชรอน และ อาร์ทิมิส ซึ่งในหนังสือชุดนี้ แคท จะมีหนังสือของตัวเองตามมาในเล่มต่อไปค่ะ รวมถึง ยูเรียน อดีตเคยเป็นดีม่อน ลูกชายของสไตร์เกอร์ ยูเรียนได้แอชชุบชีวิตขึ้นมาใหม่จากความตาย (พูดถึงยูเรียนอยากให้เจ๊เชอร์รี่เขียน เรื่องของยูเรียนบ้างอยากรู้ว่าหลังจาก ฟีบี้ ตายแล้ว ยูเรียนจะอยู่อย่างไรโดยที่ยังจำทุกอย่างได้ ฮืออออออ แอบสงสารยูริอีกแล้ว) ในเล่มนี้มีมุมฮาๆอยู่เหมือนกันนะคะ เราชอบตอนที่ เหล่าฮันเตอร์ทุกคนมารวมตัวกันเพื่อช่วยวูลฟ์ ทั้งจูเลียน ไคเรียน ซี(ซาเร็ค) ทาลอน ว่าทั้งหมดทั้งมวลแม้จะแข็งแกร่ง และ เก่งแค่ไหนสุดท้าย ท้ายสุด ก็กลัวเมียไม่มีวันเปลี่ยนแปลง 55555++ อ่านถึงตอนนี้แล้วฮาจริงๆ  คแนนความสนุก -
Ps. แล้วบล็อคหน้า จะรีวิวหนังสือในชุด Dark - Hunter เล่มต่อๆไปให้ครบนะคะ ตอนนี้ทางสำนักพิมพ์ พิมพ์เล่ม 6,7 ครั้งที่ 2 ออกมาใหม่ และ ตอนพิเศษ "วีระบุรุษจันทรา" ออกมาด้วยค่ะ และเล่มหน้าจะเป็นเล่มของ นิค โกเทียร์ กันแล้ว อ่านกันให้ลืมวัน ลืมคืนกันเลยทีเดียว อิ อิ

THE TWILIGHT SAGA BOOK

ไม่ต้องพูดให้มากความ สำหรับหนังสือชุด ทไวไลท์ ชุดนี้นะคะ เพราะทำให้อินติดหนึบมาแล้ว เป็นอีกหนึ่งในหนังสือในดวงใจค่ะ ทำให้อยากกลายเป็นแวมไพร์กันเลยทีเดียว อิ อิื แม้จะเป็นความรักแบบวัยรุ่นไฮสคูล แต่ก็มีแง่มุมดีๆให้มองเหมือนกันน๊าาา หนังสือชุดนี้เหมือนจะเป็นรักสามเศร้า หลายๆคนคงแอบสงสารเจคอบอยู่มิใช่น้อยแต่เจ๊ สเตฟานี่ แกไม่ใจร้ายให้เจคของเราต้องช้ำใจนานเกินไปอยู่แล้ว และหลังๆมาชอบตรงที่ เจค และ เอ็ด กลายเป็นเพื่อนซี้กันซะงั้น อิ อิ แล้วก็รอให้เจ๊สเตฟานีแกมีอารมณ์เขียน midnight sun ต่อให้จบซะที รออย่างมีความหวัง โฮะๆๆ THE TWILIGHT SAGA ผู้แต่ง- stephenie meyer Twilight (Twilight Book 1)

New Moon (The twilight Book 2 )


eclipse (The twilight Book 3 )

breaking dawn (The twilight Book 4 )


23 สิงหาคม, 2554

~ Chicken farm bakers' project # 38 : Egg white, gluten free,non dairy dessert : : Mini Blueberry Mousse Cake ~




~ Chicken farm bakers' project # 38 : Egg white, gluten free,non dairy dessert : : Mini Blueberry Mousse Cake ~

การบ้านประจำเดือนมาแล้วค่ะ สำหรับโฮสเดือนนี้ก็คือ คุณเอื้อม boxofcakes ที่ให้โจทย์มาว่าทำขนมสำหรับคนที่แพ้ทั้งกลูเตนในแป้งสาลี ไข่ขาว และก็ผลิตภัณฑ์ของนมทุกชนิดเอาล่ะสิ ตอนได้โจทย์มากก็คิดหนักเหมือนกันว่าจะทำไรดีแต่จนแล้วจนรอดก็คิดออก ทำอะไรที่ง่ายๆ
ส่วนผสมไม่ยุ่งยากละกัน จริงๆการบ้านทำเสร็จนานแล้วค่ะแต่เราขี้เกียจอัพบล็อคเองล่ะ เลยปล่อยล่วงเลยมาจนวันนี้

สำหรับขนมวันนี้อินเอามาจากหนังสือ Bake With Heart ของน้องแก้มนะคะ ทำได้ง่ายๆแต่อร่อยมากๆค่ะ


ส่วนผสมสำหรับบลูเบอร์รี่มูสเค้ก

- บลูเบอร์รี่(อินใช้แบบแช่แข็ง)......................150 g

- น้ำตาลทราย..................................80 g

- น้ำเลม่อน...............................1/2 ลูก

- เจลาติน.......................1 1/2 แผ่น

- วิปครีม(เปลี่ยนเป็นแบบนอนแดลี่แทน).....................150 ml


- บลูมเจลาตินไว้ประมาณ 10 นาที นำส่วนของบลูเบอร์รี่ + น้ำตาลทราย + น้ำเลม่อน ขึ้นตั้งไฟ
ต้มให้เดือดแล้วหรี่ไฟอ่อน ต้มต่ออีกประมาณห้านาที
- ใส่เจลาตินลงไปคนให้เข้ากัน แล้วกรองด้วยกระชอน พักไว้ให้เย็น

- ตีวิปครีมจนตั้งยอดอ่อนๆนำส่วนของครีมไปผสมกับส่วของซอสบลูฯที่พักไว้ให้เข้ากันแล้วแล้วบีบส่วนผสมมูสลงไปในพิมพ์
นำเข้าตู้เย็นจนเซตตัว

บลูมเจลาตินไว้ประมาณ 10 นาที นำส่วนของบลูเบอร์รี่ + น้ำตาลทราย + น้ำเลม่อน ขึ้นตั้งไฟ ต้มให้เดือดแล้วหรี่ไฟอ่อน ต้มต่ออีกประมาณห้านาที


- ใส่เจลาตินลงไปคนให้เข้ากัน แล้วกรองด้วยกระชอน พักไว้ให้เย็น




ตีวิปครีมจนตั้งยอดอ่อนๆนำส่วนของครีมไปผสมกับส่วของซอสบลูฯที่พักไว้ให้เข้ากันแล้วแล้วบีบส่วนผสมมูสลงไปในพิมพ์นำเข้าตู้เย็นจนเซตตัว


ส่วนของเจลลี่สำหรับราดหน้ามูส

- บลูเบอร์รี่แช่แข็ง(พร้อมน้ำ).......................80 g

- น้ำตาลทราย.......................50 g

- เจลาติน.............1 แผ่น


- บลูเบอร์รี่ + น้ำตาลทราย ตั้งไฟจนเดือด ยกลงจากเตาใส่เจลาตินลงไปคนให้เข้ากัน
- กรองด้วยกระชอนพักให้เย็นแล้วจึงนำไปราดบนมูสที่เซตตัวแล้ว


เสร็จแล้วก่อนเสิร์ฟก็ตกแต่งให้สวยงามค่ะ วันนี้อินใช้เป็นพิมพ์มินิชีสเค้ก เป็นชิ้นเล็กๆแบบนี้ทานง่ายดีนะคะ




เสียดายตอนเอาออกจากพิมพ์มูสโดนมีดกรีดไปด้วย ผิวเลยไม่เรียบอย่างเซ็งเลยยยยยย ฮ่าาาาาาาๆๆ


LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...