10 ธันวาคม, 2554

Dark - Hunter

วันนี้เอาหนังสือชุด ดาร์ค - ฮันเตอร์ มาลงในมุมของอินบ้างนะคะ หลังจากที่ตามอ่านตามเก็บให้ครบทุกเล่ม ก็ทำให้หลงเสน่ห์หนุ่มๆ ดาร์ค - ฮันเตอร์ เหมือนกันนะคะ อิ อิ โดย ดาร์ค - ฮันเตอร์ (ณ ขณะนี้) จะมีออกมา 14 เล่ม และจะมีชุด Dream - Hunter แยกออกมาอีก 1ชุด ซึ่งอินจะพูดถึงในบล็อคต่อๆไปค่ะ ในนิยายชุด ดาร์ค - ฮันเตอร์ จะแบ่งคร่าวๆได้ประมาณนี้นะคะ - กลุ่มดาร์ค - ฮันเตอร์ =ผู้พิทักษ์ราตรี จะมีลักษณะคล้ายแวมไพร์ อยู่ท่ามกลางแสงแดดไม่ได้ ใช้ชีวิตเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน มีชีวิตอมตะ และไม่มีดวงวิญญาณโดยจะคอยคุ้มครองมนุษย์ ไม่ให้ตกอยู่ในอันตรายจากพวกดีม่อนหรือ พวกนักล่าวิญญาณมนุษย์ วิญญาณของฮันเตอร์เทพีอาร์ทิมิส เป็นคนเก็บรักษา และ เทพีอาร์ทิมิส เป็นคนที่สร้างเหล่า ดาร์ค-ฮันเตอร์ ขึ้นมา โดยมีผู้เปรียบเสมือนผู้นำกลุ่ม และ คอยฝึกฝนวิชาการต่อสู้ต่างๆ ให้ฮันเตอร์เกิดใหม่คือ "แอชรอน" - กลุ่ม ดีมอน =แวมไพร์นักล่าวิญญาณมนุษย์ โดยมีหัวหน้ากลุ่ม คือ "สไตรเกอร์" สไตรเกอร์ เป็นลูกของเทพ อพอลโล ซึ่งเป็นน้องชายฝาแฝดของ เทพีอาร์ทิมิส - สไควร์=คือคนรับใช้ของเหล่าดาร์คฮันเตอร์ (และในเหล่าสไควร์ทั้งหลายจะมี นิค โกเทียร์ จะมีบทบาทในตอนต่อๆไป) Dark - Hunter เขียนโดย > > > sherrilyn kenyon < < < หนังสือแนว - paranormal romance ลิขสิทธิ์แปลภาษาไทย - สำนักพิมพ์ KAEWKARN (อ่านเรื่องย่อได้ตามลิงค์ค่ะ) - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

BOOK 1    FANTASY LOVER (ทาสหัวใจ)

หนังสือชุดนี้เปิดตัวด้วย จูเลียน แห่งมาเซดอนซึ่งเล่มแรกนี้จูเลียนจะไม่ใช่ดาร์ค-ฮันเตอร์โดยตรงนะคะแต่มีความเกี่ยวเนื่องกับเหล่าฮันเตอร์ในเล่มต่อๆไปค่ะ - จูเลียนในอดีตคือ แม่ทัพผู้เก่งกล้าของมาเซดอน ที่ต้องโดนเทพีอโฟรไดท์สาปให้เข้าไปอยู่ในหนังสือมาหลายร้อยปีโดยไม่สามารถกินหรือดื่มได้ เขาสามารถได้ยินแค่เสียงต่างๆรอบตัวได้เท่านั้น  นอกจากว่าจะมีคนเรียก จูเลียน แห่งมาเซดอน สามครั้ง ถึงจะออกมาจากหนังสือได้เป็นเวลาหนึ่งเดือนเท่านั้นพอครบเวลาหนึ่งเดือนก็จะกลับเข้าไปอยู่ในหนังสือตามเดิม - นางเอกคือ เกรซ อเล็กซานเดอร์  เป็นจิตแพทย์ให้คำปรึกษาด้าน...?! เซลีน่าเพื่อนของเกรซเอาหนังสือเล่มนี้มาให้เกรซดู และ ยุให้เรียก จูเลียน สามครั้งตามที่ว่ากันมา แต่นางเอกของเราไม่เชื่อเรื่องตำนานเล่าขานเลยซักนิดเดียว แต่....เซลีน่าก็ย่อมมีวิธีจนได้อ่ะแหละเนาะ อิ อิ พอจูเลียนกับเกรซได้พบกันแบบตามคำเรียกร้องจูเลียนมาในสภาพที่แบบ อื่อฮือออออ!!!! ทำเอาเกรซของเราตกใจกันเลยทีเดียว 5555++ อ่านๆไปก็แอบยิ้มไปเพราะพระเอกของเราจ้องแต่จะเอ่มมมมม....เกรซตามคำสาปน่ะเซร่คะพี่น้อง แต่ทั้งเกรซ และ จูเลียน จะแก้คำสาปและปลดปล่อยจูเลียนให้เป็นอิสระนี้ไปได้อย่างไรก็ติดตามอ่านกันในหนังสือได้นะค่ะ คะแนนความสนุก  -

BOOK 2  Night Pleasvre (ทาสเสน่หา)

- ไคเรียน แห่ง เทรซ สมัยอดีต(เป็นเพื่อนรักกับจูเลียนพระเอกเล่มแรก) เป็นโอรสของกษัตริย์ และเป็นผู้นำทัพ ต่อสู้กับกองทัพโรมัน แต่ไคเรียนเองก็โดนคนที่เขารักที่สุดทรยศอย่างเจ็บปวดและได้ตายลงเพราะน้ำมือศัตรูและคนที่รักที่สุด ในที่สุดเขาจึงได้ขายวิญญาณเพื่อมาเป็นดาร์ค-ฮันเตอร์  ไคเรียน มีสไคว์ ชื่อ นิค โกเทียร์ (เราชอบตัวละครตัวนี้มาก) แล้วนิคจะเป็นพระเอกในเล่มต่อๆไปค่ะบทของนิค น่าสนใจมากๆเลยล่ะค่ะ - อแมนด้า เดเวอร์โรซ์ (เป็นน้องสาวของเซลีน่า เพื่อนสนิทของเกรซ นางเอกเล่ม 1)ทำตามคำขอร้องของน้องสาวฝาแฝด (แท๊บบี้) ให้แวะไปที่บ้านเพื่อทำธุระให้แต่การไปครั้งนี้ได้ทำให้อแมนด้าเจอคนแปลกหน้าในบ้านน้องสาวของเธอ แล้วแถมยังโดนจับใส่กุญแจไว้ด้วยกันซะด้วย หุ หุ จากความเข้าใจผิดที่มีคนคิดว่าว่าอแมนด้าคือ แท๊บบี้ น้องสาวฝาแฝด  พราะช่วงที่ว่า ใกล้จะเช้าแล้วในอีกไม่กี่นาที แต่...ไคเรียน ไม่สามารถโดนแดดได้ แล้วสองคนจะแก้ปัญหา และปมในอดีตของไคเรียนได้เยี่ยงไร ลุ้นแทบแย่ค่ะ  อิ อิ ยังมีตอนที่อแมนด้าอยากจะที่จะช่วยให้ไคเรียนได้ลืมอดีตอันเลวร้าย แอบเขิลนิดนุงๆ แฮ่ๆ แล้วเรื่องนี้ อแมนด้ามีพลังจิตด้วยล่ะ ความรู้สึกตอนที่อแมนด้าักับนิค(นิค โกเทียร์ สไควร์) ตามไปช่วยไคเรียนที่โดนเดซิเดอริอัสตอกไว้กับไม้เล่นงานเกือบไม่รอดนั่นอ่ะเราว่าช่วงนี้มันเจ็บปวดน่าดู * ขอบอกว่าเราชอบเล่มนี้มากเหมือนกัน *
คะแนนความสนุก  -
BOOK 3   Night Embrace (ดั่งดวงตะวัน)

-  ทาลอน  ในอดีตนั้น ต้องสูญเสีย คนในครอบครัว และ คนรัก คือ นีเนีย รวมทั้งชีวิตของเขาเอง และ คนที่มาช่วยให้ทาลอนมีชีวิตขึ้นมาใหม่นั้นคือแอชรอน นั่นเอง ทาลอน อาศัยอยู่บนเคบินในหนองน้ำที่นึงโดยมีสัตว์เลี้ยงคือ จระเข้ อิ อิ เราชอบที่ แอช กับ ทาลอน ใช้สรรพนามเรียกกัน ว่า เคลล์(ทาลอน) และ ทีเร็คซ์ (แอช)  - ซันไชน์ รันนิ่งวูล์ฟ เป็นศิลปินวาดภาพ และเป็นเพื่อนของ เซลิน่า ในเล่มแรกซันไชน์ ก็ปรากฎตัวแล้วค่ะ ทาลอน และ ซันไชน์ พบกันจากการที่เข้าไปช่วยซันไชน์จากกลุ่มดีม่อนที่ร้าน "คอฟฟี่สแตน" จากการต่อสู้ ทาลอนหมดสติไป ทำให้ซันไชน์ต้องพาทาลอนกลับมาดูแลที่บ้าน แล้วความรู้สึกก็ค่อยๆพัฒนาขึ้นไปทีละนิด โดยมีบางอย่างทำให้ซันไชน์รู้ว่าตัวเองคือนีเนียเมื่อครั้งอดีตและทาลอนคือสเปียร์นั่นเอง ในเล่มนี้ฉากโรแม้นท์ๆเยอะจริง อะไรจริง  อิ อิ
คะแนนความสนุก  -
 BOOK  4  Dance With The Devil  (ระบำมาร)
 - ซาเร็ค  ดาร์ค-ฮันเตอร์ คนนี้ไม่มีใครอยากอยู่ใกล้เขาเลย เพราะเป็นคนที่พูดจาโผงผาง แกร่งกร้าว และไม่เคยเชื่อในความรัก (แต่เอ......ได้ข่าวว่าแอบชอบซันไชน์มิใช่หรือยะ อิ อิ)เล่มนี้เราสงสารซาเร็คอ่ะ แม้เขาจะดิบ เถื่อน ขี้โมโหไปหน่อย แต่นอกนั้นเราว่าซาเร็คเป็นฮันเตอร์ที่น่าสงสารมากเลย ถึงซาเร็คจะร้ายๆๆๆกับคนอื่น แต่กับนางเอก เป็นคนที่น่ารักมากๆอ่ะ  ไม่ยอมใครแต่ยอมนางเอก ป๊าดดดดดด อ่อนโยนเป็นเหมือนกันนะยะซี อิ อิ - แอสทริด นิมส์ (นางไม้)  ผู้มีหน้าที่มาพิพากษาความผิดของ ซาเร็ค จากอาร์ทิมิส และ แม่ของเธอเอง เทพีธิมิสมาพร้อมกับ ซาช่า หมาป่า(เมพ) ที่ไม่ถูกกับ ซาเร็คเลยจริงๆ ขำมากเวลาซีและซาช่าป๊ะหน้ากันและ ในช่วงระหว่างที่แอสทริดลงมาพิพากษาซาเร็คนั้นดวงตาจะมองไม่เห็น แอสทริดเลย ใช้วิธีมองผ่านดวงตาของหมาป่าซาช่า และคอยสื่อสารกับซาช่าผ่านทางจิต  ในระหว่างอยู่ที่อลาสก้า(บ้านของแอสทริด) พอนานวัน แอสทริดยิ่งมองเห็นอีกด้านหนึ่งของซาเร็คว่าจริงๆแล้วเขาไม่ใช่อย่างที่คนอื่นพูดเลย แม้จะร้าย แต่ก็ยังมีความอ่อนโยนทั้งซีและแอสทริด ต่างเริ่มค่อยๆแอบมีใจแบบไม่รู้ตัว อิ อิ
คะแนนความสนุก  -
BOOK 5  Kiss of the Night   (เสน่หาราตรี)

- วูลฟ์ ทริกกาสัน จะต้องคอยปกป้อง แคสซานดร้า  ปีเตอร์ส ทายาทผู้เหลืออยู่เพียงคนเดียวของชนเผ่า อพอลไลท์ถ้าแคสตาย โลก ดวงอาทิตย์ และ ผู้คน ก็จะดับสูญไปเช่นกัน ความน่ารักของแคสกับวูลฟ์ มีทั้งเล่มเลยทีเดียวค่ะ และบทซึ้งๆก็มิน้อยหน้าเราชอบตอนที่ แคส และ วูลฟ์ แต่งงานกัน แล้ว แคสหวังว่าอยากให้พ่อตัวเองมาร่วมงานด้วยแต่แคสรู้ว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่พ่อจะมา แต่วูลฟ์ก็ไปเชิญพ่อของแคสมาจนได้ และ โดยที่แคสกำลังท้องท่ามกลางความดีใจความหดหู่ก็เข้ามาเมื่อแคสจะมีอายุอยู่แค่ 27 ปีเท่านั้น แคสก็จะจากโลกนี้ไปโดยที่ไม่เห็นหน้าวูลฟ์และลูกอีก  เล่มนี้นอกจากแคสซานดร้าแล้วยังมีการเปิดตัวละครเพิ่มอีกหลายคนเลยค่ะ เช่น แคทรา เพื่อนสนิทของแคสซานดร้า ที่มีความเชื่อมโยงกับ แอชรอน และ อาร์ทิมิส ซึ่งในหนังสือชุดนี้ แคท จะมีหนังสือของตัวเองตามมาในเล่มต่อไปค่ะ รวมถึง ยูเรียน อดีตเคยเป็นดีม่อน ลูกชายของสไตร์เกอร์ ยูเรียนได้แอชชุบชีวิตขึ้นมาใหม่จากความตาย (พูดถึงยูเรียนอยากให้เจ๊เชอร์รี่เขียน เรื่องของยูเรียนบ้างอยากรู้ว่าหลังจาก ฟีบี้ ตายแล้ว ยูเรียนจะอยู่อย่างไรโดยที่ยังจำทุกอย่างได้ ฮืออออออ แอบสงสารยูริอีกแล้ว) ในเล่มนี้มีมุมฮาๆอยู่เหมือนกันนะคะ เราชอบตอนที่ เหล่าฮันเตอร์ทุกคนมารวมตัวกันเพื่อช่วยวูลฟ์ ทั้งจูเลียน ไคเรียน ซี(ซาเร็ค) ทาลอน ว่าทั้งหมดทั้งมวลแม้จะแข็งแกร่ง และ เก่งแค่ไหนสุดท้าย ท้ายสุด ก็กลัวเมียไม่มีวันเปลี่ยนแปลง 55555++ อ่านถึงตอนนี้แล้วฮาจริงๆ  คแนนความสนุก -
Ps. แล้วบล็อคหน้า จะรีวิวหนังสือในชุด Dark - Hunter เล่มต่อๆไปให้ครบนะคะ ตอนนี้ทางสำนักพิมพ์ พิมพ์เล่ม 6,7 ครั้งที่ 2 ออกมาใหม่ และ ตอนพิเศษ "วีระบุรุษจันทรา" ออกมาด้วยค่ะ และเล่มหน้าจะเป็นเล่มของ นิค โกเทียร์ กันแล้ว อ่านกันให้ลืมวัน ลืมคืนกันเลยทีเดียว อิ อิ

THE TWILIGHT SAGA BOOK

ไม่ต้องพูดให้มากความ สำหรับหนังสือชุด ทไวไลท์ ชุดนี้นะคะ เพราะทำให้อินติดหนึบมาแล้ว เป็นอีกหนึ่งในหนังสือในดวงใจค่ะ ทำให้อยากกลายเป็นแวมไพร์กันเลยทีเดียว อิ อิื แม้จะเป็นความรักแบบวัยรุ่นไฮสคูล แต่ก็มีแง่มุมดีๆให้มองเหมือนกันน๊าาา หนังสือชุดนี้เหมือนจะเป็นรักสามเศร้า หลายๆคนคงแอบสงสารเจคอบอยู่มิใช่น้อยแต่เจ๊ สเตฟานี่ แกไม่ใจร้ายให้เจคของเราต้องช้ำใจนานเกินไปอยู่แล้ว และหลังๆมาชอบตรงที่ เจค และ เอ็ด กลายเป็นเพื่อนซี้กันซะงั้น อิ อิ แล้วก็รอให้เจ๊สเตฟานีแกมีอารมณ์เขียน midnight sun ต่อให้จบซะที รออย่างมีความหวัง โฮะๆๆ THE TWILIGHT SAGA ผู้แต่ง- stephenie meyer Twilight (Twilight Book 1)

New Moon (The twilight Book 2 )


eclipse (The twilight Book 3 )

breaking dawn (The twilight Book 4 )


23 สิงหาคม, 2554

~ Chicken farm bakers' project # 38 : Egg white, gluten free,non dairy dessert : : Mini Blueberry Mousse Cake ~




~ Chicken farm bakers' project # 38 : Egg white, gluten free,non dairy dessert : : Mini Blueberry Mousse Cake ~

การบ้านประจำเดือนมาแล้วค่ะ สำหรับโฮสเดือนนี้ก็คือ คุณเอื้อม boxofcakes ที่ให้โจทย์มาว่าทำขนมสำหรับคนที่แพ้ทั้งกลูเตนในแป้งสาลี ไข่ขาว และก็ผลิตภัณฑ์ของนมทุกชนิดเอาล่ะสิ ตอนได้โจทย์มากก็คิดหนักเหมือนกันว่าจะทำไรดีแต่จนแล้วจนรอดก็คิดออก ทำอะไรที่ง่ายๆ
ส่วนผสมไม่ยุ่งยากละกัน จริงๆการบ้านทำเสร็จนานแล้วค่ะแต่เราขี้เกียจอัพบล็อคเองล่ะ เลยปล่อยล่วงเลยมาจนวันนี้

สำหรับขนมวันนี้อินเอามาจากหนังสือ Bake With Heart ของน้องแก้มนะคะ ทำได้ง่ายๆแต่อร่อยมากๆค่ะ


ส่วนผสมสำหรับบลูเบอร์รี่มูสเค้ก

- บลูเบอร์รี่(อินใช้แบบแช่แข็ง)......................150 g

- น้ำตาลทราย..................................80 g

- น้ำเลม่อน...............................1/2 ลูก

- เจลาติน.......................1 1/2 แผ่น

- วิปครีม(เปลี่ยนเป็นแบบนอนแดลี่แทน).....................150 ml


- บลูมเจลาตินไว้ประมาณ 10 นาที นำส่วนของบลูเบอร์รี่ + น้ำตาลทราย + น้ำเลม่อน ขึ้นตั้งไฟ
ต้มให้เดือดแล้วหรี่ไฟอ่อน ต้มต่ออีกประมาณห้านาที
- ใส่เจลาตินลงไปคนให้เข้ากัน แล้วกรองด้วยกระชอน พักไว้ให้เย็น

- ตีวิปครีมจนตั้งยอดอ่อนๆนำส่วนของครีมไปผสมกับส่วของซอสบลูฯที่พักไว้ให้เข้ากันแล้วแล้วบีบส่วนผสมมูสลงไปในพิมพ์
นำเข้าตู้เย็นจนเซตตัว

บลูมเจลาตินไว้ประมาณ 10 นาที นำส่วนของบลูเบอร์รี่ + น้ำตาลทราย + น้ำเลม่อน ขึ้นตั้งไฟ ต้มให้เดือดแล้วหรี่ไฟอ่อน ต้มต่ออีกประมาณห้านาที


- ใส่เจลาตินลงไปคนให้เข้ากัน แล้วกรองด้วยกระชอน พักไว้ให้เย็น




ตีวิปครีมจนตั้งยอดอ่อนๆนำส่วนของครีมไปผสมกับส่วของซอสบลูฯที่พักไว้ให้เข้ากันแล้วแล้วบีบส่วนผสมมูสลงไปในพิมพ์นำเข้าตู้เย็นจนเซตตัว


ส่วนของเจลลี่สำหรับราดหน้ามูส

- บลูเบอร์รี่แช่แข็ง(พร้อมน้ำ).......................80 g

- น้ำตาลทราย.......................50 g

- เจลาติน.............1 แผ่น


- บลูเบอร์รี่ + น้ำตาลทราย ตั้งไฟจนเดือด ยกลงจากเตาใส่เจลาตินลงไปคนให้เข้ากัน
- กรองด้วยกระชอนพักให้เย็นแล้วจึงนำไปราดบนมูสที่เซตตัวแล้ว


เสร็จแล้วก่อนเสิร์ฟก็ตกแต่งให้สวยงามค่ะ วันนี้อินใช้เป็นพิมพ์มินิชีสเค้ก เป็นชิ้นเล็กๆแบบนี้ทานง่ายดีนะคะ




เสียดายตอนเอาออกจากพิมพ์มูสโดนมีดกรีดไปด้วย ผิวเลยไม่เรียบอย่างเซ็งเลยยยยยย ฮ่าาาาาาาๆๆ


20 กรกฎาคม, 2554

~ Pink macarons With Passionfruit Curd VS Blueberry Butter Cream ~






รอบนี้มากับมาการองอีกแล้วค่ะทำทีไรก็ลุ้นและสนุกไปด้วยทุกรอบเลยจริงๆ
แม้ว่าส่วนมากจะเจ๊งมากกว่าดีก็เถอะ แต่เราก็ยิ่งหลงเสน่ห์เจ้ามาการอง
จนถอนตัวไม่ขึ้นแล้วล่ะค่ะ หลังจากเก็บไข่ขาวไว้หลายกระปุกอยู่ก็เลย
หาเวลาทำบ้างดีกว่าเพราะไข่เก่าจนได้ที่แล้ว อิ อิ

จนหยิบหนังสือ Mad about macarons by jill colonna เล่มนี้บรรณาการจากอิป้าเหมียว บล็อค_ชั้นเอง ค่ะขอบคุณป้ามั่กๆ สำหรับอินทำแค่ครึ่งเดียวของสูตรนะคะ
แค่ครึ่งสูตรก้ได้หลายคู่อยู่เหมือนกัน

ตื่นเต้นมากกกตั้งแต่ตอนตีไ​ข่แร่ะ
ไม่ใช่ไรกลัวเจ๊ง รอบนี้อินใส่ไข่ขาวผงลงไปด้​วยค่ะ
นิดหน่อยไม่ถึงหนึ่งกรัมเลย และพักผิวไม่ถึงชั่วโมงก็พร​้อมอบแย้ววววว
ในสูตรใช้ไฟ(ล่าง) 160 ํ 11 - 12 นาที ถาดแรกอบตามสูตรเลยค่ะ รู้สึกว่าแห้งไป ถาดที่สองเลยลดอุณหภูมิลงเห​ลือ 150 ํ 11นาที ถาดสุดท้ายเลยลดเวลาอบเหลือ​ 10 นาทีเด๋วรอบหน้าลองใหม่ ฮึบๆๆๆ
ส่วนไส้เป็น Passionfruit Curd กับ ซอสบลูเบอร์รี่ ผสมกับบัตเตอร์ครีม ค่ะ


ส่วนผสม(ครึ่งสูตร)

- ไข่ขาว ..............75 g

- caster sugar................5og

- อัลมอนต์................90 g

- icing sugar.............135 g

- สีชมพู สองสามหยด

- ปั่นอัลมอนต์ + น้ำตาลไอซิ่งเข้าด้วยกันให้ละเอียด แล้วร่อนรวมกันสองครั้ง

- ตีไข่ขาว + กับ caster sugar + สีชมพู จนตั้งยอด แล้วค่อยๆแบ่งอัลมอนต์ที่ร่อนไว้ลงไป

- ค่อยโฟล์ให้เข้ากันแล้วตักใส่ถุงบีบ บีบลงบนถาดที่รองด้วยกระดาษไข
พักให้ผิวมาการองแห้ง อินพักไม้ถึงชั่วโมงผิวก็แห้งแล้วค่ะ

- พอพักผิวได้ที่ก็วอร์มที่ 160 ํc ไฟล่างอย่างเดียวค่ะ พออุณหภูมิได้ที่ก็นำเข้าอบ 11 - 12 นาที (ตอนอบลุ้นมากนั่งเฝ้าหน้าเตากันเลยทีเดียว อิ อิ)


 บีบลงบนถาดแล้วพักไว้จนผิวมาการองแห้งค่ะ รูปข้างล่างผิวแห้งเตรียมอบแร่ะ

อบออกมาได้กระโปรงบานแบบนี้ ^^"

แล้วก็มาใส่ไส้แล้วประกบคู่กันซะ อินทำเป็นเคิร์ดเสาวรส กับ บลูเบอร์รี่บัตเตอร์ครีมค่ะ

กัดโชว์เนื้อในซะหน่อยยยยยยย

อันนี้เป็นสามถาดที่ใช้เวลาอบต่างกันค่ะเรียงแถวโชว์ตัวเลย กัดโชว์ให้ครบทุกถาด อิ อิ



19 กรกฎาคม, 2554

~ Pound Cake Tested Recipe ปอนด์เค้กแบบรวดเร็วและไม่ยุ่งยากค่ะ ~







ต้องบอกว่าสำหรับสูตรใน joyofbaking.com หลายคนคงรู้จักดีอยู่แล้วนะคะ
สำหรับอินทำไปหลายสูตรแล้วค่ะ วันก่อนทำเค้กเนยอันนี้แหละ
แล้วขั้นตอนการทำของเค้าไม่ยุ่งยากเลย แค่จับทุกอย่างรวมกัน(ทั้งส่วนของแป้งและไข่)
แล้วตีให้พอเข้ากันแค่นั้นแหละ ผลออกมาก็อร่อยดีค่ะ

สำหรับอินชอบเลยนะสูตรนี้เนื้อเค้กไม่แน่นอินชอบเอาแช่ตู้เย็น
แล้วเอาออกมากินนี่อร่อยมากกกกสูตรนี้เราติดใจไปแล้วน่ะค่
ะประหยัดเวลาในการทำดีแถมอร่อยด้วยถ้าใครสนใจเค้กปอนด์ที่ใช้เวลาทำไม่นาน
แต่พอทำออกมาแล้วไม่ผิดหวังลองดูนะคะ เพราะปกติเค้กเนยจะตีเนยจนขึ้นฟูก่อน
แล้วค่อยใส่แป้งสลับกับนมใช่ไหม แต่นี่ไม่ต้องยุ่งยากขนาดนั้นก็จะได้เค้กปอนด์อร่อยๆแล้วค่ะ


สำหรับสูตร Pound Cake ดูได้ที่นี่ค่ะ ~ Pound Cake ~


- เนยจืด(อุณภูมิห้อง)..........185 g

- แป้งเค้ก.................150 g

- น้ำตาล...............150g

- นม.................3tbsp

- ไข่.............3 ฟอง

- ผงฟู..............1 tsp

- เกลือ..........1/4 tsp

- วนิลลา ครึ่งฝัก


- เปิดเตาที่ 350 ํF (177 ํ C)

- ร่อนแป้ง + เกลือ + ผงฟู เข้าด้วยกันใส่ลงในชามผสม และเติมน้ำตาลลงไป

- ผสมในส่วนของเหลว ไข่ + นม + วนิลลา ตีให้พอเข้ากันแล้วเทลงในอ่างผสม
พร้อมใส่เนยจืด(อุณหภูมิห้อง) ตีด้วยความเร็วต่ำ แล้วค่อยปรับเป็นความเร็วกลาง

- ใส่ส่วนของไข่ที่เหลือตีให้เข้ากันประมาณ 30 วินาที เทbatterลงในพิมพ์นำเข้าอบประมาณ 55 - 65 นาที (ถ้าหน้าเค้กเริ่มเป็นสีเข้มให้คลุมด้วยฟอล์ย)

- พอเค้กสุกนำออกจากเตาวางบนตระแกรงให้เย็นประมาณ 10 นาที


ไข่ + นม + วนิลลา ผสมให้เข้ากันแล้วเทลงในส่วนของแป้งค่ะ

ใส่เนยตามลงไปค่ะ

ตีทุกอย่างให้เข้ากันจะได้ประมาณนี้ค่ะ

แล้วเติมส่วนของไข่กับนมที่เหลือลงไปตีให้เข้ากันอีกประมาณสามสิบวินาที

เสร็จแล้วจะได้แบทเทอร์ประมาณนี้ค่ะ

แล้วก็เทใส่พิมพ์ เตรียมอบโลดค่า



ดูเนื้อเค้กข้างในกันบ้างค่ะ เนื้อดีทีเดียวค่ะ แช่ตู้เย็นแล้วเอาออกมากินเย็นๆอร่อยมากกก





LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...